แชร์ข้อความนี้

โรคระบาด…ภัยใกล้ตัวที่เฝ้าระวังได้

1 (1)

ภาวะโลกร้อนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด โรคระบาดชนิดใหม่ๆ และโรคระบาดซ้ำ ซึ่งหมายถึงโรคระบาดที่เคยหายไปแล้วก็กลับมาให้ได้เห็นใหม่ รวมถึงพาหะนำโรคที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น จากข้อมูลจากกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข  พบว่ามีโรคที่ต้องพึงระวัง 13 โรค คือ โรคไข้กาฬหลังแอ่น  โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์และเฮนดรา  โรคไข้หวัดนก  ไข้เหลือง โรคชิคุนกุนยา  โรคมือเท้าปาก  โรคติดเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัสซูอิส  โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส)  โรคทูลารีเมีย  โรคเมลิออยโดซิส โรคลิชมาเนีย   โรควีซีเจดีหรือโรคสมองเสื่อมชนิดใหม่  

บางโรคเกิดขึ้นในต่างประเทศ และยังไม่พบการระบาดในประเทศไทย แต่บางโรคต่อไปนี้ส่งผลโดยตรงต่อเราทุกคน  ดังนั้นจึงควรต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ เพื่อที่จะได้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว

โรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่น  เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ติดต่อจากคนสู่คนโดยการหายใจเอาเชื้อเข้าไปหรือสัมผัสกับเสมหะ  อาการมีไข้สูงแบบเฉียบพลัน  ปวดศีรษะ  อ่อนเพลีย  คลื่นไส้  อาเจียน   เจ็บคอ  คอแข็ง   ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ   ปวดข้อ   มักมีผื่นเป็นจุดเลือดออกใต้ผิวหนังร่วมกับจ้ำเลือดขึ้นตามตัว  แขนขา เกิดโลหิตเป็นพิษ  เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือเป็นทั้ง 2 โรคร่วมกัน  ในรายที่เป็นรุนแรงผู้ป่วยจะซึม  ชัก  และ ช็อกหากได้รับการรักษาช้าอาจเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง   ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แต่ไม่ครอบคลุมสายพันธุ์ที่ก่อโรคในประเทศไทย แนะนำฉีดสำหรับผู้ที่จะไปแสวงบุญ ณ นครเมกกะ

โรคไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ มียุงลายเป็นพาหะนำโรค  คนเราอาจเป็นโรคนี้ได้หลายครั้ง การเกิดโรคครั้งหลังๆมักจะมีอาการรุนแรงกว่าครั้งแรก ผู้ป่วยจะมี อาการ  ไข้สูงเฉียบพลันประมาณ 2-7 วัน  เบื่ออาหาร หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย   ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีจุดเลือดออกตามลำตัว แขนขา อาจมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน และถ่ายอุจจาระดำ หรือถ่ายเป็นเลือด จากการมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีเลือดออกมาก ช็อก ซึ่งจะเกิดหลังไข้ลดลง  สังเกตได้โดยผู้ป่วยจะมีอาการทรุดหนักลง  รวมทั้งภาวะซึม มือเท้าเย็น เหงื่อออก หมดสติ และอาจจะเสียชีวิตได้ถ้าได้รับการรักษาไม่ทัน

โรคไข้หวัดนก

โรคไข้หวัดนก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของสัตว์ปีก แต่สามารถติดต่อมาสู่คนได้ โดยเฉพาะสายพันธ์ H5N1 โดยคนจะได้รับเชื้อโดยตรงจากสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค โดยสัมผัสเสมหะ  สารคัดหลั่ง   หรืออุจาระของสัตว์  มักระบาดในช่วงฤดูหนาว อาการที่พบ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามข้อ ไอแห้งๆ ตาแดง มักพบอาการปวดบวม   ผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจมีอาการรุนแรง ระบบหายใจล้มเหลวอย่างรวดเร็ว   และหากติดเชื้อแล้วมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 70-80 ส่วนมากจะเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวในวันที่ 9-10 หลังมีอาการป่วย

ไข้เหลือง

ไข้เหลือง เป็นโรคติดเชื้อไวรัส จัดอยู่ในกลุ่มโรคไข้เลือดออกพบได้ในประเทศแถบอเมริกาใต้ และ อาฟริกา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค  จะมีอาการไข้สูง  หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อร่วมกับปวดหลัง  ปวดศีรษะ  เบื่ออาหาร  คลื่นไส้  อาเจียน  พบบ่อยว่าผู้ป่วยจะมีไข้สูงร่วมกับชีพจรเต้นช้าผิดปกติ  หลังจาก 3-4 วัน ส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม 15%  ของผู้ป่วยจะเข้าสู่ระยะสอง  ภายใน 24 ชั่วโมง จะมีอาการไข้กลับ  ตัวเหลือง  ปวดท้อง  อาเจียน  มีเลือดออกจากปาก  จมูก  ตา  กระเพาะอาหาร  ทำให้อาเจียน  และถ่ายเป็นเลือด  จนถึงไตวาย  มีโปรตีนปัสสาวะ    และปัสสาวะไม่ออก   ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยระยะโลหิตเป็นพิษจะเสียชีวิตภายใน 10-14 วัน ที่เหลือจะหายเป็นปกติ  ปัจจุบันยังไม่พบโรคนี้ในประเทศไทย และมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางไปในประเทศแถบอเมริกาใต้ อาฟริกา

โรคชิคุนกุนยา

โรคชิคุนกุนยา หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย เป็นโรคไข้เลือดออกชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา มียุงลายเป็นพาหะนำโรค มีอาการและอาการแสดงคล้ายโรคไข้เลือดออก แต่รุนแรงน้อยกว่า ไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจนถึงเสียชีวิตผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรงกว่าเด็ก จะพบมีอาการไข้ ปวดข้อทั้งข้อมือ ข้อเท้า และเป็นข้ออักเสบตามมาด้วย ซึ่งมักจะเปลี่ยนตำแหน่งที่ปวดไปเรื่อยๆ บางครั้งรุนแรงมากจนขยับข้อไม่ได้ แต่จะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ หรือบางคนอาจจะปวดเรื้อรังเป็นเดือน เป็นปีก็ได้

โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก เกิดจากการติดเชื้อเอนเทอโรไวรัส  พบบ่อยในกลุ่มเด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี โรคเกิดประปรายตลอดปี แต่จะเพิ่มมากขึ้นในหน้าฝน  การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ปากโดยตรง จะพบมีการระบาดได้บ่อยในสถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาล โรคแพร่ติดต่อง่ายในช่วงสัปดาห์แรกของการป่วย  อาการของโรค คือ มีตุ่ม ผื่นขึ้นที่ผิวหนัง เยื่อบุปาก  เพดานปาก ลิ้น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า บางรายไม่แสดงอาการในรายที่จะเป็นโรครุนแรงจะพบมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร อาเจียน  ทำให้เกิดก้านสมองอักเสบ น้ำท่วมปอด หัวใจอักเสบ ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ในประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตน้อยมากปีละไม่เกิน 1-2 คน

โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส)

โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) เป็น โรคระบบทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซาร์ส แพร่ระบาดผ่านทางละอองจากการจามหรือไอ เชื้อไวรัสผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจโดยตรงหรือโดยมือที่ปนเปื้อนเชื้อ สัมผัส ตา จมูก ผู้ป่วยจะมี  ไข้สูง ปวดศีรษะ รู้สึกไม่สบายตัว เจ็บตามเนื้อตัว บางคนจะมี อาการผิดปกติของระบบทางเดินหายใจเล็กน้อย  ประมาณร้อยละ10-20 ของผู้ป่วยจะพบมีอาการอุจจาระร่วง ต่อมา 2-7 วันจะมีอาการไอแห้งๆ  ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบมีปอดอักเสบ โดยจะมี หอบ หรือหายใจลำบาก  ผลเอ็กซเรย์ปอดพบความผิดปกติคล้ายเป็นปอดบวม อาการอื่นๆ ที่พบได้ คือ หนาวสั่น ปวดหัว กล้ามเนื้อแข็ง เบื่ออาหารครั่นเนื้อครั่นตัว สับสน มีผื่นคัน  โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค มีอัตราการเสียชีวิตสูง

ดูแลตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากโรคติดต่อต่างๆ 

แม้ว่าบางโรค จะไม่ทำอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ทำให้ได้รับความทุกข์ทรมาน และความรำคาญใจจากอาการต่างๆได้เช่นกัน ดังนั้นการป้องกันจึงมีความสำคัญ  รักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ  รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ถูกสุขลักษณะ พักผ่อนให้เพียงพอ   การฉีดวัคซีน เป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กและผู้สูงอายุ ที่มีภูมิต้านทานต่ำ  ซึ่งวัคซีนจะช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน และสามารถป้องกันโรคบางชนิดได้

ด้วยเทคโนโลยีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 

จะทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่าง ถูกต้องและสามารถให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที  ช่วยให้แพทย์สามารถทราบถึงความรุนแรงของโรค และติดตามการรักษา เพื่อที่จะปรับวิธีการรักษาให้เหมาะสม ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.33 จาก 5 จำนวนโหวต 3 โหวด

ผู้เขียน

ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ. เสน่ห์ เจียสกุล สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ สาขากุมารเวชศาสตร์