แชร์ข้อความนี้

5 สารพิษ ปลุกมะเร็งลำไส้ใหญ่

HIGHLIGHTS:

  • นอกจากอาหารปิ้งย่างเขม่าดำแล้ว อาหารที่ใช้ความร้อนสูง สารกันเสีย อาหารปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ก็สามารถกระตุ้นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน
  • อาหารที่ทอดในน้ำมันที่ถูกใช้ปรุงอาหารเกินสองครั้งนั้นพบว่า มี สารก่อมะเร็ง ที่เกิดจากการแตกตัวของน้ำมันที่เสื่อมสภาพ หากสะสมในร่างกายจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
  • การตรวจลำไส้ใหญ่จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งชนิดนี้ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือชอบทานอาหารปลุกมะเร็ง

 

 

You are what you eat

เราทานอะไร เราจะเป็นแบบนั้น เป็นคำกล่าวที่จริงเสมอ

มะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากจะเกิดจากพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถเกิดจากอาหารและสารพิษบางอย่างที่เราไม่ได้ตั้งใจอยากได้ มาดูกันว่า สารก่อมะเร็ง 5 สารพิษที่ปลุก มะเร็งลำไส้ใหญ่ให้ตื่นคืออะไร

1. สาร HCAs และ PAHs

เฮทเทอโรไซคลิก เอมีน (heterocyclic amines; HCAs) และสาร โพลีไซคลิก อะโรเมติก ไฮโดรคาร์บอน (polycyclic aromatic hydrocarbons; PAHs) สารพิษนี้พบได้จากการรับประทานอาหารประเภทปิ้งย่างไหม้เกรียม เขม่าดำ เกิดจากความร้อนทำปฏิกิริยาโดยตรงกับไขมันในเนื้อสัตว์ จนทำให้เกิดเป็นควันที่มีพิษ หากรับประทานเข้าไปในปริมาณมากก็จะเกิดการสะสมในร่างกาย จนเป็น สาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหารได้

2. สารอะคริลาไมด์ (Acrylamide)

สารพิษนี้ พบในอาหารที่ถูกทอดหรืออบด้วยความร้อนสูง เช่น มันฝรั่งทอด ขนมปังกรอบและบิสกิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ทอดในน้ำมันที่ถูกใช้ปรุงอาหารเกินสองครั้งนั้นพบว่า มี สารก่อมะเร็ง ที่เกิดจากการแตกตัวของน้ำมันที่เสื่อมสภาพ หากสะสมในร่างกายจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร หากสูดดมไอของน้ำมันเข้าไปก็มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

3. สารไนเตรตไนไตรต์ (Nitrate-Nitrite)

เป็นสารเคมีที่ใช้เป็นสารกันที่ทำให้เกิดสีแดงอมชมพูในผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน แหนม กุนเชียง เนื้อเค็ม สารไนไตรต์จะทำปฏิกิริยากับสารประกอบเอมีนในอาหาร ร่วมกับสภาวะความเป็นกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่อวัยวะต่างๆ เช่น ตับอ่อน ทางเดินหายใจ กระเพาะปัสสาวะ ตับ ไต กระเพาะอาหารและลำไส้ หากหลีกเลี่ยงได้ควรทานแต่น้อย

4. สารออร์กาโนฟอสเฟต (Organophosphate)

สารก่อมะเร็ง ชนิดนี้ มาจากยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนมากับผักผลไม้ จากผลสำรวจการใช้ยาปราบศัตรูพืชของเกษตรกรพบว่า สารเคมีที่ชาวสวนใช้มากเป็นอันดับหนึ่ง  คือ สารออร์กาโนฟอสเฟต ซึ่งท่ามกลางสังคมที่เร่งรีบในปัจจุบันจะมีสักกี่ครัวเรือนที่ปรุงอาหารกินเอง และเลือกใช้ผักปลอดสารพิษหรือรู้วิธีการล้างผักผลไม้เพื่อลดสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงอย่างถูกวิธี จากงานวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศสารนี้ความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน มะเร็งสมอง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งระบบทางเดินอาหาร

5. แอซีทาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) 

ซึ่งเป็นสารที่เกิดจาก แอลกอฮอล์  การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณสูง จะทำให้สารนี้เพิ่มมากขึ้นจนร่างกายขับออกไม่ทัน จนสามารถทำลายดีเอ็นเอในร่างกาย และกระตุ้นยีนมะเร็งต่างๆในร่างกาย

นอกจากหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งแล้ว เราก็ควรที่จะดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจให้เกิดความสมดุลในแบบองค์รวม ควบคู่กันไปนะคะ

อีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำได้ง่าย ๆ นั่นคือการสังเกตุอุจจาระของเราเป็นประจำ โดยปกติสีและลักษณะของอุจจาระจะมีความแตกต่างกันตามประเภทของอาหารที่รับประทานและปริมาณน้ำที่ดื่ม เช่นการรับประทานผักใบเขียวปริมาณมากอาจทำให้อุจจาระเป็นสีเขียว แต่หากอุจจาระมีสีดำอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีเลือดออกในระบบทางเดินอาหารส่วนต้น โดยเฉพาะหากมีสีดำเข้มเหมือนยางมะตอย ดังนั้นหลังจากถ่ายอุจจาระแล้วลองหมั่นสังเกตดูรูปร่างหน้าตาและสีสันของอุจจาระดู หากพบว่าอุจจาระมีสี กลิ่น หรือลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย คลิกอ่านต่อที่นี่


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.41 จาก 5 จำนวนโหวต 27 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ศุภวงษ์ อัศดามงคล สรุป: สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์