แชร์ข้อความนี้

ไม่ใช่สายDrink กินแต่กับ ก็ “ตับแข็ง” ได้

HIGHLIGHTS:

  • ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานคล้ายตัวคัดกรองสำคัญในร่างกาย ตับมีหน้าที่ทั้งช่วยสร้างสารอาหารและกำจัดของเสียที่มีอยู่ภายในตัวเรา
  • การตรวจวัดปริมาณไขมันในตับ ในอดีตต้องทำโดยการตรวจเลือด แต่ในปัจจุบันการตรวจวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับสามารถทำได้ด้วยเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า (Fibro Scan-CAP) 
  • สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่ควรตรวจ Fibro Scan ได้แก่ ผู้ที่มี BMI มากกว่า 25 , ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่มีประวัติไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

คลิก … เพื่อทำแบบประเมินความเสี่ยง “ไขมันพอกตับ”

ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญในร่างกายมีหน้าที่ทั้งช่วยสร้างสารอาหารและกำจัดของเสียที่มีอยู่ภายในตัวเรา ดังนั้น จะถือว่าตับเป็นเครื่องในที่มีความสำคัญต่อสุขภาพของเราก็ไม่ผิด เพราะด้วยภาระหน้าที่นี้ของตับ ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงกับตับมากมาย  และที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ โรคตับแข็ง และไขมันพอกตับนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย  ไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่ดื่มเหล้า  ซึ่งการตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคตับแข็ง หรือไขมันพอกตับนั้นส่วนมากมักพบจากการตรวจภาพ X-ray ได้เมื่อโรคนั้นมีภาวะความรุนแรงมากแล้ว  การตรวจวินิจฉัยโรคตับแข็งในระยะเริ่มแรกอาจต้องทำการเจาะชิ้นเนื้อตับมาดูพยาธิสภาพในตับ  ซึ่งมีความไม่สะดวกสำหรับผู้ป่วยเพราะเจ็บ และมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย

อาการแฝง ภัยร้ายแรงของไขมันพอกตับ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับโรคไขมันพอกตับ นั้นคือ ส่วนใหญ่ในระยะแรกๆ ของโรคมักจะไม่มีอาการแสดง หรือหากมีอาการก็เป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากพอที่จะบ่งบอกได้ว่าคุณกำลังเป็น “โรคไขมันพอกตับ” ซึ่งอาการแสดงที่พบได้น้อยประกอบด้วย

  • อ่อนเพลีย
  • คลื่นไส้เล็กน้อย
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • รู้สึกปวดท้อง ไม่สบายท้อง โดยเฉพาะท้องด้านขวา

สาเหตุที่โรคนี้ไม่ค่อยแสดงอาการ เนื่องมาจากโรคไขมันพอกตับและโรคตับอีกหลายโรค โดยส่วนใหญ่การตรวจพบโรคไขมันพอกตับจึงมักพบเมื่อผู้ป่วยเข้ารับการเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจทางการแพทย์ด้วยเหตุผลอื่นๆ ซึ่งในบางรายพอเริ่มตรวจพบไขมันพอกตับก็อาจกลายเป็นภาวะตับแข็งแล้วก็เป็นได้

จะรู้ได้อย่างไรว่า เราเสี่ยงต่อโรคไขมันพอกตับ หรือไม่ ?

อดีต การตรวจหาหรือ วินิจฉัยโรคไขมันพอกตับนั้นจะต้องทำโดยการตรวจเลือด ตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน  การตรวจวัดปริมาณไขมันในตับหรืออาจจะต้องทำการเจาะชิ้นเนื้อตับมาดูพยาธิสภาพในตับ ซึ่งมีความไม่สะดวกสำหรับผู้ป่วยเพราะเจ็บและมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างสูง  แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การตรวจวินิจฉัยภาวะไขมันพอกตับจึงสามารถทำได้ด้วยเครื่องมือพิเศษเพื่อเปรียบเทียบปริมาณไขมันในตับได้ที่เรียกว่า (Fibro Scan-CAP) นั่นเอง

ใครบ้างที่ควรตรวจ Fibro Scan

  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
  • ผู้ที่มีประวัติตับอักเสบเรื้อรัง
  • ผู้ที่ดื่มสุรา
  • ผู้ที่มีไขมันพอกตับ นอกจากนั้น Fibro Scan ยังมีประโยชน์ในการตรวจติดตามการดำเนินโรคอีกด้วย
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีไขมันพอกตับ หรือมีความเสี่ยงสูง
  • ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน (ฺBMI ตั้งแต่  25 ขึ้นไป)

การป้องกันไขมันพอกตับทำอย่างไร ?

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผัก ผลไม้ และลดอาหารประเภทไขมัน เพื่อป้องกันโรคอ้วน โรคเบาหวาน และป้องกันไม่ให้ระดับไขมันในเลือดสูง
  • หากเป็นเนื้อสัตว์ควรรับประทานเนื้อที่ไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

แม้โรคไขมันพอกตับจะไม่ใช่โรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง แต่ตับก็เป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยกรองสารพิษ และทำหน้าที่สำคัญๆ อีกมากในร่างกาย หากไม่ดูแลรักษา หรือปล่อยปละละเลยไม่สนใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็อาจจะเป็นหนทางนำไปสู่โรคร้ายโดยที่คุณไม่รู้ตัว

คลิก..เพื่อรับสิทธิ์ตรวจ Fibro Scan ราคาประหยัด

 


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่

Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi

เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.30 จาก 5 จำนวนโหวต 10 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ประเสริฐ แก้วสมนึกสกุล สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร