แชร์ข้อความนี้

เนื้องอกมดลูก รักษาได้ด้วยการใช้ยา

HIGHLIGHTS:

  • เนื้องอกมดลูกมักไม่แสดงอาการ และไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้ามีความผิดปกติของประจำเดือน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
  • การรักษาด้วยยา Ulipristal Acetate เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัด อันเนื่องมาจากสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
  • การรักษาด้วยยาสามารถหยุดเลือดประจำเดือนที่ออกมากได้ภายในสัปดาห์แรกของการรักษา และควบคุมการไหลของเลือดที่ผิดปกติได้มากกว่า 90% สามารถลดขนาดก้อนเนื้องอกมดลูกและคงขนาดก้อนเนื้องอกที่ลดลงหลังจบการรักษา

เนื้องอกมดลูก รักษาได้ด้วยการใช้ยา

 

โรคเนื้องอกมดลูกพบในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปี ขึ้นไป มากถึง 25% โดยเฉพาะในผู้หญิงที่แต่งงานแล้วแต่ยังไม่มีบุตร  มีน้ำหนักตัวมาก และมีประวัติครอบครัวเป็นเนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูกเป็นโรคที่ไม่อันตรายถึงชีวิต อีกทั้งพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีเนื้องอกมดลูกขนาดเล็ก ซึ่งมักไม่แสดงอาการ  และไม่จำเป็นต้องรักษา  แต่ถ้ามีความผิดปกติของประจำเดือน เช่น มีปริมาณมาก หรือมาหลายๆ ครั้งต่อเดือน ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะการปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลให้มีบุตรยาก  หรือเกิดภาวะโลหิตจางจากการสูญเสียเลือดมาก  รวมถึงถ้าเนื้องอกมดลูกเกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ อาจทำให้คลอดก่อนกำหนด หรือแท้งบุตร

ชนิดของเนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูกพบได้ตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าถั่วเขียวไปถึงโตใหญ่เท่าแตงโม อาจพบหลายก้อนหรือเพียงก้อนเดียว   ลักษณะค่อนข้างแข็ง  และสามารถพบได้ในทุกบริเวณของมดลูก ดังนี้

  • เนื้องอกในกล้ามเนื้อ (Intramural fibroid) ตำแหน่งที่พบได้บ่อยที่สุด  เป็นการเติบโตของก้อนเนื้องอกภายในกล้ามเนื้อมดลูก ส่งผลให้มดลูกหรือภายนอกของมดลูกบิดเบี้ยว ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการผิดปกติได้
  • เนื้องอกที่ผิวด้านนอกมดลูก (Subserosal fibroid) เนื้องอกชนิดนี้มักไม่แสดงอาการ ยกเว้นกดทับกระเพาะปัสสาวะหรือทวารหนัก เป็นเนื้องอกที่โตขึ้นแล้วดันออกมาอยู่ที่บริเวณผิวด้านนอกมดลูก
  • เนื้องอกที่โพรงมดลูก (Submucosal fibroid) ตำแหน่งที่พบได้น้อยมาก เป็นเนื้องอกในตำแหน่งที่เมื่อโตขึ้นแล้วถูกดันเข้าไปในบริเวณโพรงมดลูก โดยยังอยู่ใต้เยื่อบุมดลูก ส่งผลให้โพรงมดลูกเบี้ยวได้ มักทำให้มีอาการผิดปกติของประจำเดือน

สาเหตุของเนื้องอกมดลูก

เนื้องอกมดลูก เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกที่ผิดปกติ  แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาจสันนิษฐานได้ว่าเกิดจากปัจจัย ดังนี้

  • พันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคเนื้องอกมดลูก ถือว่ามีปัจจัยเสี่ยงสูงขึ้น
  • ฮอร์โมนเพศผิดปกติ ทั้งเอสโทรเจนและโพรเจสเทอโรน ซึ่งไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของเยื่อบุมดลูก ทั้งนี้ยังพบอีกว่าเนื้องอกมักจะมีขนาดโตขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ และเมื่อหมดประจำเดือน เนื้องอกจะฝ่อเล็กลงได้เอง

อาการของเนื้องอกมดลูก

ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ หากพบว่าเนื้องอกมีขนาดเล็ก และมักตรวจพบโดยบังเอิญ ขณะตรวจสุขภาพประจำปี  สำหรับผู้ป่วยที่มีเนื้องอกมดลูกขนาดโต มักแสดงอาการผิดปกติของการมีประจำเดือน เช่น มีเลือดประจำเดือนออกมาก หรือกะปริดกะปรอย ปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อย หรือปวดหลังส่วนล่างแบบเรื้อรัง บางกรณีที่ก้อนเนื้องอกโตขึ้นไปกดอวัยวะข้างเคียงอาจทำให้ปัสสาวะบ่อย หรือท้องผูก  ในขณะที่หากก้อนเนื้องอกโตมากๆ จนคลำเจอที่บริเวณท้องน้อย อาจทำให้ท้องโตคล้ายตั้งครรภ์

การรักษาเนื้องอกมดลูก

หลังการตรวจวินิจฉัยว่าพบเนื้องอกมดลูก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักวิตกกังวลว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อตัดเนื้องอกออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีเดียวกันทุกราย การรักษาที่มีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับความรุนแรง ขนาด  และตำแหน่ง รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

ปัจจุบันมีเครื่องมือวินิจฉัยและคอยติดตามดูแลขนาดของเนื้องอก ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตราซาวด์ ทั้งแบบที่ตรวจทางหน้าท้อง   (Ultrasound Lower Abdomen)  และแบบตรวจทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) ซึ่งให้ผลที่ถูกต้องและแม่นยำ  รวมถึงการรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำให้ผู้ป่วยเลี่ยงการผ่าตัดไปได้

การรักษาเนื้องอกมดลูกด้วยยา Ulipristal Acetate

เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเนื้องอกมดลูกที่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัด อันเนื่องมาจากสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย

ปัจจุบันมีการใช้ยา ESMYA®  (ชื่อการค้า) เป็นยารูปแบบเม็ดขนาด 5 มิลลิกรัม ที่มีชื่อยาสามัญว่ายูลิพริสตอล อะซีเตท (Ulipristal Acetate)  ในกลุ่มของ Selective Progesterone Receptor Modulator (SPRM) ซึ่งมีความจำเพาะเจาะจงกับตัวรับของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ทำให้ไปออกฤทธิ์ใน 3 ส่วน ดังนี้

  • เนื้องอกที่มดลูก (Fibroid) ยาทำให้ขนาดของเนื้องอกลดลง โดยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์และทำให้เซลล์เนื้องอกตาย (apoptosis)
  • ต่อมใต้สมอง ยาจะยับยั้งการตกไข่ เนื่องจากลดระดับของฮอร์โมนโพรเจสเทอโรนและฮอร์โมน FSH บางส่วน แต่ระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนยังคงอยู่ในระดับกลาง (mid-follicular range)
  • เยื่อบุโพรงมดลูก ยาออกฤทธิ์ต่อเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีประจําเดือนจนกว่าจะหยุดการรักษา และประจําเดือนจะกลับมาภายใน 4 สัปดาห์หลังจบการรักษา

ยาแอสเมียร์ได้รับอนุมัติใน 2 ข้อบ่งใช้หลักคือ

  • ใช้รักษาโรคเนื้องอกมดลูกก่อนการผ่าตัด
  • ใช้รักษาแบบเป็นคอร์สๆ สำหรับเนื้องอกมดลูกในคนไข้ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้

โดยยาสามารถหยุดเลือดประจำเดือนที่ออกมากได้ภายในสัปดาห์แรกของการรักษา และสามารถควบคุมการไหลของเลือดที่ผิดปกติได้มากกว่า 90% นอกจากนี้ยังสามารถลดขนาดก้อนเนื้องอกมดลูกและคงขนาดก้อนเนื้องอกที่ลดลงหลังจบการรักษา รวมถึงลดอาการปวดและอาการแสดงต่างๆ ได้อีกด้วย ทั้งยังพบผลข้างเคียงน้อยมาก โดยอาการที่มักพบคืออาการปวดหัวและร้อนวูบวาบ แต่ไม่พบอาการข้างเคียงที่เป็นเหมือนภาวะวัยหมดประจำเดือนจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เช่น การลดลงของมวลกระดูก (loss of bone mineral density) ซึ่งเป็นผลข้างเคียงหลักของยากลุ่มอื่น เช่น GnRH agonist เป็นต้น

การรักษาเป็นแบบคอร์ส (treatment course) โดยแต่ละคอร์สมีระยะเวลา 12 สัปดาห์ การรับประทานยาจะเริ่มรับประทานภายในสัปดาห์แรกของการมีประจําเดือน จากนั้นเว้นระยะพักระหว่างคอร์สเป็นระยะเวลา 2 รอบประจำเดือน และเริ่มรับประทานยาในคอร์สที่สองการมีรอบเดือนครั้งที่สองหลังจากจบคอร์สการรักษาก่อนหน้านี้

ผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาแอสเมียร์    

  1. ผู้ที่แพ้ตัวยาสําคัญหรือตัวยาไม่สําคัญ (excipients) อื่น ๆ ที่ใช้เป็นส่วนประกอบในยา
  2. สตรีระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  3. ผู้ที่มีเลือดออกทางอวัยวะเพศที่ไม่ทราบสาเหตุหรือสาเหตุอื่น นอกเหนือจากเนื้องอกมดลูก
  4. ห้ามใช้ในรายที่เป็นมะเร็งมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งเต้านม
  5. ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับผิดปกติ

ดังนั้นหากตรวจพบเนื้องอกมดลูก ยังไม่ควรวิตกกังวลจนเกินไปเพราะเนื้องอกมดลูกเป็นโรคที่ไม่อันตรายถึงชีวิต สามารถเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของโรค รวมถึงไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกรายและที่สำคัญคือปัจจุบันมียาที่สามารถรักษาให้หายได้ โดยควรเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางเท่านั้น


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมผ่าตัดส่องกล้อง


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

Reference

Ref 1: ESMYA product information approved by TH-FDA

Ref 2: Donnez J, et al. N Engl J Med. 2012 (Pearl study II)

Ref 3: Donnez J, et al. Fertil Steri. 2016 (Pearl study IV)

Ref 4: Donnez J, et al. N Engl J Med. 2012 (Pearl study I)

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3 จาก 5 จำนวนโหวต 3 โหวด

ผู้เขียน

นพ. บุญแสง วุฒิพันธุ์ สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์