แชร์ข้อความนี้

มาดูแลกระดูกกันเถอะ

knee image

กระดูก เปรียบเสมือนเฟรมเวิร์คหรือโครงสร้างของร่างกาย ที่ประกอบไปด้วยข้อต่อซึ่งทำหน้าที่ในการเคลื่อนไหว และกล้ามเนื้อทำหน้าที่ช่วยยึดโครงสร้างของกระดูกและข้อ กล้ามเนื้อจะยึดเกาะทั้งเหนือข้อและต่ำกว่าข้อ ทุกจุดที่มีกระดูกในร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว ข้อก็ขยับ ทำให้ร่างกายของเราเคลื่อนไหวได้ เป็นโครงสร้างที่สอดคล้องกันไป เพราะฉะนั้น หน้าที่หลักของกระดูก คือการค้ำจุนโครงสร้างของร่างกายให้ทรงรูปร่างอยู่ได้ ถ้าไม่มีกระดูกร่างกายของเราคงจะไปกองอยู่กับพื้น นอกจากนี้แล้วกระดูกยังมีหน้าที่ในการสะสมแร่ธาตุ แคลเซียม และเป็นตัวสร้างเซลล์เม็ดเลือดให้กับร่างกาย

การเจริญเติบโตของกระดูกเริ่มตั้งแต่แรกเกิด จนถึงอายุประมาณ 17-18 ปี กระดูกจะหยุดการเจริญเติบโตเมื่อถูกเชื่อมยึดติดกันโดยแคลเซียม ในวัยเด็กกระดูกยังอ่อน สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งความยาวและความกว้าง ในด้านความยาว จะมีจุดของการสร้างเซลล์ให้กระดูกยาวขึ้น ที่เรียกว่า Growth plate อยู่บริเวณใกล้ๆ ข้อ หากเราลองเอกซเรย์กระดูกของเด็ก จะเห็นเป็นช่องว่างดำๆ ซึ่งรอยนี้ไม่ใช่รอยกระดูกหัก  แต่เป็นรอยกระดูกอ่อนที่ยังสามารถเจริญเติบโตได้อีก เนื่องจากไม่มีแคลเซียมมาเกาะ

ส่วนเยื่อหุ้มกระดูกจะสร้างความกว้างหรือความหนาให้กับกระดูก เด็กจะสูงหรือไม่สูงก็อยู่ที่ว่าแคลเซียมจะไปเกาะ Growth plate ให้ยึดติดเร็วแค่ไหน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงไม่ควรเลี้ยงลูกให้อ้วนเกินไป

เมื่อกระดูกโตขึ้น จนหยุดโต และถูกใช้งานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เมื่อถึงวันนึงก็ต้องเสื่อม อย่าลืมว่าตลอดชีวิตของคนเราใช้งานกระดูกอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนไหวร่างกายเมื่อไหร่ก็เท่ากับเราใช้งานกระดูกเมื่อนั้น แม้ในยามหลับเรายังต้องใช้งานกระดูกในการขยับร่างกายเพื่อพลิกเปลี่ยนท่านอน เลย เมื่อการใช้ถูกสะสมไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการเสริมเติมเข้าไปบ้าง ก็จะยิ่งเสื่อมเร็ว การใช้งานกระดูกไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหว หรือการทำงานเท่านั้น แต่ความอ้วนก็เป็นตัวการที่ใช้งานกระดูกได้อย่างหนักหนาสาหัสเหมือนกัน เพราะคนอ้วน เวลาเดิน กระดูกจะต้องแบกรับน้ำหนักมาก โดนกระแทกกระทั้นมากกว่าคนผอม ยิ่งการขึ้น-ลงบันได้ด้วยแล้ว ในคนน้ำหนักมากจะยิ่งทำร้ายข้อเข่าได้มาก เพราะกระดูกต้องรับน้ำหนักทีละขาขณะที่เข่างอ เมื่อเข่างอจะมีการเพิ่มความดันในข้อเข่า เมื่อเพิ่มความดันในข้อเข่า ก็มีการทำลายกระดูกและกระดูกอ่อนในข้อต่อมากขึ้น ทำให้การเสื่อมเร็วมากขึ้น

knee image 2

 

ใช้งานกระดูกกันสมบุกสมบันขนาดนี้ มาดูแลกันหน่อยดีกว่าค่ะ กระดูกทำหน้าที่เก็บแคลเซียม โดยปกติในร่างกายของเราจะมีแคลเซียมอยู่ในเลือดระดับหนึ่ง เมื่อเราทานแคลเซียมเข้าไป ร่างกายจะนำส่วนหนึ่งไปเก็บไว้ในกระดูก ส่วนที่เกินก็เก็บทิ้ง หากคนไหนมีแคลเซียมต่ำ แล้วไม่ได้ทานเพิ่มเข้าไป ร่างกายก็จะไปดูดเอาแคลเซียมในกระดูกมาใช้ เมื่อถูกนำออกมาใช้มากๆ ก็จะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้ โดยปกติร่างกายคนเราต้องการแคลเซียมวันละ 1 กรัม ซึ่งได้จากการทานอาหารต่างๆ บ้างส่วนหนึ่ง ซึ่งบางครั้งอาจไม่เพียงพอ ยิ่งสำหรับคนที่อายุ 30 ปีขึ้น ควรทานแคลเซียมเสริม ประมาณ 500 มิลลิกรัม ต่อวัน แต่ก็อย่าเผลอทานเยอะเกินไป เพราะจะทำก็เกิดปัญหา หากเปรียบเทียบกระดูกเป็นเหมือนเหล็กซึ่งมีความแข็งและเหนียว การทานแคลเซียมเข้าไปเก็บไว้ในกระดูกเยอะๆ ก็จะยิ่งทำให้กระดูกแข็ง แต่แทนที่จะแข็งและเหนียวเหมือนเหล็ก ก็จะกลายเป็นเหมือนแก้ว ที่แข็งแต่เปราะบาง จึงทำให้แตกหักได้ง่ายหรือเรียกว่ากระดูกเปราะนั่นเอง

หลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ใช้ได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เดินทางสายกลางไว้เป็นดีที่สุด อย่ามากไป อย่าน้อยไป ควรทำแต่พอดีการดูแลสุขภาพก็เหมือนกัน หากเราดูแลสุขภาพให้ดี ไม่เพียงแต่กระดูกที่จะแข็งแรง ทุกอย่างในร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย อาจารย์จึงขอฝากไว้ด้วยว่า คนเราต้องดูแลสุขภาพ ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ใช่ค่อยมาเริ่มดูแลกันตอนอายุมากๆ ซึ่งมันคงไม่ทันการณ์ สิ่งที่ช่วยทำให้สุขภาพดี คือ การออกกำลังกาย และความสมดุลของอาหาร ควรทานให้ครบ 5 หมู่ ทั้งเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ ในอดีตโดยเฉพาะคนต่างจังหวัด โชคดีที่ได้รับอากาศบริสุทธิ์มากกว่าคนในเมือง อาหารการกินก็ปลูกเอง ทำเอง ปลอดภัยจากสารพิษ จึงทำให้อายุยืน แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ต้องทานอาหาร Junk food มากขึ้น แย่งกันอยู่ แย่งกันกิน จึงทำให้ร่างกายแย่ลง ควรพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่จะบั่นทอนสุขภาพของเราเหล่านี้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือเรื่องของการพักผ่อนและจิตใจ ควรทำจิตใจให้ปลอดโปร่งแจ่มใส ไม่เครียด หากเครียดทุกอย่างจะยิ่งแย่ลง แทนที่จะได้พักก็เหมือนไม่ได้พัก หากมีปัญหาขอให้ปรึกษากับผู้รู้ อย่าฟังแต่เขาเล่าว่าอย่างเดียว

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 1 จาก 5 จำนวนโหวต 2 โหวด

ผู้เขียน

นพ. สมบัติ เศรษฐมงคล สรุป: สาขาออร์โธปิดิกส์ สาขาออร์โธปิดิกส์