แชร์ข้อความนี้

อาหารเสริม เพิ่มพลังสมอง

HIGHLIGHTS:

  • คนที่ใช้ร่างกายอย่างหนัก พักผ่อนน้อย มีภาวะเครียดสะสมจนเกิดภาวะสมองล้า ในระยะสั้นจะส่งผลให้ความจำ ส่วนในระยะยาวอาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคความจำเสื่อมก่อนวัยได้
  • ความเครียดสะสมยาวนาน สามารถกระตุ้นโรคต่างๆได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็ง

 

สมองมีหน้าที่ควบคุมและสั่งการ การเคลื่อนไหว พฤติกรรม และภาวะธำรงดุล* (homeostasis) เช่น การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต สมดุลของเหลวในร่างกายและอุณหภูมิ เป็นต้น นอกจากนั้นยังเกี่ยวข้องกับการรับรู้ อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหวและความสามารถอื่น ๆ สมองของมนุษย์นั้นมีความพิเศษกว่าสัตว์ตรงที่ว่ามีความซับซ้อนในการคิดด้วยเหตุผลทั้งในแง่รูปธรรมและนามธรรม

แต่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพของสมองจะลดลง หลายครั้งที่เรามักจะพบว่า คนที่ใช้ร่างกายอย่างหนัก พักผ่อนน้อย มีภาวะเครียดสะสมจนเกิดภาวะสมองล้า ในระยะสั้นจะส่งผลให้ความจำและการทำงานของสมองลดลง ส่วนในระยะยาวอาจทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน โรคความจำเสื่อมก่อนวัยได้ จนอาจเป็นภาระของคนในครอบครัว  ดังนั้นการใส่ใจดูแลสมองแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราห่างไกลโรคเหล่านี้ได้

ทำงานหนัก เครียดเกินไป ทำให้สมองล้า

หากมีอาการนอนไม่หลับ อ่อนเพลียบ่อย ปวดศีรษะเรื้อรัง หงุดหงิดง่าย หลงลืมง่าย คิดหรือตัดสินสิ่งต่างๆ ได้ช้าลง นั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะสมองล้า (Brain Fog Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะเครียดโดยไม่รู้ตัวจากการที่สมองถูกใช้งานอย่างหนักเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับการพักผ่อนน้อย หรืออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือนานเกินไป สมองจึงเกิดอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ประสาทหรือขัดขวางการทำงานของสมอง และหลายครั้งที่ความเครียดสะสมยาวนาน สามารถกระตุ้นโรคต่างๆได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็ง

ภาวะ ต่อมหมวกไตล้าจากความเครียด

หากมีอาการเหล่านี้อย่างน้อย 5 อย่าง อาจแสดงว่าต่อมหมวกไตเริ่มมีปัญหา

  • ขี้เกียจตื่นนอนตอนเช้า
  • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง อยากงีบหลับช่วงกลางวัน
  • ง่วงแต่นอนไม่หลับ
  • อยากทานแต่ของหวานและของเค็ม
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ
  • ภูมิแพ้กำเริบบ่อยๆ
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก
  • เครียดและซึมเศร้า
  • ออกกำลังกายเป็นประจำแต่น้ำหนักไม่ลดลง
  • ผิวแห้งและแพ้ง่าย

เหล่านี้เป็นอาการผิดปกติของร่างกายเมื่อมีความเครียดเรื้อรังเป็นตัวกระตุ้น  ปกติแล้ว ภาวะต่อมหมวกไตล้า จะมีความเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน 2 ตัว ที่มีชื่อว่า คอร์ติซอล (Cortisol) และ ดีเอชอีเอ (Dyhydroepiandrosterone-DHEA

Cortisol คือฮอร์โมนความเครียดตัวหลักของร่างกาย (Stress hormone) ปกติร่างกายจะหลั่งออกมาปริมาณมากที่สุดในตอนเช้า ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่น มีพลัง ซึ่งจะลดลงเหลือเพียง 10% ในช่วงเย็น ในเวลาคับขัน Cortisol ยังมีหน้าที่กระตุ้นให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและอัตราการเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมร่างกายให้ต่อสู้กับปัญหาข้างหน้า แต่ถ้าเรามีความเครียดสะสมเรื้อรัง ระดับ Cortisol ที่สูงขึ้นจะทำให้ร่างกายเสื่อมและเกิดโรคต่างๆ ตามมา

DHEA คือฮอร์โมนเพศชนิดหนึ่งที่เป็นฮอร์โมนตั้งต้นของทั้งฮอร์โมนเพศหญิงและเพศชาย (Pre-sex hormones) เป็นฮอร์โมนต้านความเครียด (Anti-stress hormones) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยต้านฤทธิ์ของ Cortisol เมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด

ในการวินิจฉัยภาวะต่อมหมวกไตล้า จะต้องวัดระดับของฮอร์โมนทั้งสองชนิด ซึ่งสามารถวัดได้จากผลเลือด ปัจจุบันการรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้าจะมุ่งเน้นไปที่การปรับสมดุลของฮอรโมน 2 ชนิดนี้

7 วิธีต้านเครียด เพื่อถนอมสมอง

  • ใช้เทคโนโลยีในเวลาที่เหมาะสม ไม่นานจนเกินไปและควรหยุดพักบ้างเป็นระยะ เช่น พักสายตาทุก 15 นาทีหลังจากทำงานหน้าคอมพิวเตอร์หรืออยู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 7 – 8 ชั่วโมง และควรนอนในเวลาไม่เกินเที่ยงคืน
  • คิดบวก มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้สุขภาพสมองแข็งแรง
  • เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และไม่ดื่มกาแฟในช่วงเย็นเพราะอาจรบกวนการนอนหลับ
  • ผ่อนคลายด้วยอะไรก็ตามที่เราชอบ เช่น เล่นเกม เล่นกับสัตว์เลี้ยง ฟังเพลง พักดูซีรีส์ ทำอาหาร นั่งสมาธิ
  • ทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงสมองหรือทานอาหารเสริม

สารอาหารบำรุงสมอง

  • น้ำมันปลา (Fish Oil) มีมากในปลาชนิดต่าง ๆ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ประกอบด้วย กรดไขมันไม่อิ่มตัวชนิดโอเมก้า 3 ได้แก่ ดีเอชเอ (DHA) ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมและช่วยระบบการมองเห็นของจอประสาทตา นอกจากนั้นยังมี อีพีเอ (EPA) ช่วยลดการอักเสบซ่อนเร้นที่อาจเกิดจากความเครียดและช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
  • สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo Biloba Extract) มีสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกกลุ่มฟลาโวนอยด์และเทอพินอยด์ช่วยป้องกันความเสื่อมของสมองด้วยการลดอนุมูลอิสระและเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ป้องกันภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน เพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่นแก่ผนังหลอดเลือดสมอง
  • โคลีน (Choline Bitartrate) คือ สารอาหารที่จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบี เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท อีกทั้งยังเป็นสารตั้งต้นในการสร้างอะเซททิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ใช้ในการส่งกระแสประสาทของสมอง
  • กรดอะมิโน แอลธีอะนีน (L-Theanine) พบมากในชาเขียว ช่วยเพิ่มสาร ซีโรโทนิน (Serotonin) โดพามีน (Dopamine) และกาบา (GABA) อีกทั้งยังทำให้เกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียดและทำให้คุณภาพการนอนหลับดีขึ้น
  • ฟอสฟาติดิลซีรีน (Phosphatidylserine) ส่วนประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทในสมอง ป้องกันหรือชะลอ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer) ความจำเสื่อมในสมอง ลดอาการของโรคสมาธิสั้น (ADHD) ลดความเครียด ลดความอ่อนล้าของสมอง ให้เกิดความสมดุลทางอารมณ์
  • ซอยเลซิทิน (Soy Lecithin) มีฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphaticylcholine) ซึ่งให้สารโคลีน ช่วยให้ความจำและความสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้น
  • แอลคาร์นิทีน แอลทาร์เทรต (L-Carnitine L-Tartrate) มีบทบาทสำคัญในส่วนของการผลิตอะซิติลโคลีน (Acetylcholine) สารเคมีในสมอง ทำหน้าที่รับส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทในสมองและช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในสมอง ชะลอความเสื่อมของเซลล์สมองอันเนื่องมาจากความชราได้
  • อิโนซิทอล(Inositol) สารชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตามินบี มีประโยชน์ในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) โดยเฉพาะเยื่อหุ้มระบบประสาท (Myelin Sheath)
  • สารสกัดจากโสม (Ginseng Extract) พืชสมุนไพรที่นิยมมากกว่า 5,000 ปี มีสารประกอบที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ช่วยต้านความเครียด ช่วยฟื้นฟูและเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและช่วยชะลอความแก่
  • วิตามิน A,C,E และ B Complex ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มพลังให้สมองทำงานได้อย่างเต็มที่และเสริมการทำงานของวิตามินอื่นๆ ในร่างกาย

การรับมือกับความเครียดในแต่ละวันไม่ใช่เรื่องง่าย หากเราไม่เปลี่ยนความเครียดที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรมได้ พยายามหาสาเหตุให้เจอ และแก้ปัญหาในสิ่งที่สามารถแก้ได้ก่อน ไม่นำปัญหาหลายอย่างมาครุ่นคิดรวมกันจนเครียดมากกว่าเดิม อีกทั้งต้องพยายามปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตตามที่แนะนำข้างต้นเพื่อหลีกเลี่ยงความเครียดเรื้อรัง

*การรักษาดุลยภาพของสิ่งมีชีวิต


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

เราไม่อยากให้ใครป่วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

อ้างอิง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 5 จาก 5 จำนวนโหวต 1 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท สรุป: