แชร์ข้อความนี้

ออกกำลังกายให้ปลอดภัยในคนที่มีโรคประจำตัว

HIGHLIGHTS:

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวสามารถออกกำลังกายได้ เพียงแต่ต้องเลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสม และควรเริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวเบาๆ เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาปรับตัว
  • สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ควรเป็นการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าอกและแขนส่วนบน
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกีฬาที่ต้องใช้ความเครียดสูงขณะออกกำลังกาย

 

ออกกำลังกายให้ปลอดภัย

เป็นที่ทราบกันดีว่า การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี หากแต่การออกกำลังกายที่เหมือน ๆ กัน ก็อาจจะให้ผลที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลได้ หรืออาจจะกล่าวในอีกทางหนึ่งได้ว่า แต่ละบุคคลจะมีรูปแบบการออกกำลังที่เหมาะสมที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว การออกกำลังกายในรูปแบบหรือวิธีที่ที่บุคคลทั่วไปทำ อาจจะไม่ส่งผลดีกับบุคคลในกลุ่มนี้

และจากความจริงข้อนี้ ก็จะยิ่งทำให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวไม่กล้าออกกำลังกาย เนื่องจากเข้าใจว่าการออกกำลังกายอาจส่งผลกระทบต่อโรคที่เป็นอยู่  แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีโรคประจำตัวก็สามารถออกกำลังกายได้เพียงแต่ต้องเลือกวิธีออกกำลังกายให้เหมาะสม

ตรวจร่างกายก่อนออกกำลังกาย

ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ถึงความเป็นไปได้ในการออกกำลังกายเสียก่อน โดยแพทย์อาจตรวจสุขภาพทั่วไปของร่างกาย กรณีตรวจพบสิ่งผิดปกติอาจส่งตรวจเพิ่มเติม  เช่น ตรวจเลือด การตรวจเอกซเรย์ การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ   เมื่อผ่านการตรวจรับรองสุขภาพจากแพทย์แล้ว  จึงเข้าสู่ขั้นตอนการออกกำลังกายต่อไป

เริ่มต้นด้วยการเดิน

การออกกำลังกายควรเริ่มต้นจากการเคลื่อนไหวเบาๆ  เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาปรับตัว  การเดินถือเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุด ลงทุนน้อยที่สุด ไม่จำกัดทั้งเวลาและสถานที่  อย่างไรก็ตามควรเลือกเดินในที่ที่ไม่มีควันรถ หรือมลพิษ รวมถึงในเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัด เช่น ช่วงเช้า และเย็น

สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย ควรเริ่มต้นเดินช้าๆ  โดยใช้เวลาในวันแรกประมาณ 10-20 นาที ความเร็วหรือช้าขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน โดยให้รู้สึกมีเหงื่อซึมเล็กน้อย จากนั้นจึงเพิ่มระยะเวลาให้มากขึ้นจนได้วันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ 

วอร์มอัพและคูลดาวน์เสมอ

ก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้งควรใช้เวลาในการอบอุ่นร่างกาย ครั้งละ 10-15 นาที เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมร่างกาย และการคูลดาวน์หลังออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ไม่ปวดตึง

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ   

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ควรเป็นการออกกำลังกายที่ต้องออกแรงมาก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าอกและแขนส่วนบน โดยการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ ได้แก่ การเดิน วิ่งเหยาะๆ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ โยคะ  รำมวยจีน   และกอล์ฟ

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ มีประโยชน์คือ

  • ช่วยลดอัตราการเกิด รวมถึงการเกิดโรคซ้ำแล้วเสียชีวิตในผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายจากหลอดเลือดอุดตัน
  • ผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดตีบตัน การออกกำลังกายช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดฝอย  ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจได้รับเลือดทดแทน  ช่วยป้องกันภาวะ หัวใจขาดเลือด 
  • ช่วยเพิ่มการใช้ออกซิเจนในกระแสเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจ ให้ผู้ป่วยภาวะหัวใจวายเรื้อรัง รวมถึงเพิ่มความสามารถในการทำงานของหัวใจ  ลดอาการเหนื่อยง่าย

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ

  • ควรพบแพทย์เพื่อประเมินขีดความสามารถในการออกกำลังกายครั้งแรก เพื่อป้องกันการเสียชีวิตอย่างฉับพลัน
  • ควรเริ่มออกกำลังกายเบาๆ จนร่างกายเคยชิน แล้วค่อยเพิ่มความหนักขึ้นทีละน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรหักโหม และไม่ควรแข่งขันกีฬาที่ต้องใช้แรงปะทะหรือมีความเครียดสูง
  • ผู้ป่วยที่มีอาการไม่คงที่ หรือใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ ไม่ควรออกกำลังกายที่เพิ่มความแข็งแรงส่วนบนร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอกและแขน
  • เมื่อรู้สึกผิดปกติขณะออกกำลัง ควรหยุดพัก เช่น เหนื่อยมากผิดปกติ  วิงเวียน  เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น ควรหยุดพักหากชีพจรยังคงเต้นเร็ว  ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • ไม่ควรอาบน้ำเย็นหลังออกกำลังกายทันที เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนัก และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเจ็บแน่นหน้าอกได้
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังในสถานที่อากาศร้อนอบอ้าว หรือการออกกำลังที่เสียเหงื่อมากเกินไป เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำ หัวใจจะต้องทำงานมากขึ้น

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง   

ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือกีฬาที่ต้องใช้ความเครียดสูง   โดยเลือกการออกกำลังกายที่มีความผ่อนคลาย  อย่างการคาร์ดิโอเบาๆ โดยทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยลดความดันโลหิตตัวบน (systolic) และความดันเตัวล่าง (diastolic)  เช่น การเดินเร็ว  ขี่จักรยาน  ว่ายน้ำ เต้นซุมบ้า และแอโรบิค

การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับร่างกาย  เสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงขึ้น และช่วยรักษาระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไป โดยควรออกกำลังกายควบคู่กับงดอาหารเค็ม และควบคุมน้ำหนัก

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

  • ควรดื่มน้ำและเกลือแร่ทดแทนให้เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่รับประทานยาขับปัสสาวะ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ยาลดความดันบางชนิดอาจส่งผลต่อสมรรถภาพกล้ามเนื้อ  ดังนั้นผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่เป็นประเภทใช้พลังระเบิด หรือออกแรงมาก ๆ ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ๆ

การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน    

ผู้ป่วยเบาหวานที่ออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายนำกลูโคสไปใช้เป็นพลังงานได้ดี ช่วยควบคุมน้ำตาลและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน  รวมถึงป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเหมาะสม เช่น การแกว่งแขน การเดินเร็ว โยคะ รำมวยจีน วิ่งเหยาะ ขี่จักรยาน และว่ายน้ำ

การออกกำลังกายมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยจะช่วยให้ร่างกายใช้กลูโคสได้ดีขึ้น  ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน รวมถึงช่วยลดลดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน

  • ป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำระหว่างและหลังจากการออกกำลังกาย โดยการเจาะดูระดับน้ำตาลในเลือดก่อนออกกำลังกาย และระหว่างออกกำลังกาย  ทุกๆ  30 นาที และ 15 นาทีหลังการออกกำลังกาย   หากพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดเท่ากับหรือสูงกว่า 250 mg/dL ควรงดออกกำลังกาย
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน เนื่องจากอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำขณะนอนหลับ
  • งดการออกกำลังกายโดยใช้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดอินซูลินอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และในช่วงที่อินซูลินออกฤทธิ์สูงสุด

ผู้ที่มีโรคประจำตัวสามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยควบคู่ไปกับปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ โดย  ลักษณะของการออกกำลังกาย ระยะเวลา และข้อควรระวังแตกต่างตามความเหมาะสมกับโรคที่เป็น  หากมีความผิดปกติขณะออกกำลังกายควรหยุดทำกิจกรรม  และรีบปรึกษาแพทย์ทันที

ดร. เบญจพล เบญจพลากร
ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพกีฬา


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

Fit for Life Check Up


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ที่มา :

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 5 จาก 5 จำนวนโหวต 3 โหวด