แชร์ข้อความนี้

พนักงานออฟฟิต เสี่ยงกับภาวะต่อมหมวกไตล้า

HIGHLIGHTS:

  • ความเครียด คือ สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะต่อมหมวกไตล้า
  • หากปล่อยให้ความเครียดมากระทบต่อร่างกายมากจนเกินไป อาจส่งผลทำให้ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตลดลง และเกิดภาวะต่อมหมวกไตล้าได้ 
  • การรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้า ที่ดีที่สุด คือ “การกำจัดสาเหตุของความเครียด”

คุณเคยมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ?

  • ตื่นเช้ามาไม่สดชื่น ไม่มีแรงตลอดทั้งวัน และรู้สึกสดชื่นมากที่สุดตอนช่วงเลิกงาน หรือประมาณหกโมงเย็น
  • รู้สึกอ่อนเพลียตลอดทั้งวัน แอบงีบกลางวันก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น
  • รู้สึกอยากทานเกลือ หรืออาหารรสเค็ม
  • รู้สึกไม่มีพลัง ในการทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ
  • ความรู้สึกทางเพศลดลง
  • หงุดหงิดง่าย โมโหกับเรื่องเล็กน้อย
  • เวียนศีรษะเวลาลุกนั่งเร็ว ๆ
  • รู้สึกกังวล ซึมเศร้า ไม่ค่อยสนุกกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
  • ไม่มีสมาธิกับสิ่งที่ทำ
  • ความจำลดลง  ขี้หลงขี้ลืม

“หากคำตอบของคุณ  คือ  ( ใช่ )  นั่นแสดงว่า =>  คุณอาจจะกำลังมีภาวะต่อมหมวกไตล้า”

ต่อมหมวกไต  มีความสำคัญอย่างไร  ?

ต่อมหมวกไตเป็นต่อมไร้ท่อชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์  มีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนหลายชนิดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ฮอร์โมนจะหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อภาวะที่มากระทบร่างกาย เพื่อช่วยควบคุมสมดุลต่างๆ ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์และทางด้านจิตใจ   ดังนั้นจึงหมายความว่าปัจจัยด้านต่างๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้นมักส่งผลต่อการทำงานของต่อมหมวกไตทั้งสิ้น  ถ้าหากภาวะต่างเกิดขึ้นและกระทบต่อร่างกายมากเกินไปอาจทำให้ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตลดลงและเกิดภาวะต่อมหมวกไตล้าได้   ซึ่งภาวะต่อมหมวกไตล้านี้จะมีความรุนแรงได้หลายระดับ  เช่น  ฮอร์โมนน้อยจนเกือบเป็นศูนย์ซึ่งอาการเหล่านี้นับว่าเป็นอีกเป็นโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  และแม้ว่าฮอร์โมนจะน้อยในระดับที่เกือบจะปกติ  แต่ก็ทำให้มีอาการที่ผิดปกติได้เช่นกัน

ภาวะต่อมหมวกไตล้า  เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะต่อมหมวกไตล้า  คือ  “ความเครียด”  เพราะความเครียดที่เข้ามากระทบคนเราในปัจจุบันนั้นมีทั้งความเครียดทางอารมณ์  เช่น  เครียดเรื่องงาน เรื่องครอบครัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีความเครียดทางกายที่เกิดขึ้นกระทบต่อร่างกายเราหรือที่เรียกว่า Physical Stress  ได้แก่   

  • ความเครียดจากการนอนดึก
  • ควาดเครียดจากการไม่ทานอาหารเช้า
  • ความเครียดที่เกิดจากการทานของหวานหรือน้ำตาลมาก
  • ความเครียดที่เกิดจากมลภาวะในอากาศ ในน้ำ หรือ สารพิษที่เจือปนมากับอาหาร

เนื่องจากความเครียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้พบว่า  คนที่มีความเครียดสูง ๆ มักเกิดภาวะต่อมหมวกไตล้าได้ง่ายกว่าปกติ เช่น ระบบการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันในร่างกาย  ส่งผลทำให้ในบางรายไม่สามารถควบคุมน้ำหนักตัวได้

ภาวะต่อมหมวกไตล้า  มีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร ?

การวินิจฉัยภาวะต่อมหมวกไตล้า ทำได้จากการซักประวัติหรือทำแบบสอบถาม เมื่อประเมินแล้วว่าน่าจะอยู่ในกลุ่มของผู้ที่มีภาวะต่อมหมวกไตล้า แพทย์จะทำการส่งตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยมีการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการซึ่งอาจเป็นการตรวจเลือด  ตรวจปัสสาวะ  หรือการตรวจทางน้ำลายเพื่อเป็นการยืนยันและเพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะต่อมหมวกไตล้าที่เกิดขึ้นด้วย

และแพทย์วินิจฉัยว่า อาจเป็นภาวะต่อมหมวกไตล้า ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการรักษา ซึ่งการรักษาที่สำคัญมากที่สุด คือ “การกำจัดสาเหตุของความเครียด การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตใหม่” เช่น

  • การนอนให้เร็วขึ้น และเข้านอนให้เป็นเวลา
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทานอาหาร โดยทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานโปรตีนให้มากขึ้น ลดอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล
  • การเสริมด้วยวิตามินเพื่อช่วยเสริมสร้างการทำงานของต่อมหมวกไต
  • ทานวิตามินที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย เช่น  DHA, Vitamin C, Vitamin B
  • ทานสมุนไพรที่มีฤทธิ์เสริมสร้างการทำงานของต่อมหมวกไต เช่น โสม เห็ดหลินจือ เป็นต้น

ในบางรายที่ต่อมหมวกไตล้ามาก ๆ อาจต้องรักษาด้วยยา หรือฮอร์โมนตัวอื่น ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของต่อมหมวกไต โดยการรักษาอาจใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้ต่อมหมวกไตกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง เมื่อต่อมหมวกไตกลับมาทำงานได้ดีเช่นเดิม ร่างกายก็จะกลับมาสดชื่น แข็งแรง ความอ่อนเพลียก็จะลดลง สมาธิในการทำงานจะกลับมา พลังงานในชีวิตก็จะกลับมาทำให้สดชื่น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์  พร้อมรับมือกับเรื่องราวหรือความเครียดต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตประจำวันได้

 

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi

เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.29 จาก 5 จำนวนโหวต 14 โหวด

ผู้เขียน

สรุป: