แชร์ข้อความนี้

ยาคุมฉุกเฉิน กินได้แต่อย่าบ่อย

HIGHLIGHTS:

  • การคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ใช่การทำแท้ง แต่เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์
  • ภาวะน้ำหนักเกิน หรือ ภาวะอ้วนจะลดประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน
  • ถ้าประจำเดือนไม่มาภายใน1สัปดาห์จากรอบเดือนปกติ ควรจะตรวจการตั้งครรภ์

ยาคุมฉุกเฉิน

การคุมกำเนิดฉุกเฉิน คืออะไร ?

คือการลดโอกาสตั้งครรภ์หลังการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ส่วนใหญ่จะใช้ในกรณีที่ลืมทานยาคุมต่อเนื่อง หรือถุงยางอนามัยฉีกขาดหรือเลื่อนหลุด หรือไม่ได้คุมกำเนิดโดยวิธีการอื่น หรือในกรณีที่เป็นการถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์หรือถูกขืนใจควรพิจารณาใช้การคุมกำเนิดฉุกเฉิน

การคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ใช่การทำแท้ง แต่เป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ ควรใช้การคุมฉุกเฉินเร็วที่สุดหลังมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หากเกิดการตั้งครรภ์แล้วไม่สามารถใช้การคุมกำเนิดฉุกเฉินได้

การคุมกำเนิดฉุกเฉิน มีอะไรบ้าง ?

  • การใส่ห่วงอนามัยทองแดง (copper IUD) มีประสิทธิภาพทำให้สเปิร์มไม่สามารถไปปฏิสนธิกับไข่ได้ ควรจะใส่ห่วงอนามัยภายใน 5 วันหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ระยะเวลาคุมกำเนิดนานประมาณ 10 ปี แต่หากต้องการมีบุตรสามารถเอาห่วงออกได้ การใส่ห่วงอนามัยแนะนำให้พบสูตินรีแพทย์ผลข้างเคียงของการใส่ห่วงอนามัยทองแดง พบอาการปวดประจำเดือน หรือมีประจำเดือนเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรกของการใส่ห่วง แต่ผลข้างเคียงทั้งสองอย่างมักจะลดลงภายใน 1 ปีหลังจากใส่ห่วง
  • ยาคุมฉุกเฉิน
    • Ulipristal ผลจากฮอร์โมนโปรเจนโตโรนจะชะลอหรือป้องกันการตกไข่ สามารถรับประทานภายหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ภายใน 5 วัน (120 ชั่วโมง) และต้องใช้ยาโดยมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด >90%
    • ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว (progestin-only pills) ผลของยาโปรเจสตินทำให้หยุดหรือชะลอการตกไข่ ควรรับประทานภายหลังมีเพศสัมพันธ์ทันที หรือภายใน 3 วัน(72ชั่วโมง) ถ้ารับประทานภายใน 5 วัน ประสิทธิภาพจะลดลง
    • ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (combine pills) มีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสติน ผลของยาทำให้ชะลอการตกไข่หากใช้เป็นยาคุมกำเนิดฉุกเฉินต้องรับประทานในปริมาณที่มากกว่าปกติ Yuzpe’s regimen คือการรับประทานยาให้ได้เอสโตรเจน100mcg และ levonogestrel 1 mg รับประทาน2 ครั้งห่างกัน 12 ชั่วโมง โดยครั้งแรก รับประทานทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์หรือภายใน 72 ชั่วโมง มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด 75%
    • ผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมที่ใช้รับประทานแบบยาคุมฉุกเฉินมีผลข้างเคียงมากกว่าการคุมกำเนิดแบบปกติ จึงไม่ควรใช้เป็นการคุมกำเนิดระยะยาว นอกจากนี้ ยังไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการคุมกำเนิดทั่วไป การรับประทานยาคุมฉุกเฉินไม่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ประจำเดือนอาจจะมาไม่ตรง หรือมีภาวะเลือดออกระปริบกระปรอยภายใน 1 สัปดาห์หรือ1 เดือนได้ ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาคุมฉุกเฉินระยะสั้นอื่นๆได้แก่ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน (โดยเฉพาะการทานยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม) เจ็บเต้านม ปวดท้อง เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย

ภาวะที่ทำให้ยาคุมฉุกเฉินลดประสิทธิภาพลง

ภาวะน้ำหนักเกิน หรือ ภาวะอ้วนจะลดประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉิน ถ้ามีภาวะดังกล่าวให้พิจารณาการใส่ห่วงอนามัยทองแดงแทน ซึ่งได้ผลดี

หลังจากรับประทานยาคุมฉุกเฉินแล้วจะกลับไปคุมกำเนิดได้เมื่อไหร่ ?

  • ถ้าใช้ยาคุมฉุกเฉินชนิดฮอร์โมนเดี่ยวหรือฮอร์โมนรวมแล้วสามารถเริ่มใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นที่เหมาะสมได้ แต่ในช่วง7วันแรกต้องใช้วิธีการคุมโดยใช้สิ่งกีดขวาง เช่น ถุงยางอนามัย ฝาครอบปากมดลูกหรือไดอะแฟรม (diaphragm) ยาฆ่าเชื้ออสุจิ หรืองดเพศสัมพันธ์ไปก่อน
  •  ถ้าใช้ยา ulipristal จะเริ่มใช้วิธีการคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมน (ยาคุม แผ่นแปะ ยาฝังคุมกำเนิด ห่วงคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมน) ต้องรอ 5 วัน และต้องใช้วิธีการคุมโดยใช้สิ่งกีดขวาง หรือ งดเพศสัมพันธ์จนกว่าจะมีประจำเดือนรอบถัดไป การใช้วิธีการคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนร่วมกับการรับประทานยา ulipristal ในช่วงเวลาเดียวกันจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง

การตรวจติดตามหลังใช้การคุมกำเนิดฉุกเฉิน

  • ถ้าประจำเดือนไม่มาภายใน1สัปดาห์จากรอบเดือนปกติ ควรจะตรวจการตั้งครรภ์ ยาคุมฉุกเฉินไม่มีอันตรายต่อการตั้งครรภ์หรือตัวอ่อน
  • นอกจากนี้ ต้องตระหนักว่าวิธีการคุมกำเนิดฉุกเฉิน ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ถ้ามีประวัติเสี่ยงที่จะติดโรค แนะนำให้ปรึกษาแพทย์

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.58 จาก 5 จำนวนโหวต 12 โหวด

ผู้เขียน

พญ. อุมาวรรณ วิระพรสวรรค์ สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา