แชร์ข้อความนี้

มะเร็งปากมดลูก รู้ทันป้องกันไวก็ไม่น่ากลัว ตอนที่ 1

cancer

อีกหนึ่งภัยร้ายที่คุกคามสวัสดิภาพของคุณผู้หญิงทั่วโลกที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ มะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในผู้หญิงไทยรองลงมาจากมะเร็งเต้านม แม้ว่ามะเร็งปากมดลูกจะเป็นโรคที่ป้องกันและรักษาให้หายได้และไม่ได้น่ากลัวเหมือนมะเร็งตับ มะเร็งปอด หรือมะเร็งไทรอยด์ แต่ก็ยังมีการพบผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก วันนี้เราจึงขอนำเสนอเรื่องราวที่เป็นความรู้เกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกให้กับทุกคนได้ทราบกัน มาเริ่มกันเลย

มะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นจากอะไร

มะเร็งปากมดลูกเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่ปากมดลูก ปัจจุบันเชื่อกันว่าสาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก คือ การติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า HPV (Human Papilloma Virus) ชนิด 16 และ 18 โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้จะติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ทำให้มีการสัมผัส หรือเยื่อบุในอวัยวะสืบพันธุ์ จึงทำให้เชื้อไวรัสสามารถเข้าไปอยู่ที่ปากมดลูก ทำให้ปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อหรือเซลล์ของปากมดลูก จนกลายเป็นเซลล์หรือเนื้อเยื่ออักเสบเรื้อรัง ถ้าเซลล์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็จะทำให้เซลล์เหล่านั้นเกิดความผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด แต่จะว่ากันตามจริงแล้วไวรัส HPV ใช่ว่าจะติดต่อกันระหว่างหญิงชายเท่านั้น การมีเพศสัมพันธ์ข้ามเพศระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ด้วยเช่นกัน

อาการของมะเร็งปากมดลูกจะเป็นอย่างไร

อาการของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก ในช่วงแรกจะมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดอาจจะเป็นเลือดออกแบบกะปริบกะปรอยระหว่างมีรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ กลิ่นเหม็น มีเลือดปน หรือมีเลือดออกเวลามีเพศสัมพันธ์ ถ้ามีเลือดออกมามากและมะเร็งลุกลามออกไปด้านข้าง หรือลุกลามไปที่อุ้งเชิงกรานจะมีอาการปวดหลังได้ เพราะไปกดทับเส้นประสาท แต่ถ้ามะเร็งมีการลุกลามออกไป ก็อาจจะเริ่มมีอาการขาบวม ปวดหลัง ปวดก้นกบ ปัสสาวะเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด และถ้ามีการกระจายของมะเร็งไปยังส่วนต่างๆ ก็อาจจะมีอาการอื่นๆ อีกได้ตามแต่ละส่วนที่มะเร็งกระจายไป

มะเร็งปากมดลูกอันตรายมากน้อยแค่ไหน

หมอก็ต้องตอบว่าเป็นโรคที่อันตรายอยู่เหมือนกัน แต่มะเร็งปากมดลูกจะน่าห่วงกังวลน้อยกว่ามะเร็งอื่นๆ เพราะมะเร็งชนิดนี้เกิดขึ้นต้องปากมดลูกซึ่งเป็นอวัยวะที่ยังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จึงทำให้การรักษาสามารถทำได้สะดวกขึ้น และการดำเนินของโรคจากระยะหนึ่งไปสู่ระยะหนึ่งนั้นใช้เวลาค่อนข้างนานบางทีเป็น 10 ปี ช่วงที่โรคกำลังจะเปลี่ยนระยะจากระยะเริ่มแรกไปสู่มะเร็งนี่เอง เราอาจจะตรวจพบก่อน ซึ่งทำให้เราสามารถแก้ไขได้ทันก่อนที่จะลุกลามไปในระยะต่อไปที่รุนแรงขึ้นได้ ในระยะนี้หากทำการรักษาอย่างถูกต้องจะได้ผลดีเกือบ 100% จึงกล่าวได้ว่า หากรู้ทันได้ไวก็ไม่น่ากลัวสำหรับโรคนี้

ใครบ้างที่เสี่ยงกับมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกส่วนมากมักจะเกิดในกลุ่มคนที่มีเศรษฐสถานะที่ต่ำ มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 18 ปี มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย สตรีที่เคยเป็นโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ เช่น กามโรค สตรีที่เคยเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่บริเวณอวัยวะเพศ เช่น เริม หงอนไก่ กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกทำได้อย่างไรบ้าง

หมอต้องขอเรียนให้ทราบตรงนี้ก่อนว่า ในการตรวจนี้ไม่มีใครต้องการให้พบมะเร็งปากมดลูก ทั้งหมอและคนไข้ย่อมรู้สึกเหมือนกัน แต่ในการตรวจนี้เราตรวจเพื่อให้พบคนที่มีความเสี่ยง คือ คนที่ยังไม่เป็นมะเร็งปากมดลูก แต่กำลังจะเป็นในไม่ช้าไม่นาน นี่คือหัวใจของการตรวจ ซึ่งวิธีการตรวจในสมัยก่อนที่เป็นที่นิยมมากนั่นก็คือ การตรวจแบบแปปสเมียร์ (Pap Smear) เป็นการตรวจในระดับเซลล์ โดยใช้ร่วมกับการตรวจภายใน ซึ่งแพทย์จะนำไม้พายเล็กๆ ป้ายบริเวณปากมดลูกและนำเซลล์ไปตรวจ แต่วิธีนี้มีความคลาดเคลื่อนค่อนข้างสูง ตรวจเจอได้น้อย แต่ปัจจุบันการตรวจเรามุ่งตรงไปที่การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุโดยตรงเลย ถ้าตรวจพบเชื้อก็จะทำการส่องกล้องขยาย (Colposcopy) เพื่อค้นหารอยโรคที่ปากมดลูกและตัดชิ้นเนื้อปากมดลูกไปตรวจทางพยาธิวิทยา ซี่งการส่องกล้องนี้ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการผ่าตัดแบบ MIS ซึ่งสามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคให้แน่ชัดขึ้นกว่าเดิมได้

วันนี้เราได้ความรู้มากมายในเรื่องของมะเร็งปากมดลูก แต่ยังมีเรื่องราวที่สนใจที่เกี่ยวกับโรคนี้อีกมากที่ทุกคนควรรู้ คราวหน้าเราจะนำมาเสนออีกครั้งเป็นตอนที่ 2 อย่าลืมติดตามกันนะ

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3 จาก 5 จำนวนโหวต 9 โหวด

ผู้เขียน

พลเรือตรี นพ. โซ่สกุล บุณยะวิโรจ สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขามะเร็งนรีเวชวิทยา