แชร์ข้อความนี้

อัลตร้าซาวด์และการตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์

pragn

การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง หรือที่เรียกว่า อัลตร้าซาวด์ การตรวจวิธีนี้มีความปลอดภัยสูง และสามารถทำได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันพัฒนาการของเครื่องอัลตราซาวด์ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จาก 2 มิติ พัฒนาสู่ 3 และ 4 มิติ ทำให้ความละเอียดในการตรวจวินิจฉัยได้ดีขึ้น และชัดเจนขึ้นอย่างมาก การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงไม่ได้มีประโยชน์เพียงการดูเพศและดูการเจริญเติบโตของทารกเท่านั้น ยังสามารถใช้ตรวจวินิจฉัยความผิดปกติต่างๆ ได้อีกด้วย เพื่อให้การรักษาขณะทารกอยู่ในครรภ์และเตรียมการรักษาหลังคลอด โดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างกันในแต่ละไตรมาส

การตรวจอัลตร้าซาวด์ในไตรมาสต่างๆ

ไตรมาสที่ 1 ทำการตรวจอัลตร้าซาวด์ในช่วงอายุครรภ์ 11-13 + 6 สัปดาห์ เป็นการตรวจเพื่อยืนยันอายุครรภ์ โดยการวัดความยาวตั้งแต่ศีรษะถึงกระดูกก้นกบ ทำให้ทราบกำหนดวันคลอดที่แน่นอนในมารดาที่ประจำเดือนไม่มาและยังสามารถใช้ตรวจคัดกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์ โดยการวัดความหนาของต้นคอทารก และกระดูกจมูกของทารก ร่วมกับการตรวจสารชีวเคมีในเลือดมารดา ทำให้เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยทารกกลุ่มอาการดาวน์ได้อีกด้วย

ไตรมาสที่ 2 ตรวจตั้งแต่อายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ เพื่อยืนยันอายุครรภ์ในมารดาที่มาฝากครรภ์ช้า และไม่ได้รับการตรวจตั้งแต่ในไตรมาสแรก สมารถตรวจอวัยวะต่างๆ สมอง กระดูกสันหลัง หัวใจ ตับ ไต ตรวจดูตำแหน่งรกและปริมาณน้ำคร่ำ อีกทั้งยังสามารถตรวจการไหลเวียนโลหิตของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงมดลูกซึ่งเชื่อมต่อมายังทารก ซึ่งหากพบความผิดปกติ ก็อาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์หรือครรภ์เป็นพิษและภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ได้

ในกรณีที่มารดามีประวัติคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อน เราสามารถวัดความยาวของปากมดลูกในช่วงอายุครรภ์นี้ เพื่อทำนายโอกาสในการที่จะเกิดการคลอดก่อนกำหนดซ้ำ เพื่อให้การป้องกันภาวะดังกล่าว

ไตรมาส 3 ทำในช่วงอายุครรภ์ 28-32 สัปดาห์ เพื่อตรวจดูพัฒนาการของทารกในครรภ์ ที่สำคัญสามารถตรวจดูอัตราการเจริญเติบโตของทารก โดยปกติภาวะทารกเติบโตช้าจะเกิดในช่วงนี้ ถ้าสามารถให้การวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงทีก็จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนของทารก และยังช่วยลดโอกาสการเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูงของทารกหลังคลอดได้อีกด้วย

การทำอัลตร้าซาวด์ในช่วงนี้ยังสามารถตรวจการเจริญเติบโตของกระดูกของทารกได้ ซึ่งจะเป็นการวินิจฉัยความผิดปกติของกระดูก เช่น คนแคระ กระดูกบางผิดปกติ แขน-ขาสั้น มือหรือเท้าอยู่ในท่าผิดปกติ เช่นเท้าปุก

สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้หรือไม่

การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงเพียงครั้งเดียว อาจไม่สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ ควรได้รับการตรวจติดตามเป็นระยะ โดยเฉพาะในกรณีที่พบความผิดปกติของทารก  อย่างไรก็ดี การตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์สามารถดูได้จากการทำจากอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ และควรทำช่วงอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์

ถ้าอัลตร้าซาวด์ทีเดียวตอนสัปดาห์ท้ายๆ ได้หรือไม่

ตรวจนี้หลายท่านเข้าใจผิด คิดว่าอยากประหยัด ไหนๆ แล้วมาดูทีเดียวตอนอายุ 28 สัปดาห์ แบบนี้ผิด เพราะเด็กส่วนใหญ่หลัง 22 สัปดาห์กระดูกจะหนา ทำให้ดูอวัยวะยาก ดังนั้น ถ้าจะมาอัลตร้าซาวด์ แนะนำให้มาดูทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ หรือมาก่อนอายุครรภ์ 14 สัปดาห์ เพื่อ

  1. ดูอายุครรภ์ที่แน่นอนก่อน เพราะผู้หญิงบางคนประจำเดือนมาไม่แน่นอน ทำให้นับวันกำหนดคลอดไม่ได้
  2. ดูดาวน์ซินโดรม หลังจากนั้นถ้าปกติดี อายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ ก็มาดูอวัยวะครบไหม ถ้าอวัยวะครบดี ก็มาดูอีกครั้งตอนอายุครรภ์ 28-32 สัปดาห์ การเจริญเติบโตเป็นอย่างไร มาดูความผิดปกติของกระดูก เป็นต้น

การตรวจอัลตร้าซาวด์มีความผิดพลาดหรือไม่

มีโอกาสผิดพลาดได้จาก สาเหตุหลักๆ คือ

  1. อวัยวะของทารกไม่ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ในครรภ์ ความผิดปกติจึงอาจเกิดตอนหลังคลอดได้
  2. อวัยวะบางอย่างมันเล็กมาก บางอย่างเรามองไม่เห็น อย่างนิ้วถ้าเด็กไม่กางมา เราก็มองไม่เห็น หรือหัวใจถ้าเล็กกว่าครึ่งเซ็นต์ ก็มองไม่เห็น 3อวัยวะของเด็กในท้องกับนอกท้องไม่เหมือนกัน
  3. ท่าทางของเด็ก อาจบดบังการมองเห็นภาพอวัยวะต่างๆ ได้

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.95 จาก 5 จำนวนโหวต 135 โหวด

ผู้เขียน

รศ.ดร.นพ. บุญศรี จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์