แชร์ข้อความนี้

ภาวะครรภ์ผิดปกติ กับความสำคัญที่ไม่ควรละเลย

shutterstock_448

ช่วงเวลาแห่งความประทับใจหนึ่งของคุณผู้หญิงทั้งหลาย นั่นก็คือช่วงเวลาที่ได้มีโอกาสดูแลและฟูมฟักทารกตัวน้อยในครรภ์ของเธอ แต่ถ้าหากคุณแม่เกิดมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง ผลกระทบอย่างรุนแรงของโรคภัยก็จะส่งผลไปยังลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์ด้วยเช่นกัน บางทีอาจจะส่งผลกระทบทั้งคุณแม่และลูกน้อยไปพร้อมๆ กันเลยก็ได้ ดังนั้น ในช่วงที่ตั้งครรภ์ หากเกิดภาวะครรภ์ผิดปกติ คือมีอาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ คุณแม่ทั้งหลายไม่ควรวางใจเด็ดขาด ทางที่ดีควรรีบเข้าพบแพทย์โดยด่วน

แล้วอาการแบบไหนบ้างที่จัดว่าเป็นภาวะครรภ์ผิดปกติ เรามาดูกันเลย

  1. มีอาการเลือดออกทางช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์

    ปริมาณเลือดที่ออกอาจมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงมาก แต่ไม่ว่าเลือดออกจะมากหรือน้อยก็ตามคุณแม่ทั้งหลายก็อย่าได้นิ่งนอนใจ ถึงแม้ว่าจะมีคำอธิบายว่าในช่วง 3 เดือนแรกตัวอ่อนจะทำการฝังตัวเข้ากับผนังมดลูก ซึ่งจะทำให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การมีเลือดออกทางช่องคลอดก็ตาม แต่นั่นก็อาจจะเป็นสาเหตุเล็กๆ ที่นำไปสู่การแท้งหรือตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ได้ แต่ถ้าคุณมีเลือดออกบวกด้วยกับอาการปวดท้องตอนช่วงท้ายการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์จะดีที่สุด

  2. มีอาการจุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้อง

    เป็นอาการที่พบได้ทั่วไป บางคนก็จะไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นอาการธรรมดา ยิ่งในช่วงตั้งครรภ์อาการแบบนี้อาจเกิดขึ้นบ่อยเนื่องจากระบบการย่อยอาหารจะทำงานช้าลง ทำให้เกิดแก๊สและมีอาการท้องผูก เนื้อเยื่อหน้าท้องจะหนาขึ้นและยืดขยายออกเพราะมดลูกกำลังเจริญเติบโต ทารกที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะเริ่มเบียดกระเพาะปัสสาวะทำให้เรารู้สึกปวดท้องได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณควรจะนิ่งนอนใจ เพราะอาการที่ดูแล้วจะผิวเผินนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือการตั้งครรภ์นอกมดลูกก็ได้เช่นกัน หากปล่อยไว้ก็มีความเสี่ยงที่จะแท้งบุตรได้เช่นกัน

  3. อาการปวดศีรษะบ่อยๆ และมีอาการตาพร่ามัว

    อีกหนึ่งอาการที่พบได้ทั่วไปเช่นกัน ยิ่งในคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ก็จะเป็นได้บ่อยมาก เพราะเกิดจากการขาดน้ำก็ได้ ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ความเครียดและความเหนื่อยล้าก็ได้ แต่อย่าได้วางใจอาการเหล่านี้ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนภาวะครรภ์เป็นพิษก็ได้ ยิ่งถ้ามีอาการนิ้วมือนิ้วเท้าบวมร่วมด้วยนั่นหมายถึงคุณมีโอกาสที่จะครรภ์เป็นพิษสูงมาก

  4. กระหายน้ำมาก และมีเหงื่อออกมาก

    เมื่อมีเจ้าตัวน้อยอยู่ในครรภ์ของเหลวส่วนหนึ่งในร่างกายก็จะถูกถ่ายเทไปสู่เจ้าตัวน้อยด้วย นั่นทำให้คุณแม่ทั้งหลายรู้สึกกระหายน้ำได้ตลอดเวลา แต่ถ้าคุณรู้สึกกระหายน้ำมากผิดปกติและมีเหงื่อออกมากด้วยล่ะก็ คุณเริ่มมีโอกาสที่จะตกอยู่ในอาการเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์แล้วล่ะ

  5. ลูกไม่ดิ้น หรือดิ้นน้อยลงเมื่ออายุครรภ์เกิน 30 สัปดาห์

    ทารกในครรภ์จะเติบโตขึ้นทุกวันจนไม่มีพื้นที่เหลือให้พลิกหงายไปมาได้ ทารกจึงเคลื่อนไหวช้าลงบางทีจะอยู่เงียบๆ นิ่งๆ นอนสบายๆ จนทำให้บางคนรู้สึกเฉยๆ คิดว่าลูกกำลังหลับ แต่แท้ที่จริงแล้ว อาการนิ่งไปของทารกอาจเป็นสิ่งบ่งบอกความผิดปกติของทารกได้เช่นกัน

ดังนั้น ถ้าหากเกิดอาการผิดปกติเหล่านี้ขึ้นมา ขอให้คุณแม่เอะใจไว้ก่อนว่าเราอาจมีภาวะครรภ์ผิดปกติก็ได้ ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและตรวจครรภ์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอจะเป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ ได้อย่างดีที่สุดเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของลูกน้อยที่กำลังจะเกิดมารวมทั้งสุขภาพของคุณแม่เองด้วย

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.80 จาก 5 จำนวนโหวต 10 โหวด

ผู้เขียน

รศ.ดร.นพ. บุญศรี จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์