แชร์ข้อความนี้

หน้าเรียววีเชฟ เจ็บน้อย ไม่เบิร์น

HIGHLIGHTS:

  • การผ่าตัดศัลยกรรม การฉีดโบท็อกซ์ การฉีดสารฟิลเลอร์ การร้อยไหม หรือการใช้เลเซอร์ เป็นวิธี ที่ช่วยชะลอปัญหาผิวเสื่อมสภาพและหย่อนคล้อยในปัจจุบัน แต่อาจจะทำให้คนที่กลัวเข็ม กลัวมีด กลัวเจ็บ ต้องยอมจำนน
  • “UltraLift” เป็นเทคโนโลยีคลื่นเสียงที่มีความแม่นยำสูงและเจาะจง (High-Intensity Focused Ultrasound) ช่วยแก้ปัญหาหน้าและผิวหย่อนคล้อย โดยไม่ทำให้เจ็บ และไม่ทำให้ผิวหนังชั้นบนแสบแดง หลังทำเสร็จสามารถแต่งหน้าหรือออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ทันที
  • “UltraLift” เห็นผลทันทีหลังทำประมาณ 2-3 สัปดาห์ และผลการยกกระชับจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

 

 

เมื่อพูดถึงเทรนหน้าเรียว หรือ V-Shape แทบจะไม่มีสาวๆ คนไหนห้ามใจอยู่ ยิ่งนวัตกรรมต่างๆ ที่ทยอยออกมาให้เราได้ลองกันนั้น มีออกมามากมายจนเราตาลายและสับสนไปหมด ในตอนนี้มีนวัตกรรมตัวหนึ่งที่ถูกคิดค้นออกมาสำหรับสาวๆ ที่อยากหน้าเรียวแต่เจ็บตัวน้อยมาฝากกัน

ด้วยปัจจัยต่างๆ มากมายรอบตัวที่ทำร้ายผิว บวกกับอายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวเกิดการเสื่อมสภาพ หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอยได้ง่าย บางคนมีความหย่อยคล้อยมาจากสภาพผิวเดิมแต่กำเนิด หรือมีรูปหน้าที่ยังไม่เป็นที่พอใจ เช่น มีแก้มเยอะ กรอบหน้าไม่ชัด เหนียงที่คางออกเวลาก้มหน้า หนังตาตก มุมปากตก มีร่องแก้ม ปัญหาต่างๆนี้ ส่งผลให้เสียความมั่นใจ

ปัจจุบัน มีวิธีการต่างๆ เพื่อชะลอปัญหาเหล่านี้เช่น การผ่าตัดศัลยกรรม การฉีดโบท็อกซ์ การฉีดสารฟิลเลอร์ การร้อยไหม หรือการใช้เลเซอร์ แต่วิธีการเหล่านี้ล้วนทำให้คนที่กลัวเข็ม กลัวมีด กลัวเจ็บ ต้องยอมจำนน

แต่อย่าเพิ่งถอดใจค่ะ เรามีการนำนวัตกรรมการยกกระชับที่เจ็บน้อยมาก หรือบางท่านบอกว่าไม่เจ็บเลย (ขึ้นกับการทนได้ของแต่ละบุคคล) มาช่วยดูแล เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้า นั่นคือ “Ultra Lift”

UltraLift ทำงานอย่างไร

UltraLift เป็นคลื่นเสียงที่มีความแม่นยำสูงและเจาะจง (High-Intensity Focused Ultrasound) ลึกถึงใต้ชั้นไขมัน ซึ่งเป็นชั้นที่รองรับเนื้อเยื่อของผิวหนัง หรือ SMAS ซึ่งพลังงานจะส่งผลทำให้ชั้น SMAS กระชับ ตึงขึ้นและเห็นผล 20-30 % หลังทำทันที และนอกจากนั้นยังสามารถลดไขมันส่วนเกินบริเวณแก้ม กรอบหน้า และใต้คางได้อีกด้วย เรียกว่า ทำหนึ่ง ได้ไปถึงสองกลไก

UltraLift เหมาะกับใคร

  1. ผู้ที่อยากมีใบหน้า V-Shape เรียวสวย กรอบหน้าชัดเจน กำจัดไขมันส่วนเกินที่ใบหน้า
  2. ผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก มุมปากตก คิ้วตก คิ้วยกไม่เท่ากัน มีริ้วรอยที่ร่องแก้ม
  3. ผู้ที่อยากยกกระชับหน้าแต่ไม่มีเวลาพักฟื้น เพราะหลังทำเสร็จสามารถแต่งหน้าหรือออกไปทำกิจกรรมต่างๆได้เลย
  4. ผู้ที่กลัวการผ่าตัดศัลยกรรม หรือกลัวเลเซอร์ที่เจ็บมากๆ หรือทำให้ผิวหน้าชั้นบนเสียหาย แสบแดง

เริ่มเห็นผลเมื่อไหร่ และต้องทำกี่ครั้ง

  1. หลังทำเริ่มเห็นผลทันทีถึงความยกกระชับ 20-30 % โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับแก้มหย่อนคล้อย มุมปากตก หางคิ้วตก
  2. เห็นผลอย่างชัดเจนหลังการทำประมาณ 2-3 สัปดาห์ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปตามบุคคล
  3. ผลการยกกระชับจะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แนะนำให้ทำปีละ 2 ครั้ง

เจ็บมั้ย หลายคนชอบถาม

  • ขณะทำ คลื่นอัลตร้าซาวด์จะลงสู่ใต้ผิวหนังไปสู่ชั้น SMAS ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนมีความร้อนอุ่นๆ ลงไปใต้ผิวเล็กน้อย อาจจะรู้สึกจี๊ดๆ ที่ผิวข้างในแต่อยู่ในระดับที่ทนได้ ซื่งความรู้สึกนี้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับตัวบุคคล
  • หลังการทำ ในบางคนผิวอาจแดงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็จะหายไปเองตามสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่งหลังทำสามารถแต่งหน้าหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นวัตกรรมนี้ ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย ผ่านการทดสอบว่ามีความปลอดภัยสูง โดยได้รับการยอมรับจาก KFDA ประเทศเกาหลี ด้านประสิทธิภาพ ในการนำมาใช้ในการปรับรูปหน้า ดึงหน้า ยกกระชับใบหน้า และยังได้รับ อย. ของประเทศไทยอีกด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.63 จาก 5 จำนวนโหวต 8 โหวด

ผู้เขียน

พญ. พีรธิดา รัตตกุล สรุป: สาขาตจวิทยา สาขาตจวิทยา