แชร์ข้อความนี้

เป็นเบาหวานก็เที่ยวได้

  • “เป็นเบาหวานก็เที่ยวได้” ถ้ามีการวางแผนที่ดี และควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมอยู่ตลอด
  • เตรียมยา และอุปกรณ์การตรวจระดับน้ำตาลให้เพียงพอในช่วงที่ไปท่องเที่ยว
  • ในระหว่างเดินทางควรมีอาหารว่าง หรือ ขนมติดตัวไว้ ป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

 

เที่ยวได้ไม่หวั่นแม้ เป็นเบาหวาน

อีกไม่นานก็จะถึงปลายปี ช่วงเทศกาลแห่งความสุขกันอีกครั้ง หลายคนคงกำลังวางแผนท่องเที่ยวกันอยู่ และนับวันรอความสนุกสนานจากการเดินทาง เตรียมจัดกระเป๋า หาซื้อข้าวของ และดูแลสุขภาพให้พร้อม

แต่ผู้เป็นเบาหวานจำนวนไม่น้อยที่อยากเดินทางท่องเที่ยวและยังวิตกกังวล เพราะโรคเบาหวานเป็นโรคที่ไม่เหมือนกับโรคอื่นๆ ที่ต้องมีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมอยู่ตลอด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมคนเป็นเบาหวานจำเป็นต้องกินยาและฉีดยาบ่อยๆ บางคนกังวลมากจนไม่อยากไปเที่ยวไหนเลย ยิ่งเป็นการเพิ่มความเครียดให้ตัวเองโดยไม่รู้ตัว

จริงๆ แล้ว “เป็นเบาหวานก็เที่ยวได้” แค่ต้องมีการวางแผนการเดินทางที่ดี เพื่อให้การท่องเที่ยวมีความสุขอย่างแท้จริง

คำแนะนำสำหรับผู้เป็นเบาหวาน เพื่อการเดินทางที่ดูเหมือนเรื่องยุ่งยาก กลายเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

  • วางแผนการเดินทาง ว่าจะไปที่ไหน ไปอย่างไร นานแค่ไหน
  • เตรียมอุปกรณ์ ในการเดินทางที่เหมาะสม เช่น รองเท้าสวมใส่สบาย ไม่ควรเป็นรองเท้าที่ซื้อใหม่เพราะอาจทำให้เท้าเป็นแผลจากรองเท้ากัดได้ ไม่เดินเท้าเปล่า และหมั่นตรวจดูแลเท้าทุกวัน
  • เตรียมยาประจำตัว หรืออินซูลินและอุปกรณ์ในการฉีดไปด้วย โดยคำนวณให้มีจำนวนมากเกินกว่าจำนวนวันที่เดินทางจริง
  • เตรียมกระเป๋าเก็บความเย็น สำหรับผู้ที่ต้องฉีดอินซูลิน และพกติดตัวกรณีที่ต้องเดินทางข้ามวัน (อินซูลินสามารถเก็บนอกตู้เย็นอุณหภูมิไม่เกิน 30° C ได้นานประมาณ 1 เดือน)
  • เตรียมอาหารว่าง เช่น นม ขนมปังที่รับประทานสะดวก พกง่ายติดตัวไว้ ถ้าการเดินทางล่าช้าไม่เป็นไปตามกำหนด การรับประทานอาหารถูกเลื่อนออกไป ก็สามารถรับประทานอาหารว่างก่อนได้ เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลต่ำ
  • เตรียมเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาล พร้อมอุปกรณ์ในการตรวจวัด และแบตเตอรี่สำรอง โดยแนะนำให้เผื่อจำนวนมากกว่าวันที่เดินทางจริง
  • พกบัตรประจำตัวผู้เป็นเบาหวาน หากมีเหตุฉุกเฉินแพทย์จะได้ให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง
  • เตรียมเอกสารหรือใบรับรองแพทย์ เพื่อยืนยันว่าเป็นเบาหวาน จำเป็นต้องพกยา หรือเครื่องมืออุปกรณ์รวมทั้งเข็มฉีดยา
  • แจ้งให้สายการบินทราบว่าเป็นเบาหวาน ในกรณีเดินทางโดยเครื่องบิน และสั่งอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจค้น เนื่องจากอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เครื่องปั๊มอินซูลิน (Insulin Pump) อาจไม่สามารถผ่านเครื่องแสกนที่สนามบินได้ ควรตรวจสอบคู่มือการใช้ เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนเวลาฉีดอินซูลินให้เหมาะสมกับเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปขณะเดินทาง เนื่องจากการโดยสารเครื่องบินที่ข้ามเส้นแบ่งเขตเวลา อาจมีปัญหาในเรื่องของเวลาในการฉีดอินซูลิน ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วอีกครั้งเมื่อถึงที่หมาย
  • ตรวจน้ำตาลปลายนิ้วอีกครั้งเมื่อถึงที่หมาย เพื่อเช็คระดับน้ำตาลในเลือดเป็นระยะ โดยเฉพาะถ้ามีการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ยังคุมเบาหวานได้ไม่ดีนัก ไม่ควรเดินทางท่องเที่ยวที่ติดต่อกันหลายวัน แต่หากมีความจำเป็นหรือเลื่อนกำหนดการเดินทางไม่ได้ ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำทุกครั้งก่อนเดินทาง

เคล็ดไม่ลับอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้การไปเที่ยวสนุกได้ คือการทำตัวสบายๆ ให้เหมือนอยู่บ้าน ถึงเวลาก็รับประทานยา และฉีดยาตามคำแนะนำของแพทย์ พยายามอย่ามองทุกเรื่องให้เป็นปัญหา เพียงเท่านี้ก็ทำให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถเดินทางท่องเที่ยวอย่างมีความสุข แม้แต่คนสุขภาพแข็งแรงเองก็ยังต้องอิจฉา


บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.30 จาก 5 จำนวนโหวต 10 โหวด

ผู้เขียน

นพ. จิรทีปต์ ขวัญแก้ว สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม