แชร์ข้อความนี้

เข้าใจ…โรคไข้หวัดใหญ่

HIGHLIGHTS:

  • จากสถิติทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ถึงปีละ 250,000 – 500,000 คน ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ต่อปีประมาณ 1,000 ถึง 2,000 คนต่อประชากร 100,000 คน
  • ไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B พบได้ทั่วโลก สายพันธุ์ A สามารถระบาดได้ทั้งปีในขณะที่สายพันธุ์ B เป็นไข้หวัดตามฤดูกาลซึ่งระบาดบ่อยในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน
  • ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรมดา คือไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรง เฉียบพลัน และยาวนานกว่า

2

โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ทุกคนได้ยินกันมานาน แต่อาจจะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์ต่าง ๆ และวิธีป้องกันรักษาที่แน่ชัด ไข้หวัดใหญ่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วและมีความอันตรายมากกว่าที่ใครหลาย ๆ คนคิด ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่ถึงปีละ 250,000 – 500,000 คน ในขณะที่ประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ต่อปีประมาณ 1,000 ถึง 2,000 คนต่อประชากร 100,000 คน เพียงแค่ภายในเดือนมกราคมถึงสิงหาคม พศ. 2558 มีผู้เสียชีวิตเพราะโรคไข้หวัดใหญ่ไปแล้วถึง 23 คนในประเทศไทย ผู้ป่วยเหล่านี้มีอายุตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงสูงอายุ แม้แต่ผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็สามารถติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อให้แก่ผู้คนรอบข้างได้

เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Influenza Virus ซึ่งเป็นต้นเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างเฉียบพลัน โดยอาการติดเชื้อมักเริ่มขึ้นในเยื่อบุทางเดินหายใจส่วนบน (จมูกและคอ) และจะแพร่กระจายลงไปยังปอดและหลอดลมตามลำดับ การแยกเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1993 โดยไข้หวัดใหญ่มีสายพันธุ์ใหญ่หลักๆ สามสายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ A สายพันธุ์ B และสายพันธุ์ C ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด

ไข้หวัดสายพันธุ์ A และ B พบได้ทั่วโลก สายพันธุ์ A สามารถระบาดได้ทั้งปีในขณะที่สายพันธุ์ B เป็นไข้หวัดตามฤดูกาลซึ่งระบาดบ่อยในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝนเพราะว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่เจริญเติบโตได้ดีเป็นพิเศษในอาการเย็น

การระบาดของทุก ๆ สายพันธุ์ในหลายปีที่ผ่านมา ทำให้คาดเดายากว่าสายพันธุ์ใดจะเป็นตัวเด่นในแต่ละปีหรือจะมีการระบาดในช่วงไหนของแต่ละฤดู แม้ไวรัสชนิด A จะเป็นสายพันธุ์หลักในอดีต แต่ไวรัสสายพันธุ์ B ก็เริ่มมีการแพร่ระบาดและมีความรุนแรงพอ ๆ กับสายพันธุ์ A นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรรมดา คือไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรง เฉียบพลัน และยาวนานกว่า การเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดใหญ่ทั้งสองประการสามารถช่วยให้ผู้ป่วยวินิจฉัยอาการของตนเองและรับการรักษาจากแพทย์ได้ทันก่อนที่จะสายเกินแก้

 

อาการ ไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่
อาการไข้อาจมีไข้ แต่ไม่สูงมากนัก หรืออาการไข้ตามมาทีหลังแบบค่อยเป็นค่อยไป เด็กมักจะมีไข้สูงมากกว่าผู้ใหญ่มีไข้สูงประมาณ 2-4 วัน มากถึง 40 องศาเซลเซียส
ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและลำตัวปวดเล็กน้อย หรืออาจไม่ปวดเลยมีอาการปวดตัว ปวดข้อ และปวดกล้ามเนื้ออย่างมากและเป็นบ่อยครั้ง
ปวดศีรษะปวดเล็กน้อย หรืออาจไม่ปวดเลยปวดศีรษะมาก
อ่อนแรงและอ่อนเพลียไม่มากนัก อาจมีแค่เพียงความรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายตัวอ่อนเพลียมาก และอาการอาจยาวนานได้ถึง 2-3 สัปดาห์
คัดจมูกพบบ่อยพบบ่อย
แน่นหน้าอกหรือไอไอแบบแห้งๆและไอไม่มากนักพบบ่อย และอาจกลายเป็นอาการรุนแรงได้
เจ็บคอพบบ่อยพบบ่อย
มีน้ำมูกพบบ่อยพบบ่อย
จามพบบ่อยพบบ่อย
อาการเบื่ออาหารรับประทานอาหารได้ตามปกติมักมีอาการเบื่ออาหาร
อาการหนาวๆร้อนๆพบไม่บ่อยพบบ่อย
คลื่นไส้และอาเจียนพบไม่บ่อยอาจมีบ้าง โดยเฉพาะในผู้ป่วยเด็ก

 

ภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและอาการโรคประจำตัวกำเริบมากกว่าปกติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ภาวะแทรกซ้อนหลัก ๆ ประกอบไปด้วย:

ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจ

ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงที่มากกว่าไอหรือมีเสมหะธรรมดาจนถึงขั้นแน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีดทั่วปวด หรือเจ็บกลางหน้าอก ภาวะแทรกซ้อนทางเดินหายใจอาจนำไปถึงภาวะปอดบวมหรือหลอดลมอักเสบได้

ภาวะแทรกซ้อนทางระบบหัวใจ

ผู้ป่วยอาจมีการเปลี่ยนแปลงในเสียงหรืออัตราการเต้นของหัวใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้วอาจมีภาวะแทรกซ้อนทางปอดอย่างมาก ในขั้นรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หัวใจวายและเสียชีวิตได้

ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท

ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทรวมถึงเยื่อหรือเนื้อหุ้มสมองอักเสบ มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยเด็ก โดยอาการที่บ่งชี้ถึงภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจรวมถึง อาการชัก ซึม สับสนหรือปลุกไม่ตื่น

ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ อาจรวมถึงความดันโลหิตต่ำ อาการช๊อค ไตวายและตับวายได้

กลุ่มเสี่ยง

โรคไข้หวัดใหญ่สามารถพบได้ในทุกช่วงวัย แต่กลุ่มเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงมีดังต่อไปนี้

  • เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี
  • ผู้หญิงมีครรภ์เกินกว่า 4 เดือน
  • ผู้พิการทางสมอง
  • ผู้มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ มากกว่า 100 กิโลกรัม หรือเป็นโรคอ้วน
  • ผู้สูบบุหรี่จัด
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 โรค เช่น โรคปอดอุดกั้น หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
  • ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี
  • บุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรพบแพทย์ทันทีหากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่

วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดในช่วงการระบาดของไวรัสไข้หวัดใหญ่
  • ล้างมือบ่อยๆและล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการเอามือเข้าปาก หรือขยี้ตา
  • อย่าใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี โดยเฉพาะวัดซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่ครอบคลุมเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ไข้หวัดใหญ่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรค ควรฉีดก่อนฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงระบาดที่สำคัญ เนื่องจากสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกและแพทย์ได้แนะนำให้ฉีดวัคซีนเพราะ

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง ลดความเสี่ยงได้ 50 – 95%*
    *เปอร์เซ็นต์สูงสุดที่ลดความเสี่ยงได้ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ในวัคซีนที่ตรงกับสายพันธุ์ที่ระบาด
    ศ.เกียรติคุณ นพ. เสน่ห์ เจียสกุล ประธานคณะกรรมการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
    ที่มา: 2015 Red book (Report of the Committee on Infectious Diseases)
  • หมดกังวลกับภาวะแทรกซ้อน
  • ลดปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
  • การงานไม่สะดุด เพราะต้องลาหยุดเมื่อป่วย

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่นี่

ผู้ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ควรป้องกันตัวเองจากภาวะแทรกซ้อนด้วยการพักผ่อนและดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยไม่ควรโดนอากาศเย็นและหักโหมร่างกายจนเกินไป หากคุณสงสัยว่าตนเริ่มมีอาการของโรคไข้หวัดใหญ่หรือเพียงแค่ต้องการป้องกันสุขภาพ อย่ารีรอที่จะมาพบและปรึกษาแพทย์ เพื่อที่จะรักษาร่างกายของคุณให้แข็งแรงและปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ


บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.21 จาก 5 จำนวนโหวต 14 โหวด

ผู้เขียน

ศ.คลินิกเกียรติคุณ น เสน่ห์ เจียสกุล สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ สาขากุมารเวชศาสตร์