แชร์ข้อความนี้

อาหารบำรุงสายตา

Close-up of human hands with forks tasting salad; Shutterstock ID 82023532; PO: aol; Job: production; Client: drone

เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเวลามาตรวจตาแล้ว คนไข้บางคนได้วิตามินบำรุงสายตากลับบ้านไป บางคนกลับบ้านตัวเปล่ายาหยอดตาก็ไม่ได้ อายุก็พอๆกัน ทำไมถึงได้ยาไม่เหมือนกัน แล้วเมื่อไหร่คุณหมอจะสั่งวิตามินบำรุงสายตา คำถามเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในใจหลายๆคน มาดูกันว่าใครที่สมควรได้วิตามินบำรุงสายตา

ผลวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่าการให้วิตามินC,E เบต้าแคโรทีน,ธาตุสังกะสี และธาตุทองแดง มีประโยชน์ในการชะลอการเสื่อมมากขึ้นของผู้ป่วยที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป (Moderate Age-Related Macular Degeneration) ทั้งนี้ในผู้ป่วยที่มีโรคจอประสาทตาเสื่อมเพียงเล็กน้อยอาจไม่ได้ประโยชน์เท่าไรนักจากการทานวิตามินดังกล่าว โดยหมอตาจะเป็นผู้ประเมินระดับความเสื่อมของจอประสาทตาจากการขยายม่านตา ดังนั้นถ้ามาตรวจตาแล้วไม่ได้วิตามินกลับไปทาน นั่นแสดงว่าจอประสาทตายังสุขภาพดีอยู่ หรือเป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

บำรุงสายตาโดยการทานอาหารเสริมได้หรือไม่?

จากการวิจัยของแพทย์ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศ พบว่าการรับประทานอาหารเสริมที่มีสารอาหารดังต่อไปนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาได้

วิตามินA

เป็นสารที่ช่วยในการทำงานของจอประสาทตา และมีบทบาทสำคัญในการมองเวลากลางคืน ซึ่งพบมากในผักจำพวก ชะอม คะน้า ยอดกระถิน ตำลึง ผักโขม ฟักทอง

วิตามินB

มีการศึกษาพบว่าวิตามิน B1 และB12 อาจมีบทบาทในการชะลอการเกิดต้อกระจกได้ โดยแหล่งที่มีวิตามินชนิดนี้มาก ได้แก่ ตับ ไข่ เนื้อสัตว์ นมสด

วิตามินC

เป็นที่รู้จักกันดีของการชะลอความแก่ของร่างกาย ด้วยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) นอกจากนี้ที่ตายังพบว่าอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย ผลไม้ที่มีวิตามินCมากได้แก่ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด มะขามป้อม ส่วนผัก ได้แก่พวกกะหล่ำดอก บร็อคโคลี่

วิตามินE

ก็เป็นวิตามินอีกตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีอยู่ในเซลล์รับแสงที่จอประสาทตา และจากการศึกษาพบว่าอาจมีบทบาทช่วยชะลอการเกิดต้อกระจกเช่นเดียวกัน พบได้ใน น้ำมันธัญพืช น้ำมันดอกคำฝอย ข้าวโพด ถั่วเหลือง

เบต้าแคโรทีน (Betacarotene)

เป็นสารตั้งต้นของวิตามินA ซึ่งมีบทบาทในการต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในการมองเห็นในกลางคืนเช่นเดียวกับวิตามินA พบมากในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองส้ม เช่น แครอท มะละกอ ข้าวโพดอ่อน หน่อไม้ฝรั่ง ผักบุ้ง ข้อควรระวังคือการรับประทานเบต้าแคโรทีนในรูปอาหารเสริมมากไปในคนที่สูบบุหรี่จะเพิ่มโอกาสการเกิดมะเร็งปอดได้

ลูทีน และ ซีแซนทิน (Lutein and Zeaxanthin)

เป็นส่วนประกอบสำคัญที่พบในจุดรับภาพที่จอประสาทตาและเลนส์ตา มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการชะลอการเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม พบมากในผักโขม ไข่แดง ข้าวโพด บร็อคโคลี่

ซีลีเนียม(Selenium)

เป็นสารอีกตัวหนึ่งที่ต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยชะลอการเกิดต้อกระจก โดยพบได้ใน หอยนางรม หอยลาย ตับไก่ เมล็ดทานตะวัน

สังกะสี(Zinc)

มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ และจากการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยในการทำให้จอประสาทตาเสื่อมที่เป็นอยู่แล้ว เป็นช้าลง โดยแหล่งที่พบสังกะสีได้แก่ หอยนางรม ตับ เนื้อสัตว์

สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Ginkgo biloba)

นอกจากคุณสมบัติเพิ่มเลือดไหลเวียนไปที่สมองแล้ว ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ในทางตา จากการศึกษาเร็วๆนี้พบว่าอาจช่วยรักษาลานสายตาผิดปกติในต้อหินบางชนิดได้

โอเมก้า 3 (Omega-3)

เป็นกรดไขมันที่มีบทบาทสำคัญในการรักษาภาวะตาแห้ง ซึ่งพบมากในปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ผลไม้ที่พบได้เช่น ผลกีวี่

จะเห็นได้ว่าอาหารที่มีคุณสมบัติบำรุงสายตานั้นมีอยู่รอบๆตัวเรา หลายชนิดที่สามารถปลูกเป็นพืชผักสวนครัวได้ ดังนั้นคุณก็สามารถถนอมสายตาและมีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องใช้ยาบำรุงใดๆเลย

Reference

Bartlett,Ophthal.Physiol.Opt.2004 24:339-349
The Eye Digest (published by University of Illinois Eye and Ear Infirmary) available from URL; http://www.agingeye.net/visionbasics/nutritionandvision.php

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.63 จาก 5 จำนวนโหวต 27 โหวด

ผู้เขียน

ผศ. พญ. ผกานาฏ เอี่ยมตระกูล สรุป: สาขาจักษุวิทยา สาขาจักษุวิทยา