แชร์ข้อความนี้

วัคซีนในผู้หญิง

                ตอนนี้อากาศบ้านเราก็เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว  ถึงแม้ความเป็นจริงบางที่อาจไม่ได้หนาวอย่างที่ควรจะเป็นซักเท่าไหร่  แต่ไข้หวัดก็มักจะมาตามฤดูกาลเสมอ  ใครที่ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าฤดูฝน (พฤษภาคม) และช่วงก่อนเข้าฤดูหนาว (ตุลาคม) ไปแล้วนั้น  ร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันเชื้อโรคได้   ทำให้ถึงแม้จะเป็นไข้หวัดใหญ่ อาการก็จะเบาบางลง อาการไม่หนัก หรืออันตรายเหมือนคนที่ไม่ได้รับวัคซีน

การฉีดวัคซีนนั้นแท้จริงแล้วเป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะในคุณผู้หญิงเพราะถ้าหากมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น และไม่เคยได้รับวัคซีนที่จำเป็น  หากเกิดการติดเชื้อโรคบางอย่างแล้ว  นอกจากจะทำให้คุณแม่มีอาการผิดปกติแล้ว ลูกน้อยในท้องเองก็อาจจะมีความผิดปกติไปด้วยเช่นกัน แล้ววัคซีนที่คุณผู้หญิงควรฉีดมีอะไรบ้าง ควรฉีดเมื่อไหร่ดี และเมื่อตั้งครรภ์แล้ววัคซีนที่จำเป็นต้องฉีดหรือต้องหลีกเลี่ยงห้ามฉีดเลยมีอะไรบ้าง

 

  1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

เป็นวัคซีนเชื้อตาย ที่สามารถฉีดได้ทั้งในหญิงตั้งครรภ์ และไม่ได้ตั้งครรภ์ โดยช่วงเวลาที่ควรฉีด คือช่วง ก่อนเดือนพฤษภาคม (ช่วงก่อนฤดูฝน) และช่วงก่อนเดือนตุลาคม (ช่วงก่อนฤดูหนาว) โดยควรฉีดปีละ 1 ครั้ง ส่วนในหญิงตั้งครรภ์สามารถฉีดได้ โดยจะแนะนำให้ฉีดช่วงการตั้งครรภ์ในไตรมาสที่ 2 เป็นต้นไป

 

  1. วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน และคางทูม

เป็นวัคซีนเชื้อเป็น สามารถฉีดได้อย่างปลอดภัยในหญิงที่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์ และยังไม่มีภูมิคุ้มกันเชื้อเหล่านี้ (ซึ่งสามารถทราบได้จากการเจาะเลือดว่ามีภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันหรือไม่  ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันหมอจะฉีดวัคซีนรวมซึ่งป้องกันเชื้อ 3 ชนิด) แต่ในหญิงที่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์ เมื่อได้รับวัคซีนชนิดนี้ โดยทั่วไปจะแนะนำให้คุมกำเนิดอย่างน้อย 1 เดือน หลังได้รับวัคซีน เพราะถ้าตั้งครรภ์อยู่และได้รับวัคซีนนี้ลูกในท้องมีโอกาสติดเชื้อ และทำให้มีความพิการได้  เพราะฉะนั้นวัคซีนนี้จึงห้ามฉีดในหญิงตั้งครรภ์

 

  1. วัคซีนป้องกันสุกใส

เป็นวัคซีนเชื้อเป็น เช่นเดียวกับวัคซีนหัด หัดเยอรมัน และคางทูม โดยจะแนะนำให้ฉีดในหญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ และไม่เคยเป็นโรคสุกใสซึ่งแน่นอนว่าจะยังไม่มีภูมิคุ้มกัน  ถ้าฉีดวัคซีนแล้วต้องคุมกำเนิดไปก่อนอย่างน้อย 1 เดือน  จึงจะตั้งครรภ์ได้ เพราะถ้าได้รับวัคซีนนี้ขณะตั้งครรภ์ลูกในท้องมีโอกาสติดเชื้อและทำให้มีความพิการ แท้ง เสียชีวิต หรือมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดได้ เพราะฉะนั้นวัคซีนนี้จึงห้ามฉีดในหญิงตั้งครรภ์

 

  1. วัคซีนป้องกันคอตีบ และบาดทะยัก

เป็นวัคซีนเชื้อตาย ที่สามารถฉีดได้ทั้งในหญิงตั้งครรภ์ และไม่ตั้งครรภ์ โดยทั่วไปจะฉีดให้ในคนที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน หรือได้รับมาแล้วแต่ไม่ครบ โดยจะฉีดทั้งหมด 3 เข็ม ส่วนวัคซีนรวมคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ทุกๆ การตั้งครรภ์จะแนะนำให้ฉีด 1 เข็ม ในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน เพื่อป้องกันโรคไอกรนเพิ่มเติมในเด็กแรกคลอด

 

  1. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

เป็นวัคซีนเชื้อตาย  แนะนำให้ฉีดในหญิงที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน โดยฉีดทั้งหมด 3 เข็ม แต่เมื่อมีการตั้งครรภ์แล้วและยังไม่มีภูมิคุ้มกัน  แนะนำให้ฉีดในหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น มีคู่นอน มากกว่า 1 คน ภายในระยะเวลา 6 เดือน ก่อนตั้งครรภ์ หรือปัจจุบันก็ยังมีอยู่ หรือคนที่สามีติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอยู่  ส่วนในหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้ดูแลซึ่งจะพิจารณาเป็นรายๆไป

  1. วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

เชื้อ HPV เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก  หมอแนะนำให้ฉีดในเด็กหญิงจนถึงวัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุ  9-26 ปี ที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ เนื่องจากเมื่อได้รับวัคซีนแล้วจะได้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อได้มากกว่าผู้ที่เคยมีเพศสัมพันธ์และติดเชื้อ HPV มาแล้ว และไม่แนะนำให้ฉีดในหญิงที่ตั้งครรภ์  เพราะยังไม่มีข้อมูลมากพอว่าปลอดภัยสำหรับลูกน้อยในครรภ์ของหญิงตั้งครรภ์

 

การฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในคุณผู้หญิงทั้งหลายนั้น มีความจำเป็น และสำคัญมาก เพราะเมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นแล้วภูมิคุ้มกันที่เรามีนั้นก็จะส่งผลป้องกันไปถึงลูกน้อยในครรภ์ด้วย เพราะฉะนั้นอย่าละเลยที่จะตรวจสุขภาพ และตรวจเช็คดูว่าเรามีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อเหล่านี้แล้วหรือยัง  จะได้เป็นข้อมูลเพื่อนำมาใช้และปรึกษาคุณหมอเพื่อฉีดวัคซีนและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อตนเองและลูกน้อยในครรภ์ต่อไป

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.67 จาก 5 จำนวนโหวต 12 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ณัฐสุดา แสนทวี สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขารังสีร่วมรักษาของลำตัว