แชร์ข้อความนี้

เบาหวานขณะตั้งครรภ์…ควบคุมได้

HIGHLIGHTS:

  • คุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ รวมถึงการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้
  • ระดับน้ำตาลที่สูงอาจทำให้ทารกมีร่างกายใหญ่กว่าปกติ เป็นอุปสรรคต่อการคลอด มีโอกาสที่จะแท้งบุตรสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสที่ทารกจะเสียชีวิตในครรภ์ได้
  • คุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ลดอาหารจำพวกแป้ง ทานผักให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด และต้องตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ

Diabetic-Pregnancy

โรคเบาหวาน เราทุกคนคงคุ้นเคยกับชื่อและรู้จักเป็นอย่างดี โรคนี้เกิดจากภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ โดยที่ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ และหากมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่เป็นระยะเวลานานก็อาจทำให้การทำงานของอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกายผิดปกติได้ ซึ่งโรคเบาหวานสามารถจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ คุณแม่ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งอาจเป็นมาตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือเพิ่งมาเป็นระหว่างตั้งครรภ์ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตามล้วนส่งผลเสียต่อทั้งคุณแม่และเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในท้องทั้งสิ้น


เบาหวานขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร?

คำตอบก็คือ มีหลายปัจจัยที่สามารถส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานในขณะตั้งครรภ์ขึ้นได้ ทั้งปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ บางคนอาจจะมีคนในครอบครัวเป็นเบาหวานมาก่อน ปัจจัยด้านอายุ สตรีที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงมากขึ้น ด้วยระบบของร่างกายที่เปลี่ยนไป ปัจจัยด้านประวัติการคลอดบุตร ผู้ที่มีความเสี่ยงอาจเคยมีประวัติคลอดบุตรที่มีน้ำหนักแรกเกิดตั้งแต่ 4 กิโลกรัมขึ้นไป เคยคลอดบุตรที่มีความพิการแต่กำเนิดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเคยมีประวัติทารกเสียชีวิตในครรภ์โดยไม่ทราบสาเหตุ รวมทั้งปัจจัยในเรื่องความอ้วน การมีความดันโลหิตสูง ก็เป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่การเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ ผลกระทบของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ที่มีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และทารกที่อยู่ในครรภ์ สามารถจำแนกได้ดังนี้


ผลกระทบกับคุณแม่

คุณแม่ที่ระดับน้ำตาลสูงจะทำให้มีความเสี่ยง เช่น เสี่ยงต่อการเกิดครรภ์เป็นพิษ ภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ การเกิดภาวะเสื่อมของระบบหลอดเลือด ตา ไต และปลายประสาท นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ง่ายขึ้น


ผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์

ระดับน้ำตาลที่สูงจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์ ทำให้ทารกจะมีร่างกายใหญ่กว่าปกติ เป็นอุปสรรคต่อการคลอดจนอาจได้รับอันตรายขณะคลอด โอกาสที่จะแท้งบุตรอาจสูงขึ้น และอาจเพิ่มโอกาสที่ทารกจะเสียชีวิตในครรภ์ได้ หลังคลอดระบบการหายใจของทารกอาจมีปัญหาไม่สามารถหายใจได้เองเมื่อแรกคลอด นอกจากนั้นในระยะหลังคลอด อาจเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ตัวเหลือง ระดับเกลือแร่ในร่างกายอาจผิดปกติได้


การควบคุมระดับน้ำตาล เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์

สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ความเข้มงวด ในขณะตั้งครรภ์คุณแม่ทุกคนควรได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดให้ใกล้เคียงภาวะปกติมากที่สุด ซึ่งเมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ แพทย์จะทดสอบกลูโคสในร่างกาย เมื่ออายุครรภ์ได้ 24 – 28 สัปดาห์ แพทย์ก็จะทำการตรวจคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อาจนัดตรวจครรภ์บ่อยกว่าปกติเพื่อประเมินภาวะสุขภาพของทั้งมารดาและทารก รวมทั้งตรวจเลือดเพื่อดูระดับน้ำตาลเพื่อประเมินและปรับเปลี่ยนการรักษาให้เหมาะสม ส่วนตัวคุณแม่เองก็ต้องทำการควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากทำทั้ง 2 อย่างแล้วยังมีความเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์อยู่ แพทย์อาจจะให้ฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลอีกทางหนึ่งด้วย ประเด็นสำคัญ ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีน ลดอาหารจำพวกแป้ง รับประทานผักให้มากขึ้นและควรงดหรือหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสหวานจัด และอย่าลืมออกกำลังกายเพื่อสร้างสมดุลร่างกายด้วย

จะเห็นว่าภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง  โดยอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ได้และยังมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดีหากได้รับการดูแลรักษาป้องกันอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้นตั้งครรภ์ ความเสี่ยงและอันตรายก็จะน้อยลง  เพียงเท่านี้สุขภาพที่ดีของทั้งคุณแม่และคุณลูกก็จะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากแล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง

คุณมีคำถามหรือไม่?

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.11 จาก 5 จำนวนโหวต 36 โหวด

ผู้เขียน

รศ.ดร.นพ. บุญศรี จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์