แชร์ข้อความนี้

วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กๆ

HIGHLIGHTS:

  • เด็กตั้งแต่แรกเกิด จนถึง 12 ปี ควรได้รับวัคซีนวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนจำเป็นแต่ละวัยตามตารางวัคซีนของสมาคมโรคติดเชื้อเด็ก ซึ่งจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย หรือหากป่วยก็จะมีอาการไม่รุนแรง และไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล      
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 18 ปี โดยปีแรก ฉีด2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์
  • นอกจากวัคซีนพื้นฐานที่มีความสำคัญสำหรับเด็กๆ แล้ว ยังมีวัคซีนเสริมที่เด็ก ๆ ควรได้รับ เช่น วัคซีนโรตาไวรัส วัคซีนนิวโมคอคคัส วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส วัคซีนไข้เลือดออก

 

วัคซีนสำหรับเด็ก

เด็กๆ ทุกคนควรได้รับวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด เพื่อช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานและสร้างเกราะป้องกันโรคภัยต่างๆ โดยเฉพาะปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า สามารถคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคสำหรับเด็กได้ครอบคลุม  ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถปรึกษากุมารแพทย์ถึงวัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนจำเป็นแต่ละชนิดที่ควรได้รับตามวัยของลูกน้อย

วัคซีนพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับเด็ก

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยประกาศตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดไว้ว่าเด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนจำเป็นขั้นพื้นฐาน  เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตามช่วงวัย  ดังนี้

  • วัคซีนวัณโรค (BCG) ควรได้รับตั้งแต่แรกเกิด โดยฉีดที่บริเวณไหล่ซ้าย ซึ่งปกติโรงพยาบาลจะฉีดให้ทารกก่อนกลับบ้าน
  • วัคซีนตับอักเสบบี (HBV) ต้องได้รับทั้งหมด 3 เข็ม โดยฉีดเข็มแรกตั้งแต่แรกเกิด เข็มที่สองเมื่ออายุครบ 1 เดือน  และเข็มสุดท้ายเมื่อเด็กครบ 6 เดือน
  • วัคซีนคอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน (DPT) โดยฉีดชุดแรก  3  ครั้ง  เมื่ออายุ 2 เดือน  4 เดือน และ 6 เดือน หลังจากนั้นควรมีการฉีดเพื่อกระตุ้นการทำงานของวัคซีนอีกครั้งในช่วงอายุ 1 ปี 6 เดือน  และเมื่อมีอายุ  4-6 ปี และฉีดเฉพาะ คอตีบ-บาดทะยัก-ไอกรน สำหรับเด็กโต
  • วัคซีนโปลิโอ โดยใช้วัคซีนโปลิโอชนิดฉีดร่วมกับวัคซีนโปลิโอรูปแบบกิน โดยเด็กๆ จะได้รับการหยอดวัคซีนโปลิโอรูปแบบกินจำนวน 5 ครั้ง เมื่ออายุ 2 , 4, 6 เดือน, 1 ปี 6 เดือน และ 4 ปี และต้องได้รับวัคซีนโปลิโอชนิดฉีดเพื่อเสริมภูมิคุ้มกัน 1 ครั้ง เมื่อเด็กอายุ 4 เดือน
  • วัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูม(MMR) / วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE) ควรฉีดตามช่วงอายุคือ 1 ปี และ 2 ปี 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ควรฉีดทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 6 เดือน ถึง 18 ปี โดยปีแรก ฉีด2 เข็ม เว้นระยะห่างกัน 4 สัปดาห์
  • วัคซีนเอชพีวี (HPV) ควรฉีดตั้งแต่  9 ปีขึ้นไป สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี สาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้ถึง 70-90 %       

วัคซีนเด็กอื่นๆ เสริมภูมิต้านทานโรค

นอกจากวัคซีนขั้นพื้นฐานที่มีความสำคัญสำหรับเด็กๆ แล้ว ยังมีวัคซีนเพื่อเสริมภูมิต้านทานเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของเด็ก  โดยวัคซีนเสริมที่แนะนำ ดังนี้

  • วัคซีนโรตาไวรัส (rotavirus) ช่วยปกป้องโรคโรตาไวรัส เด็กๆ สามารถรับวัคซีนได้ตั้งแต่อายุ 2 และ 4 เดือน
  • วัคซีนนิวโมคอคคัส ป้องกันปอดอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ โดยวัคซีนชนิด PCV ควรฉีดในช่วงอายุ 2 เดือน 4 เดือนและ 6 เดือน จากนั้นจึงฉีดกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 1 ปี ถึง 1 ปี 3 เดือน  สำหรับวัคซีนชนิด  PS23 สามารถฉีดได้ในช่วงอายุ 2 ปี ขึ้นไป
  • วัคซีนฮิบ หรือวัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย ฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี (Haemophilus influenzae type b Vaccine) เป็นวัคซีนรวม 1 เข็ม ป้องกันได้ 5 โรค คือ คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี เยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ (DTwP-HB-Hib) โดยฉีด 3 ครั้ง ตั้งแต่เด็กอายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน
  • วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ฉีดรวมทั้งหมด 2 เข็ม ตามช่วงอายุ ตั้งแต่ 2 ปีครึ่ง  และอีกครั้งเมื่ออายุ 4-6 ปี
  • วัคซีนตับอักเสบ เอ ต้องฉีด 2 ครั้ง ห่างกัน 6-12 เดือน โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป
  • วัคซีนไข้เลือดออก แนะนำให้ฉีด วัคซีนในเด็ก ที่มีอายุตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป โดยฉีด 3 ครั้ง เว้นระยะ 6 เดือน และ 12 เดือนจากการฉีดเข็มแรก

ข้อควรปฏิบัติสำหรับการรับ วัคซีนเด็ก

  • พ่อแม่ควรนำสมุดบันทึกการรับวัคซีนติดตัวมาด้วยทุกครั้ง
  • ควรแจ้งแพทย์หรือพยาบาลก่อน ว่าลูกมีอาการแพ้ยา หรืออาหารชชนิดใดบ้างหรือไม่
  • หากมีไข้สูง หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรงดการรับวัคซีน
  • หลังรับวัคซีนไม่ควรกลับบ้านทันที ควรรอดูปฏิกิริยาแพ้ยาอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที

การเห็นลูกน้อยร้องไห้กลัวเข็มฉีดยา อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนถอดใจที่จะพาลูดน้อยไปฉีดวัคซีน หรืออาจมองข้ามความสำคัญจนละเลยไม่พาลูกน้อยไปรับวัคซีนตามนัดหรือตามคำแนะนำของแพทย์  แต่ความจริงแล้ว วัคซีนมีความสำคัญและจำเป็นต่อเด็กๆ ทุกคน โดยเฉพาะวัคซีนขั้นพื้นฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดว่าเด็กไทยทุกคนต้องได้รับตามช่วงอายุ เพื่อเป็นการสร้างเกราะป้องกันโรคสำหรับลูกน้อยจากโรคร้ายแรงที่อาจมีอันตรายถึงชีวิตในอนาคตได้


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

หยุดโรคร้ายด้วยวัคซีน ทั้งครอบครัว


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.58 จาก 5 จำนวนโหวต 12 โหวด

ผู้เขียน

พญ. วิริยาภรณ์ จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ