แชร์ข้อความนี้

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม

HIGHLIGHTS:

  • คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม คือกลุ่มอาการ ปวดตา ตามัว น้ำตาไหล แสบตา ตาแห้ง ปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดไหล่ หรืออาการปวดหลัง
  • ระดับความรุนแรงของคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม อาการจะเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอที่นานขึ้น
  • ระยะที่เหมาะสมของหน้าตาจอคอมพิวเตอร์ควรห่างจากดวงตาประมาณ 20-28 นิ้ว

Office Environment in a diverse office

ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกๆด้าน ทุกคนที่ทำงานในยุคดิจิตอลจึงมีความจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆในการทำงาน ซึ่งพบว่าการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆนั้น ส่งผลให้เกิดอาการปวดตา ตามัว น้ำตาไหล แสบตา ตาแห้ง ปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดไหล่ หรืออาการปวดหลัง ซึ่งกลุ่มอาการเหล่านี้รวมเรียกว่า คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม (Computer Vision Syndrome: CVS)

คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม คือ?

กลุ่มอาการที่ผิดปกติที่เกิดจากการใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้ว ยังหมายความรวมถึงการใช้งานอุปกรณ์ดิจิตอลที่มีหน้าจอมอนิเตอร์อื่นๆ เช่น แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน โดยระดับความรุนแรงของอาการจะเพิ่มมากขึ้นตามระยะเวลาที่ใช้สายตาอยู่หน้าจอที่นานขึ้น และพบว่าพฤติกรรมการใช้งานหน้าจอที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากที่สุด ได้แก่ การใช้งานหน้าจอติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือ การทำงานที่ต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆวัน

สาเหตุของการเกิดโรค

นอกจากจะเกิดจากการใช้สายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานแล้ว ยังพบว่า ตำแหน่งการจัดวางจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม แสงสว่างหรือแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์ที่มากเกินไป ระยะห่างระหว่างดวงตากับจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่เหมาะสม ความผิดปกติของสายตาของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตลอดจนท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการเกิดคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมได้ทั้งสิ้น

วิธีการป้องกันการเกิดคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมทำได้โดย

  1. จัดตำแหน่งการวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากดวงตาประมาณ 20-28 นิ้ว และควรให้จุดกึ่งกลางของหน้าจออยู่ต่ำกว่าระดับสายตาประมาณ 15-20 องศา (หรือต่ำกว่าระดับสายตาในแนวราบประมาณ 4-5 นิ้ว)
  2. ไฟเพดานในห้องทำงาน โคมไฟบนโต๊ะทำงาน หรือแสงสว่างจากหน้าต่างในห้องทำงาน ไม่ควรสว่างมากเกินไป เพื่อลดแสงสะท้อนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรืออาจใช้กระจกกันแสงสะท้อนติดที่หน้าจอ เพื่อลดแสงสะท้อนเข้าดวงตา สำหรับความสว่างของหน้าจอควรปรับความสว่างให้พอเหมาะและไม่สว่างมากจนเกินไป
  3. ขณะทำงานหน้าจอ ควรกระพริบตาให้บ่อยขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวดวงตา โดยในคนปกติจะมีการกระพริบตาเฉลี่ยประมาณ 14-16 ครั้งต่อนาที แต่พบว่าการใช้งานหน้าจอคอมพิวเตอร์จะทำให้ความถี่ของการกระพริบลดลงเหลือเพียง 1 ใน 4 ของความถี่ปกติซึ่งเป็นผลให้เกิดอาการตาแห้งและแสบตาได้ง่าย
  4. ควรพักการใช้สายตาเป็นระยะ โดยการละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกๆ 20 นาที แล้วมองไปที่วัตถุที่อยู่ไกลอย่างน้อย 20 ฟุต นานประมาณ 20 วินาที หรือเรียกง่ายๆว่า “สูตรการพักสายตา 20-20-20”
  5. ผู้ที่มีสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ควรได้รับการแก้ไขสายตาที่ผิดปกติด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน เพื่อลดการเพ่งมองที่จะนำมาสู่อาการปวดตา หรือหรือแสบตาได้

โดยจะเห็นได้ว่าคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรมสามารถป้องกันได้ง่าย เพียงเราปรับพฤติกรรมการทำงานให้เหมาะสม ก็จะทำให้ไม่เกิดโรคและมีความสุขในการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ในที่สุด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.83 จาก 5 จำนวนโหวต 24 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ชายหาญ รุ่งศิริแสงรัตน์ สรุป: สาขาจักษุวิทยา สาขาจักษุวิทยา