แชร์ข้อความนี้

ภาวะมดลูกแตกอันตรายอย่างหนึ่งของคุณแม่ตั้งครรภ์

m

ในช่วงหนึ่งเคยมีข่าวถึงการเสียชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตไปพร้อมๆ กับบุตรในท้องจากภาวะ “มดลูกแตก” ในช่วงนั้นทำให้คุณแม่ท้องทั้งหลายต่างพากันกังวลอยู่ไม่น้อย หลังจากนั้นก็ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้กันนัก แต่ในความเป็นจริงแล้วในวงการสูตินรีแพทย์ก็มีความกังวลกับปัญหามดลูกแตกอยู่ไม่น้อย แม้ว่าอัตราการเกิดขึ้นของภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้น้อยมากก็ตาม แต่ภาวะมดลูกแตกนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณแม่และบุตรเสียชีวิตได้ วันนี้เราจึงขอนำสารระดีๆ ในเรื่องนี้มาฝากกัน

มารู้จักภาวะมดลูกแตกกันก่อน

ภาวะมดลูกแตก คือ ภาวะที่ผนังมดลูกแตกหรือปริออก ส่งผลให้ทารกในครรภ์และน้ำคร่ำหลุดออกมาจากมดลูกและทำให้ทารกเสียชีวิตได้ บางรายหากการแตกของมดลูกไปโดนเส้นเลือดใหญ่ก็อาจจะทำให้ผู้เป็นแม่เสียชีวิตได้ด้วย จากการตกเลือดเข้าไปสู่บริเวณช่องท้องเป็นจำนวนมาก จัดว่าภาวะมดลูกแตกนี้เป็นภาวะที่อันตรายร้ายแรง

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะมดลูกแตก

สาเหตุหลักของภาวะมดลูกแตกก็คือ การที่คุณแม่มีผนังมดลูกบาง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ผนังมดลูกบางโดยหลักๆ แล้วจะมีอยู่ 5 ประการ คือ

  1. มีประวัติการผ่าตัดคลอดบุตรมาก่อน ทำให้เกิดแผลเป็นแนวยาวที่ชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก ถ้าชั้นกล้ามเนื้อมดลูกยังไม่ฟื้นตัวดีพอทำให้มีโอกาสเกิดภาวะมดลูกปริแตกได้ง่ายขึ้น
  2. มีประวัติการผ่าตัดเนื้องอกมดลูก บริเวณที่ได้รับการผ่าตัดจะทำให้ผนังมดลูกบางลง
  3. มีประวัติการขูดมดลูกที่มีปัญหา มดลูกทะลุมาก่อน ทำให้มีรอยแผลและกล้ามเนื้อมดลูกไม่แข็งแรง
  4. การเจ็บคลอดที่ยาวนาน จากการที่ทารกตัวใหญ่
  5. ท่าของทารกที่ไม่ปกติ เช่น ท่าขวาง เมื่อมีการเจ็บครรภ์ ทารกที่อยู่ในท่าขวาง อาจทำให้เกิดมดลูกแตกก็ได้

นอกจากนี้การยืดขยายของมดลูกมากกว่าที่ควรจะเป็นในรายที่ตั้งครรภ์แฝด บางรายได้รับยาเร่งคลอดก็อาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้มดลูกแตกได้ ในปัจจุบันแม่ตั้งครรภ์กลุ่มหนึ่งที่เคยผ่าตัดคลอดมาก่อนในครรภ์ที่แล้ว เกิดอยากคลอดตามธรรมชาติในท้องปัจจุบันก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดมดลูกแตกได้เช่นกัน ถ้าทารกในครรภ์มีขนาดใหญ่กว่าช่องเชิงกรานที่จะทำการคลอด

ภาวะมดลูกแตกจะเกิดขึ้นช่วงไหนของการตั้งครรภ์

จริงๆ แล้วสามารถเกิดได้ในทุกระยะของการตั้งครรภ์ แต่ที่พบได้ก็จะอยู่ในช่วงเจ็บครรภ์คลอด เนื่องจากมีการบีบตัวของมดลูกซึ่งเป็นการเพิ่มแรงดันกับตัวมดลูกโดยตรง ในบางกรณีที่ยังไม่มีการเจ็บครรภ์ก็อาจมีการแตกของมดลูกได้

ภาวะมดลูกแตกจะเกิดอาการอะไรขึ้นบ้าง

ภาวะก่อนที่มดลูกจะแตก คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการปวดท้องมากจากการที่มดลูกหดรัดตัวแรงระยะที่มดลูกแข็งตัว เมื่อมดลูกแตกแล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ก็จะมีเลือดออกในช่องท้อง ถ้าเสียเลือดมากๆ ก็จะมีอาการช็อคซึ่งก็จะเกิดอันตรายทั้งแม่และทารกที่อยู่ในครรภ์

มดลูกแตกรักษาได้อย่างไร

จริงๆ กรณีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกรณีฉุกเฉิน จึงต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินโดยการผ่าตัดคลอดทารกออกมาและเย็บซ่อมแซมมดลูกและหยุดเลือดออกให้เร็วที่สุด เพราะเราก็ต้องป้องกันความเสี่ยงทั้งแม่และเด็กเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ถ้ามดลูกแตกโดยอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนดคลอดจึงทำให้เด็กที่ผ่าตัดคลอดออกมาเป็นการคลอดก่อนกำหนด โอกาสที่เด็กจะรอดก็จึงมีน้อย ถึงรอดมาได้ก็อาจไม่สมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ดีเราก็ต้องทำการรักษาชีวิตแม่เอาไว้ให้ได้ก่อน เมื่อเย็บซ่อมแซมมดลูกแล้วเราก็จะเฝ้าระวังและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

หากเคยเกิดภาวะมดลูกแตกมาก่อนแล้วจะสามารถตั้งท้องได้อีกหรือไม่

ต้องดูความรุนแรงของอาการที่ผ่านมา ร่วมถึงการเย็บซ่อมแซมมดลูกที่แตกว่าเป็นอย่างไรและดีแค่ไหน โดยทั่วไปการตั้งครรภ์ซ้ำภายหลังที่มีประวัติว่าเคยมีภาวะมดลูกแตกมาก่อนส่วนใหญ่จะค่อนข้างเสี่ยง มีโอกาสที่มดลูกจะแตกซ้ำได้อีก อันนี้หมอจึงไม่ขอแนะนำให้ตั้งท้องอีกจะดีกว่า

สิ่งที่น่ากลัวของภาวะมดลูกแตกก็คือ เราไม่อาจจะรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เราจึงยากที่จะป้องกันภาวะนี้ได้ แต่สิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้เพื่อลดความเสี่ยงลงบ้างตามที่คุณหมอฝากคำแนะนำมาก็คือ คุณแม่ทั้งหลายเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ก็ควรไปฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ถ้ามีประวัติผ่าตัดคลอด หรือผ่าตัดมดลูก หรือมีประวัติที่มีความเสี่ยงอย่างอื่น เช่นประวัติการทำแท้ง ควรวางแผนให้มีการตั้งครรภ์ระยะห่างอย่างน้อยหนึ่งปีครึ่งถึงสองปี

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.08 จาก 5 จำนวนโหวต 25 โหวด

ผู้เขียน

พ.ต.อ.พญ. บงกช นราพุฒิ สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา