แชร์ข้อความนี้

เมื่อคุณแม่…แพ้ท้อง

แพ้ท้อง-01.jpg

“คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ อยากกินอะไรที่ไม่เคยกิน แต่อะไรที่เคยชอบกินกลับกินไม่ได้ เหม็นไปซะทุกสิ่ง” แน่นอนว่าเหล่านี้เป็นอาการของคนแพ้ท้อง

80-90% ของผู้หญิงตั้งครรภ์มักมีอาการแพ้ท้อง แต่จะแพ้มาก แพ้น้อยแตกต่างกันออกไป บางคนแค่วิงเวียน อาเจียนเล็กน้อย บางคนมากขึ้นมาหน่อยอาจจะอาเจียนมาก เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือในบางคนอาจแพ้มากอาเจียนตลอด กินไม่ได้ ถึงขั้นน้ำหนักลด จนบางครั้งต้องมานอนให้น้ำเกลือในโรงพยาบาลกันก็มี แต่อาการเหล่านี้จะดีขึ้นเมื่ออายุครรภ์มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป แต่บางคนอาจแพ้ไปจนกระทั่งคลอดเลยก็มี อันนี้ก็ถือว่าต้องทรหดอดทนกันหน่อย ในขณะที่บางคนไม่แพ้ท้องเลยก็มี อันนี้ต้องบอกว่าเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ

ทำไมต้องแพ้

สาเหตุของอาการแพ้ท้องยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นผลมาจากร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและฮอร์โมนเอชซีจี (HCG – Human chorionic gonadotropin) ที่รกสร้างสูงขึ้น และเชื่อว่าบางส่วนอาจเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติบกพร่อง ทำให้สมดุลฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหรืออาจเกิดจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้การเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารและลำไส้ช้าลง ย่อยยากขึ้น จึงรู้สึกอึดอัด มีลมในท้องมาก มีอาการท้องอืด ไม่สบายในท้องเพิ่มขึ้นได้

แพ้ท้องอันตรายไหม

คุณแม่ทั้งหลายต่างพากันกังวลใจว่าแพ้ท้องแล้วจะเป็นอันตรายกับลูกในท้องไหม โดยเฉพาะคนที่แพ้ท้องอย่างรุนแรง อาเจียนกันสนั่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลดกันไปที 3 กิโล 5 กิโล แบบนี้ลูกจะอยู่ยังไง แล้วเขาจะโตไหม สารพัดเรื่องกังวลใจ หมออยากจะบอกว่า คุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลกันจนเกินไปนัก ถึงแม้จะแพ้ท้องกันจนน้ำหนักลด ลูกในท้องก็ยังอยู่ได้ปกติดี เพราะลูกจะดึงเอาสารอาหารจากในตัวคุณแม่มาใช้ซึ่งปริมาณอาหารจากแหล่งต่างๆ ในร่างกายของคุณแม่เพียงพอที่จะเลี้ยงลูก เพราะในช่วงไตรมาสแรก ลูกในท้องยังตัวเล็กมาก แค่ไม่กี่เซนติเมตร หรือประมาณแค่ปลายนิ้วเท่านั้นเอง จึงไม่ได้ใช้สารอาหารอะไรมากมาย ขอให้คุณแม่สบายใจได้

คนที่แพ้ก็ต้องดูแลตัวเอง

อาการแพ้ท้องไม่ใช่โรค มักจะเป็นมากในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ แต่เมื่อผ่านพ้น 3 เดือนไปแล้วก็มักจะดีขึ้นได้เอง แต่ในระหว่างที่มีอาการแพ้ท้อง คุณแม่ก็สามารถดูแลตัวเองได้หลากหลายวิธี ได้แก่

  • กินทีละน้อยเนื่องจากในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ ระบบการทำงานของลำไส้จะทำงานได้ช้า ย่อยอาหารยาก หากรับประทานครั้งละมากๆ ร่างกายจะทำงานไม่ไหว ยิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน ดังนั้นจึงควรกินทีละน้อย แต่อาศัยกินบ่อยๆ แทน
  • ยาบรรเทาอาการแพ้ท้องสำหรับคุณแม่บางคนมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนมาก การใช้ยาแก้แพ้ท้องก็จะช่วยระงับหรือบรรเทาอาการคลื่นไส้ให้ลดลงได้ ซึ่งยานี้มีทั้งแบบฉีดและรับประทาน โดยคุณหมอจะพิจารณาตามอาการและความรุนแรงของคุณแม่ที่แพ้เป็นรายบุคคลไป แต่ยากลุ่มนี้รับประทานแล้วทำให้ง่วงนอน คุณแม่อาจไม่สามารถทำงานได้
  • ให้น้ำเกลือในกรณีที่คุณแม่แพ้อย่างรุนแรง จนทานอะไรไม่ได้ อาจจำเป็นต้องให้สารอาหารผ่านทางน้ำเกลือ ซึ่งอาจจะมีวิตามินหรือยาแก้แพ้ผสมเข้าไปด้วย เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
  • ดูแลจิตใจ  อย่างที่ทราบกันดีว่าคนแพ้ท้อง มักจะอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เพราะเหนื่อยและอ่อนเพลีย การดูแลทางด้านจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ สามีและครอบครัวควรให้กำลังใจ ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้องแล้วถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียวมักจะทำให้อาการรุนแรงยิ่งขึ้นได้

สามีแพ้ท้องแทนภรรยาได้จริงหรือ?

ในความเป็นจริง คุณพ่อไม่สามารถแพ้ท้องแทนคุณแม่ได้ เพราะว่าเป็นคนละคนกัน ฮอร์โมนก็ไม่เหมือนกัน แต่อาการคลื่นไส้อาเจียนที่เกิดขึ้นกับคุณพ่อนั้นเป็นเรื่องของความผูกพันทางด้านจิตใจมากกว่า เป็นความรู้สึกร่วมกัน สามีอาจจะเป็นห่วงภรรยามากจนทำให้ตัวเองเครียดไปด้วย เลยพาลมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ร่วมไปกับภรรยาด้วย

อาการแพ้ท้องเป็นเรื่องปกติของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ ซึ่งมักจะเป็นมากในช่วงไตรมาสแรก คุณแม่ไม่ต้องวิตกกังวลกันมากนัก ทำจิตใจให้สบาย อย่าไปเครียด เพราะยิ่งเครียดก็ยิ่งมีอาการมาก เพียงแค่ดูแลตัวเองตามที่หมอแนะนำก็จะช่วยให้คุณแม่สบายใจ สบายกายได้มากขึ้นครับ

 

นายแพทย์สุรเชษฐ์ อภินิลบงกช

สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหญิงตั้งครรภ์อาการแทรกซ้อน (High Risk Pregnancy)

อัลตราซาวนด์และตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์

เมื่อคุณแม่…แพ้ท้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.63 จาก 5 จำนวนโหวต 46 โหวด

ผู้เขียน

นพ. สุรเชษฐ์ อภินิลบงกช สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา