คุณรู้หรือไม่ น้ำท่วมนำพาโรคมาสู่เราได้อย่างมากมายเลยนะ

shutterstock_1127

ภาวะอุทกภัยหรือน้ำท่วมนั้น เป็นภาวะที่ประเทศไทยเราพบเจอบ่อยมาก ๆ เรียกได้ว่าพี่น้องในทุกๆ ภาคมีโอกาสพบเจอภัยน้ำท่วมได้ทุกปี แม้กระทั่งกรุงเทพมหานครเองก็ตามที ซึ่งภาวะน้ำท่วมไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือน ทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บอีกมากมายเลยด้วย เพราะที่ใดที่มีน้ำท่วมขังนานๆ ก็ย่อมจะเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรคต่างๆ และทำให้เชื้อโรคเหล่านี้แพร่กระจายมาสู่ผู้คนและชุมชนได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ครั้งนี้เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับโรคที่มากับน้ำท่วม จะมีโรคใดบ้างมาติดตามกันได้เลย

โรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร

เนื่องจากการที่น้ำท่วมจะทำให้ระบบสาธารณูปโภคทั่วไปทั้งเรื่องน้ำดื่มน้ำใช้จะใช้ไม่ได้ตามปกติ รวมไปถึงอาหารก็ต้องคลาดแคลนลงไปด้วย โอกาสที่เราจะรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาดมีการปนเปื้อนนั้นจะมีสูงมาก อีกทั้งปัญหาขยะและการขับถ่ายที่ไม่ถูกสุขลักษณะก็ยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นเชื้อโรคต่างๆ ให้แพร่กระจายไปสู่อาหารและน้ำดื่มได้ง่าย จึงทำให้ผู้คนที่ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเสี่ยงต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารอย่างมาก และโรคทางเดินอาหารที่มักจะมากับน้ำท่วมก็ได้แก่ อาหารเป็นพิษ อุจจาระร่วง อหิวาตกโรค บิด ไทฟอยด์ เหล่านี้เป็นต้น

อาการ โดยภาพรวมแล้ว ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการจากเบื่ออาหาร บางรายก็ถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำ ต่อมาก็จะรู้สึกปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ไปจนถึงถ่ายเป็นเลือด

วิธีการป้องกันเบื้องต้น ล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบจับอาหาร เลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด ไม่บูดเสีย ดื่มน้ำสะอาดที่ต้มสุก กำจัดสิ่งปฏิกูล ขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน และไม่ควรขับถ่ายลงน้ำโดยตรง

โรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ

ด้วยเชื้อโรคและพาหะนำโรคต่างๆ มักจะมากับน้ำที่ท่วมขังนานๆ หรือน้ำเน่าเสีย โอกาสที่เชื้อไวรัสต่างๆ จะแพร่กระจายจึงมีสูง ซึ่งเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายในช่วงน้ำท่วมนี้ก็จะทำให้ผู้คนเสี่ยงต่อโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และปอดบวม โรคเหล่านี้แพร่กระจายได้ผ่านทางลมหายใจ เสมหะ และน้ำลาย

อาการ จะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ไอจาม อ่อนเพลีย คัดจมูก มีน้ำมูก แต่ถ้าเป็นปอดบวมอาการก็จะลึกขึ้นไปกว่านั้น คือ มีไข้สูง ไอมาก หอบหายใจเร็ว เห็นชายโครงบุ๋ม ริมผีปากซีดหรือเขียวคล้ำ กระสับกระส่ายหรือซึมลงไปอย่างเห็นได้ชัด

วิธีการป้องกันเบื้องต้น หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานาน พยายามดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ไม่สวมเสื้อผ้าที่เปียกชื้น ใช้ผ้าปิดปากเวลาไอจาม ดื่มน้ำอุ่นมากๆ สวมเสื้อผ้าให้หนาพอหากอากาศเย็น

โรคไข้เลือดออก

หากน้ำท่วมนานๆ จนน้ำขังและยังมีฝนตกลงมาอีกเรื่อยๆ พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมก็จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายไปโดยปริยาย และนั่นนำไปสู่การมาของโรคไข้เลือดออกที่น่ากลัวนั่นเอง

อาการ ปวดศีรษะ มีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว หน้าแดง อาจมีจุดแดงเล็กๆ ตามลำตัว แขน ขา

วิธีการป้องกันเบื้องต้น ระวังอย่าให้ยุงกัดในเวลากลางวัน โดยหายาหรือครีมทากันยุงมาทา หรือหามุ้งมากางเวลานอน

โรคมือเท้าปาก

โรคนี้พบบ่อยในเด็กเล็ก เกิดจากเชื้อไวรัสลำไส้หรือเอนเทอโรไวรัสหลายชนิด ในช่วงน้ำท่วมเด็กๆ จะได้รับเชื้อไวรัสเข้าสู่ทางปากได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เพราะเด็กๆ มักจะลงไปเล่นอยู่ในน้ำซึ่งมีเชื้อเหล่านี้อยู่หรือเชื้อไวรัสนี้จะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผล หรืออุจจาระของผู้ป่วย

อาการ หลังจากได้รับเชื้อประมาณ 3 – 6 วัน ผู้ที่ได้เชื้อจะเริ่มแสดงอาการป่วย จะเริ่มมีไข้ต่ำๆ อ่อนเพลีย ต่อมาอีก 1 – 2 วัน มีอาการเจ็บปาก กลืนน้ำลายไม่ได้และไม่ยอมกินอาหาร มีตุ่มแดงภายในปากและจะพบตุ่มหรือผื่นนูนสีแดงเล็กๆ ที่ฝ่ามือฝ่าเท้าด้วย

วิธีการป้องกันเบื้องต้น พยายามอย่าให้เด็กๆ ลงเล่นน้ำที่ไม่สะอาดและพยายามให้เด็กๆ หลีกเลี่ยง จากการใกล้ชิดกับผู้ป่วย ดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ

โรคตาแดง

หนึ่งโรคติดต่อที่พบได้บ่อยทั้งช่วงหน้าฝนและช่วงน้ำท่วม โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส แม้จะเป็นโรคที่ไม่อันตรายรุนแรง แต่ก็สามารถที่จะติดต่อได้ง่ายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่ม ก็อาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่อันตรายมากขึ้นได้ โรคตาแดงนี้จะติดต่อกันได้จากการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการหรือใช้สิ่งของเครื่องใช้ร่วมกับผู้ที่มีอาการ

อาการ หลังได้รับเชื้อประมาณ 1 – 2 วัน จะเริ่มมีอาการระคายเคืองตา ปวดตา น้ำตาไหล กลัวแสง มีขี้ตามาก หนังตาบวม เยื่อบุตาขาวอักเสบแดง อาจเริ่มที่ตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงลามไปตาอีกข้างหนึ่ง โดยปกติแล้วอาการเหล่านี้จะหายได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์ แต่ในช่วงที่เป็นก็ต้องมีการดูแลรักษาความสะอาดดวงตาตลอดเวลาด้วย ถ้าไม่ดูแลรักษาให้ถูกวิธีอาจเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น กระจกตาดำอักเสบ ทำให้ปวดตา ตามัวได้

วิธีการป้องกันเบื้องต้น ถ้ารู้สึกระคายเคืองตาไม่ควรขยี้ตา ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันที และอย่าให้น้ำสกปรกเข้าตา ระวังอย่าให้แมลงตอมตา เป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้สายตาอย่างหนัก พักสายตาเป็นระยะๆ

โรคฉี่หนู (Leptospirosis)

โรคนี้จะพบมากในบริเวณที่มีน้ำท่วมขังและจะแพร่ระบาดในช่วงฤดูฝน โรคนี้เกิดจากเชื้อกลุ่ม Leptospira สัตว์ที่แพร่เชื้อโรคนี้ ได้แก่ พวกสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู สัตว์พวกนี้เก็บเชื้อไว้ที่ไต ดังนั้นเมื่อฉี่ออกมาจะมีเชื้อนี้ปนอยู่ด้วยจึงเป็นที่มาของชื่อโรคนั่นเอง ซึ่งเชื้อในกลุ่มนี้นอกจากจะพบได้จากหนูแล้ว สุนัข วัว ควาย ก็สามารถพบเชื้อกลุ่มนี้ได้เช่นกัน ช่วงน้ำท่วมเชื้อเหล่านี้อาจจะมีอยู่ในน้ำที่ท่วมขัง คนก็อาจจะได้รับเชื้อผ่านน้ำที่ไม่สะอาดเหล่านี้

อาการ หลังได้รับเชื้อไปประมาณ 4 – 14 วัน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมาก โดยเฉพาะบริเวณน่องและโคนขา หรือปวดหลัง บางรายมีอาการตาแดง มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ไอมีเลือดปน ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะน้อย เริ่มซึม

วิธีการป้องกันเบื้องต้น หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น หากต้องลงไปลุยน้ำต้องรีบล้างเท้าให้สะอาดด้วยสบู่แล้วเช็ดให้แห้งโดยเร็วที่สุด

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นโรคที่มากับน้ำในช่วงน้ำท่วมทั้งสิ้น ซึ่งก็มีทั้งโรคที่อันตรายและโรคที่ไม่อันตราย แต่ไม่ว่าจะเป็นโรคที่อันตรายหรือไม่ก็ตาม ทางที่ดีที่สุดคือไม่เป็นโรคเลยจะดีกว่า น้ำท่วมบางทีก็หลีกเลี่ยงยาก มารู้ตัวอีกทีน้ำก็มาแล้ว การเตรียมรับมืออาจทำได้ส่วนหนึ่ง แต่ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ เราต้องเตรียมเรื่องของสุขภาพและโภชนาการที่ดีเอาไว้เสมอ เราจะได้มีภูมิคุ้มกันที่ดีต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บางทีเราก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 0 จาก 5 จำนวนโหวต 0 โหวด

ผู้เขียน

พญ. สมรรจน์ ลิ้มมหาคุณ สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ

  • ลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่มีประโยชน์และทันสมัยจากโรงพยาบาลสมิติเวช