แชร์ข้อความนี้

ปัจจัยการเสิร์ฟลูกเทนนิสให้มีประสิทธิภาพสูง ตอนที่ 1

ต่อจากเนื้อหาในฉบับที่แล้ว ว่านักเทนนิสที่มีประสิทธิภาพในการเสิร์ฟสูงที่ไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่นัก มีปัจจัยที่ทำให้เสิร์ฟลูกเทนนิสได้มีประสิทธิภาพสูงอย่างไร

ฉบับนี้ขอกล่าวถึงเทคนิคที่ Andy Roddick ใช้เสิร์ฟลูกเทนนิสได้ประสิทธิภาพสูงก่อนครับ โดยทั่วไป ลูกเสิร์ฟที่มีประสิทธิภาพสูง จะมีปัจจัยที่สำคัญ คือ ความเร็วลูกเสิร์ฟ และ เปอร์เซ็นต์การลงของลูกเสิร์ฟที่สูง รวมถึง ตำแหน่งการวางลูกเสิร์ฟที่ดี ในทางวิทยาศาสตร์จะพิจารณาเพียง 2 ปัจจัยแรก คือ ความเร็ว และ เปอร์เซ็นต์การลงของลูกเสิร์ฟ เนื่องจากตำแหน่งการวางลูกเสิร์ฟเกี่ยวข้องกับความถนัดของคู่แข่งขัน

ปัจจัยเรื่องความเร็วและเปอร์เซ็นต์การลงของลูกเสิร์ฟจะสัมพันธ์กับตัวแปรหนึ่งที่เรียกว่า vertical angular acceptance หรือ windows หรือ ช่วงมุมของหน้าไม้เทนนิสขณะกระทบลูกที่ทำให้ลูกผ่านเหนือเนตและลูกลงอยู่ในพื้นที่เสิร์ฟ (service box) โดยปกติเมื่อนักเทนนิสเสิร์ฟลูกด้วยความเร็วต่ำ ค่า windows จะมีค่าสูง หมายถึง ลูกเสิร์ฟมีโอกาสลงสูง แต่เมื่อนักเทนนิสเสิร์ฟลูกด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ค่า windows จะมีค่าต่ำลง หมายถึง ลูกเสิร์ฟมีโอกาสลงต่ำลง

อย่างไรก็ตามหากนักเทนนิสสามารถเพิ่มระดับความสูงในตำแหน่งที่ไม้กระทบลูกได้ จะสามารถเพิ่มค่า windows ได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมนักเทนนิสที่สูงมาก จะได้เปรียบในการเสิร์ฟลูกได้ทั้งแรงและมีเปอร์เซ็นต์การเสิร์ฟที่สูงด้วย โดย Andy Roddick ใช้เทคนิคการกระโดดเสิร์ฟเพื่อเพิ่มระดับความสูงในตำแหน่งที่ไม้กระทบลูก ทำให้เขาสามารถเสิร์ฟได้ความเร็วสูงและเปอร์เซ็นต์ในการลงสูงด้วย นักเทนนิสที่ประสบความสำเร็จในอดีต เช่น Boris Becker ก็ใช้เทคนิคเดียวกัน แต่ในยุคนั้นไม่มีข้อมูลทางสถิติยืนยัน

ในการเสิร์ฟแต่ละครั้ง หากกำหนดระดับความสูงจากพื้นคอร์ทจนถึงระดับที่ลูกกระทบหน้าไม้ และความเร็วลูกเสิร์ฟแล้ว โดยจำกัดปัจจัยเรื่องการหมุนของลูก (ball spin) และแรงต้านอากาศ จะสามารถคำนวณหาค่า vertical angular acceptance หรือ windows ออกมาเป็นตัวเลขได้โดยที่ค่าที่นักเทนนิสเสิร์ฟในระดับอาชีพจะมีค่าตั้งแต่ 0.5 – 2.0 องศา จากค่าที่ต่ำนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่านักเทนนิสในระดับอาชีพมีเปอร์เซ็นต์การเสิร์ฟลูกแรกลงไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลจาก ATP tour พบค่าเฉลี่ยการเสิร์ฟลูกแรกลงประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ภาพ 3 ภาพต่อไปนี้เป็นภาพแสดงถึงอิทธิพลของแนวหน้าไม้ที่ทำกับพื้นคอร์ทขณะกระทบลูกกับผลของการเสิร์ฟ ซึ่งบ่งว่าหน้าไม้ที่ตั้งฉากกับพื้นมากไปจะทำให้ลูกเสิร์ฟออก หน้าไม้ที่ขนานกับพื้นมากไปจะทำให้ลูกเสิร์ฟติดเน็ต

ภาพที่ 1 หน้าไม้ขณะกระทบลูกอยู่ในแนวค่อนข้างตั้งมาก ลูกมักจะออก

ภาพที่ 2 หน้าไม้อยู่ในแนวค่อนข้างตั้งน้อยกว่าภาพที่ 1 ลูกอยู่ในช่วงที่ลงใน service box

ภาพที่ 3 หน้าไม้อยู่ในแนวค่อนข้างตั้งน้อยกว่าภาพที่ 2 ลูกจะถูกตีกดลงทำให้ติดเนต

จากการคำนวณสถานการณ์จำลองพบว่าลูกเสิร์ฟที่ความเร็ว 120 ไมล์ต่อชั่วโมง กระทบหน้าไม้ที่ระดับสูงกว่าพื้นคอร์ท 9 ฟุต จะมีค่า windows ประมาณ 0.95 องศา แต่หากปรับให้ลูกเสิร์ฟกระทบหน้าไม้ที่ระดับสูงกว่าพื้นคอร์ทเป็น 10 ฟุต จะมีค่า windows เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.45 องศา ดังนั้นจากตัวเลขจะพบได้ว่าการเพิ่มระดับการเสิร์ฟขึ้น 1 ฟุตจะทำให้เปอร์เซ็นต์การเสิร์ฟสูงขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 1.45/0.95 = 53% จากนักเทนนิสที่เสิร์ฟประมาณ 50% โดยทั่วไปจะสามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์การเสิร์ฟได้เกินกว่า 70%

อย่างไรก็ตามการกระโดดเสิร์ฟจะต้องการความแข็งแรงและอดทนของกล้ามเนื้อขาที่ดีเยี่ยม การเล่นเทนนิสหลาย tournament ติดกัน โดยเฉพาะการเล่นที่ต้องมีแมทช์การแข่งขันยาวๆถึงเซตตัดสินบ่อยครั้งในการแข่งขันที่ปราศจากวันพักร่างกายจะทำให้มีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาได้ ดังเช่น Boris Becker ในช่วงปลายปี 1989 ดังนั้นก่อนที่นักเทนนิสจะใช้เทคนิคนี้ในการพัฒนาการเสิร์ฟ ควรต้องมีการเตรียมความพร้อมความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อต้นขาให้ดีก่อนเพื่อป้องกันปัญหาการบาดเจ็บที่อาจเกิดได้

“เทคนิคการกระโดดเสิร์ฟเพื่อเพิ่มความสูงในจุดลูกเทนนิสกระทบหน้าไม้เป็นเทคนิคที่ได้ผลในการเพิ่มประสิทธิภาพลูกเสิร์ฟทั้งในด้านความเร็วและเปอร์เซ็นต์การลงของลูกเสิร์ฟ แต่นักเทนนิสต้องฝึกความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อต้นขาให้ดีก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บจากการใช้เทคนิคนี้”

Doctor of Medicine, Faculty of Medicine, Chulalongkorn University, 1991
Doctor of Philosophy in Health and Human Performance, Oregon State University, 2001

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.33 จาก 5 จำนวนโหวต 3 โหวด

ผู้เขียน

สรุป: