แชร์ข้อความนี้

Adrenaline กับอาการแพ้แบบรุนแรง

HIGHLIGHTS:

  • ผู้ป่วยที่มีการแพ้แบบรุนแรงหรือที่เรียกว่า Anaphylaxis อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เพราะอาการแพ้ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดอาการล้มเหลวของอวัยวะภายในหลายระบบ
  • แม้ผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ลมพิษ คัดจมูก หากอาการเล็กน้อยนี้มีมากกว่า 1 ระบบ ผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาเหมือนการแพ้รุนแรง
  • ผู้ป่วยควรมียาพกติดตัวไว้เสมอ นอกจากตัวผู้ป่วยแล้วผู้ดูแลและคนใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็ต้องทราบแผนการรักษาและวิธีการใช้ Adrenaline เช่นกัน


ผู้ป่วยที่มีการแพ้แบบรุนแรงหรือที่เรียกว่า Anaphylaxis (อะนาฟัยแลคซิส) ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เพราะอาการแพ้ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดอาการล้มเหลวของอวัยวะภายในหลายระบบ    ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตเกิดจากการได้รับยา Adrenaline ล่าช้า (Bock AS.,JACI 2001) ดังนั้นผู้ป่วยที่มีภาวะนี้ควรมีแผนการรักษาเมื่อเกิดอาการแพ้แบบรุนแรง (Anaphylaxis action plan) เช่น ยาฉีด Adrenaline ดังนั้นผู้ป่วยควรมียาพกติดตัวไว้เสมอ นอกจากตัวผู้ป่วยแล้วผู้ดูแลและคนใกล้ชิดกับผู้ป่วยก็ต้องทราบแผนการรักษาและวิธีการใช้ Adrenaline เช่นกัน

เมื่อไหร่ต้องฉีด Adrenaline ?

สิ่งแรกที่ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดควรเรียนรู้คือ อาการของ Anaphylaxis อาการแพ้รุนแรงมักเกิดภายในเวลาไม่กี่นาทีหรือเป็นชั่วโมงหลังสัมผัสสารแพ้  อาการแพ้อาจเริ่มจากอาการเพียงเล็กน้อยแล้วลามเป็นอาการแพ้รุนแรงอย่างรวดเร็ว  ดังนั้นผู้ป่วยควรรับรู้อาการแพ้เบื้องต้นที่ต้องฉีด Adrenaline ดังนี้

  • ระบบผิวหนัง: ลมพิษทั่วตัว ตัวแดง
  • ลำคอ: จุกแน่นในคอ  เสียงแหบ  กลืนลำบาก  แน่นจมูก  ปากบวม  ลิ้นบวม
  • ระบบหายใจ: หายใจไม่สะดวก หอบเหนื่อย  หายใจมีเสียงหวีด
  • ระบบทางเดินอาหาร: คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย
  • ระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิต: หน้าซีด เขียว  เป็นลม  เวียนศีรษะ ชีพจรเต้นเบา
  • ระบบประสาท: ปวดศีรษะ สับสน  มึนงง

หากผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว ข้อใดข้อหนึ่งควรได้รับการรักษาเบื้องต้นทันที ซึ่งจะกล่าวต่อไปดังนี้

ถ้าผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อย เช่น ลมพิษ 2-3 จุด คันเล็กน้อย คัดจมูก ไม่สบายท้อง หากอาการเล็กน้อยนี้มีมากกว่า   1  ระบบ ผู้ป่วยก็ต้องได้รับการรักษาเหมือนการแพ้รุนแรง

พึงระลึกไว้เสมอว่า บางครั้งอาการแพ้รุนแรงไม่จำเป็นต้องมีลมพิษเสมอไป เราไม่สามารถรู้ได้ว่าครั้งใดจะเป็นอาการแพ้รุนแรง   ดังนั้นเราจึงไม่ควรเพิกเฉยอาการที่แสดงออกมาแม้เพียงเล็กน้อย  การรีรอหรือการฉีด Adrenaline ล่าช้าอาจทำให้ผู้ป่วยอาการแย่ลงจนอาจเสียชีวิตได้

 รับมืออย่างไรเมื่อเกิดอาการแพ้รุนแรง ?

เตรียมตัวและฝึกซ้อมให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์   ศึกษาวิธีสังเกตอาการ , ศึกษาและฝึกซ้อมการฉีด Adrenaline , พกยา Adrenaline และแผนการรักษาเมื่อเกิดการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis Action Plan) ติดตัวเสมอ  การพกพาแผนการรักษาเมื่อเกิดการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis Action Plan) ติดตัว  นอกจากมีประโยชน์ในการช่วยทบทวนแล้วยังมีประโยชน์ในการช่วยสื่อสารระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในห้องฉุกเฉิน

 เมื่อผู้ป่วยเกิดภาวะแพ้รุนแรงให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ฉีด Adrenaline บริเวณต้นขา ด้านข้าง ซึ่งในประเทศไทยมีการใช้ 2 รูปแบบ คือ
  • ชนิดสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน Epipen (Epinephrine Autoinjector)
  • ชนิดที่แพทย์และพยาบาลเตรียมใส่ syringes พร้อมใช้ (Epinephrine prefilled syringes)
  1. เรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน เบอร์โทร 1669 หรือติดต่อโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด พร้อมกับแจ้งว่าผู้ป่วยมีอาการ “อะนาฟัยแลคซิส”
  2. ระหว่างรอรถพยาบาล สามารถพ่นยาขยายหลอดลม หากผู้ป่วยรู้สติดีสามารถรับประทานยาแก้แพ้ได้
  3. จัดท่าผู้ป่วยให้นอนหงาย ยกขาสูง  การจัดท่าเช่นนี้จะช่วยให้การไหลเวียนโลหิตไปสู่อวัยวะสำคัญดีขึ้น ลดอาการความดันโลหิตต่ำ (Shock) แต่หากผู้ป่วยมีการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยให้จัดท่านอนตะแคง  ไม่ควรให้ผู้ป่วยยืนหรือเดินเพราะจะทำให้ความดันโลหิตต่ำลง
  4. ก่อนถึง รพ. หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นหรืออาการกลับมาเป็นซ้ำหลังฉีด Adrenaline ไปแล้ว 5 นาที ให้ฉีด Adrenaline ซ้ำอีก 1 ครั้ง

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

* โปรแกรมตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ *

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi


เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.67 จาก 5 จำนวนโหวต 15 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ภัทรา ตันติเจริญวิวัฒน์ สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน