แชร์ข้อความนี้

ไข้ทรพิษลิง

HIGHLIGHTS:

  • ไข้ทรพิษลิง เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ตระกูลลิงและสัตว์ฟันแทะ มีโอกาสติดมาสู่คนแต่น้อยมาก จากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นโรค ลักษณะอาการคล้ายไข้ทรพิษแต่มีความรุนแรงน้อยกว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสเสียชีวิตระหว่าง 1 – 10%
  • ไข้ทรพิษลิง ยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนป้องกันเฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษซึ่งมีประสิทธิภาพ 85%

 

ไข้ทรพิษลิง

เมื่อปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อไข้ทรพิษลิง (Monkeypox) ในคนอีกครั้งที่สิงคโปร์  เป็นชายชาวไนจีเรียวัย 38 ปี  คาดว่าติดเชื้อไข้ทรพิษลิงจากการรับประทานเนื้อในงานแต่งงานจากประเทศไนจีเรีย ซึ่งเมื่อตรวจพบ ทางการสิงคโปร์ได้ออกมาประกาศทำการกักตัวผู้ติดเชื้อนี้ไว้ในสถานที่ปลอดภัยทันที

ไข้ทรพิษลิง (Monkeypox) ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1958 ช่วงการระบาดของโรคที่คล้ายไข้ทรพิษหรือฝีดาษ โดยพบในบริเวณที่เลี้ยงลิงไว้เพื่อการวิจัย ต่อมาในปีค.ศ.1970 ได้พบการระบาดเกิดขึ้นในมนุษย์ครั้งแรกที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  โดยเรียกว่าไข้ทรพิษลิงในคน (Human Monkeypox) ซึ่งระบาดอยู่เพียงประเทศในแถบแอฟริกากลางและตะวันตกเท่านั้น และหลังจากนั้นก็ยังพบว่ามีการติดเชื้อในคนอีกถึง  3 ครั้ง

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสเสียชีวิตระหว่าง 1 – 10% โดยส่วนใหญ่ในกลุ่มอายุน้อย

อาการของโรคไข้ทรพิษลิง

ไข้ทรพิษลิง เป็นโรควินิจฉัยได้ยาก  อาการของโรคจะแสดงหลังจากติดเชื้อไปแล้วประมาณ 12 วัน โดยมีอาการคล้ายโรคฝีดาษ มีลักษณะอาการดังนี้

  • มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อและอ่อนเพลีย บางกรณีอาจมีอาการไอหรือปวดหลังร่วมด้วย
  • หลังจากมีไข้ประมาณ 1-3 วัน ผู้ป่วยจะมีผื่นขึ้นโดยเริ่มจากใบหน้าแล้วแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
  • จากนั้นผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง และสุดท้ายตุ่มหนองจะมีสะเก็ดคลุมแล้วหลุดออกมา อาการป่วยดังกล่าวจะเป็นอยู่ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคเองได้ แต่ในกรณีผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำหรือมีโรคประจำตัว อาจเกิดโรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดบวม หรือเสียชีวิต

กลุ่มเสี่ยงที่จะรับเชื้อไข้ทรพิษลิง

สำหรับในประเทศไทยเอง ยังไม่เคยมีประวัติการพบโรคดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในประเทศที่ไม่มีประวัติการเกิดโรคจากเชื้อไวรัส แต่ปัจจุบันการเดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ ในประเทศกลุ่มเสี่ยง อาจมีโอกาสติดเชื้อและนำกลับมายังประเทศได้ โดยมีกลุ่มเสี่ยงคือ แรงงานต่างชาติ หรือคนไทยที่ไปทำงานในประเทศที่มีการติดเชื้อ นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศที่เสี่ยงจะมีเชื้อไวรัสระบาด นักธุรกิจ ที่เดินทางไปหรือมาจากประเทศที่พบการติดเชื้อ

การป้องกันไข้ทรพิษลิง

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยโดยเฉพาะลิง และหนู
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงและสิ่งของของผู้ป่วย รวมถึงลมหายใจของผู้ป่วย
  • หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลทำความสะอาดทุกครั้ง หลังสัมผัสสัตว์ หรือสัมผัสสิ่งของสาธารณะ 
  • ใช้ผ้าปิดจมูกและปาก เมื่อไปในสถานที่เสี่ยงมีโรคระบาด 
  • ถ้าพบผู้ป่วย ให้แยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกจากผู้อื่น
  • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษ แม้วัคซีนป้องกันไข้ทรพิษจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อดังกล่าวได้ แต่การฉีด

วัคซีนควรทำเฉพาะในบุคคลที่ต้องทำงานมีความเสี่ยงหรือใกล้ชิดกับคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อเท่านั้น และวัคซีนยังสามารถรับได้ภายหลังการได้รับเชื้อไม่เกิน 14 วัน

การรักษาไข้ทรพิษลิง

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาหรือวัคซีนป้องกันเฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ด้วย การฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพ 85%

อย่าชะล่าใจว่าโรคไข้ทรพิษลิง จะติดต่อกันเฉพาะสัตว์สู่สัตว์เท่านั้น เพราะโรคนี้สามารถติดต่อจากคนที่ได้รับเชื้อสู่คนได้ ดังนั้นใครที่ต้องเดินทางไปทำงานในประเทศที่พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ ควรติดตามข่าวสารให้ละเอียด หรือทางที่ดีรีบปรึกษาแพทย์และกุมารแพทย์ให้แน่ใจก่อนที่ทุกคนจะต้องเดินทางล่วงหน้า ก็จะช่วยป้องกันตัวเองได้


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.cdc.gov/poxvirus/monkeypox/about.html

 https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/monkeypox

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.78 จาก 5 จำนวนโหวต 9 โหวด

ผู้เขียน

พญ. วิริยาภรณ์ จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ