แชร์ข้อความนี้

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ได้ผล

HIGHLIGHTS:

  • การมีพันธุกรรมโรคอ้วน มีการอักเสบซ่อนเร้น มีระดับฮอร์โมนบางอย่างผิดปกติ เป็นตัวอย่างของปัจจัยภายในที่ส่งผลให้การลดน้ำหนักที่ไม่ประสบความสำเร็จ
  • “เลปติน (Leptin)” เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เราอิ่มง่าย สร้างจากเซลล์ไขมันเอง แต่ถ้าคุณมีเซลล์ไขมันสะสมมากเกินไป เลปตินจะยิ่งสร้างมากขึ้นจนร่างกายเกิดภาวะดื้อต่อ “เลปติน” ทำให้ทานเยอะขึ้น และอิ่มยาก

 

หลายๆคนคงเคยเจอกับปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน และรู้สึกเป็นเรื่องยากที่จะลดน้ำหนักลงเพียงแค่ 2-3 กิโล ทั้งที่พยายามออกกำลังกายและควบคุมอาหาร แต่พยายามเท่าไหร่ก็ลดไม่ลงเสียที เพราะการที่มีน้ำหนักเกินนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของปริมาณการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง อาจเป็นสาเหตุซ่อนเร้นที่เรานึกไม่ถึง จึงทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จสักที เช่น มีพันธุกรรมโรคอ้วน มีการอักเสบซ่อนเร้น มีระดับฮอร์โมนบางอย่างผิดปกติ เป็นต้น

นักวิจัยพบว่าการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลมาจากการทานอาหารแบบ SAD “Standard American Diet” ที่รับประทานแล้ว ต้องเศร้า เพราะ SAD เนื่องจากอาหารสไตล์อเมริกันมีน้ำตาลสูง มีไขมันแปรรูปหรือไขมันทรานส์สูง (Trans fat เป็นน้ำมันพืชที่นำมาแปรรูปใหม่ให้มีความอิ่มตัวและเก็บได้นาน ทนความร้อนได้มาก มักพบในอาหารกลุ่มเบเกอรี่ ไอศครีม ครีมเทียม นมข้นหวาน และอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ ด้วยความร้อนสูง) มีกรดไขมันโอเมก้า 6 สูง (พบมากในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันเมล็ดดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง ที่มักใช้มาปรุงอาหาร) แต่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 ต่ำ (พบในน้ำมันจากปลา ธัญพืชบางชนิด) นอกจากนั้น นักวิจัยยังพบว่าการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกกับร่างกายเป็นประจำ (Food sensitivity หรือ Food intolerance) ก็ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรังสะสมไปเรื่อยๆ

เมื่อรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมแล้ว ก็จะเกิดการสะสมเซลล์ไขมันในร่างกายไปเรื่อยๆ ซึ่งไขมันเหล่านั้นไม่ได้แฝงตัวอยู่เฉยๆ แต่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารเคมีแห่งการอักเสบออกมาด้วยตัวหนึ่งก็คือ C-RP (C-Reactive Protein) สาร C-RP นี้จะไปจับกับฮอรโมน “เลปติน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่บอกให้คุณรู้ว่าคุณอิ่มแล้ว เกิดเป็น C-RP Leptin Complex ที่มีขนาดใหญ่ ไม่สามารถผ่านเยื่อหุ้มสมองได้เหมือนเดิม จึงทำให้เกิดภาวะดื้อต่อฮอรโมน “เลปติน” ตามมา
“เลปติน (Leptin)” ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่บอกให้คุณรู้ว่าคุณอิ่มแล้ว ซึ่งสร้างจากเซลล์ไขมันเอง แต่ถ้าคุณมีเซลล์ไขมันสะสมมากเกินไป เลปตินจะยิ่งสร้างมากขึ้นจนร่างกายเกิดภาวะดื้อต่อ “เลปติน” มากขึ้นด้วย จึงทำให้เรา ทานเยอะขึ้น และอิ่มยาก

การอักเสบเรื้อรังจะเข้าไปรบกวนการทำงานของ “ฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin)” ที่สร้างจากตับอ่อน (คอยควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย) ส่งผลให้เกิดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้มีระดับอินซูลินในเลือดสูง ซึ่งจะไปยับยั้งการสลายไขมัน ทำให้คุณมีไขมันสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พุงใหญ่ขึ้น และภัยร้ายในอนาคตก็คือ เบาหวาน และอ้วนลงพุงนั่นเอง

และนั่นก็เป็นอีกสาเหตุของการลดน้ำหนักไม่ลงของหลายๆ คนในปัจจุบัน แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ คุณสามารถตรวจวัดการอักเสบเรื้อรังในร่างกายได้โดยวิธีตรวจเลือด เช่น

  • hs-CRP (High Sensitivity C-Reactive Protein) Test เป็นการหาระดับ C-RP ชนิดความไวสูง ซึ่งเป็นโปรตีนที่บอกถึงการอักเสบในร่างกาย ใช้ประเมินการอักเสบในร่างกาย การอักเสบที่ผนังหลอดเลือดแดง หาความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคต
  • Insulin Test เป็นการวัดระดับอินซูลินในเลือด หลังอดอาหารนาน 10-12 ชั่วโมง อินซูลินที่สูง เป็นตัวบอกได้ว่าร่างกายมีการอักเสบเรื้อรังเกิดขึ้นแล้ว ระดับอินซูลินในเลือดหลังอดอาหารยิ่งสูง แสดงว่าการอักเสบยิ่งมาก

เมื่อทราบผลการตรวจแล้ว คุณก็จะทราบว่าการอักเสบเรื้อรังเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คุณลดความอ้วนไม่ลงหรือไม่ จากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะการหาแนวทางการดูแลสุขภาพที่ตรงกับความต้องการของร่างกายคุณอย่างแท้จริงนั้น สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยได้ ฟังอย่างนี้แล้วค่อยมีกำลังใจในการลดน้ำหนัก ให้ฟิตแอนด์เฟิร์มกันหน่อยใช่ไหมคะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.56 จาก 5 จำนวนโหวต 18 โหวด

ผู้เขียน

พญ. จิตแข เทพชาตรี สรุป: