แชร์ข้อความนี้

ไวรัสตับอักเสบบีและซี: ตัวการตับแข็งและมะเร็งตับ

HBV-HCV

แพทย์เตือนโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีใกล้ตัวกว่าที่คิด และอันตรายกว่า หรือเทียบเท่าโรคเอดส์ โดยเป็นสาเหตุมะเร็งตับที่สำคัญที่สุดในประชากรโลก ร้อยละ 70-75 ของมะเร็งตับในคนไทยเกิดจากไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง

โรคไวรัสตับอักเสบถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 โรคติดเชื้อที่ทำให้คนเสียชีวิตมากที่สุด และในประเทศไทยพบว่ามีผู้เป็นไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังกว่า 3.5 ล้านคน และไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังกว่า 1.5 ล้านคน ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสบีหรือซีเรื้อรัง จะเกิดอาการตับอักเสบเรื้อรังซึ่งมีค่าของเอนไซม์ตับ (AST, ALT) สูงกว่าปกติ หรือค่าแกว่งขึ้นลงเป็นระยะ ในผู้ป่วยที่มีตับอักเสบเรื้อรัง เซลล์ตับภายในร่างกายจะถูกทำลายเรื้อรัง และเกิดผังผืดสะสมมากขึ้นจนมีภาวะตับแข็ง ภายในเวลา 8 – 20 ปี จะมีการดำเนินโรคจนเกิดตับวายได้ร้อยละ 4 – 6 ต่อปี ผู้ป่วยที่มีตับแข็งจะมีโอกาสเกิดมะเร็งตับได้ร้อยละ 3-8 ต่อปี ที่สำคัญมักไม่มีอาการอะไร จนทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดว่าตนเองปกติแข็งแรงดี กว่าจะมีอาการก็มักจะมีภาวะตับแข็งมากจนเริ่มมีตับวายเรื้อรังแล้ว หรืออาจมีขนาดมะเร็งที่ใหญ่เกินรักษาให้ได้ผลดีแล้วเช่นกัน

การตรวจและติดตามสุขภาพตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น วิธีการหนึ่งสามารถทำได้ด้วยเครื่อง Fibroscan ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับตรวจหาผังพืดภายในตับ ทำให้สามารถช่วยติดตามการดำเนินโรคของตับแก่ผู้ติดเชื้อไวรัสบีและซีเรื้อรัง ทำให้สามารถวินิจฉัยภาวะผังผืดในตับและตับแข็งในระยะต้นได้โดยไม่ต้องเจาะชิ้นเนื้อตับมาตรวจ และสามารถเริ่มการรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ Fibroscan ยังสามารถตรวจหาภาวะไขมันสะสมในตับได้อีกด้วย

แหล่งที่มา: หนังสือพิมพ์ Post Today ฉบับวันที่ 24 กรกฏาคม 2557

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 1.33 จาก 5 จำนวนโหวต 3 โหวด

ผู้เขียน

รศ.นพ. ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร