แชร์ข้อความนี้

6 สิ่งร้าย ทำลายตับ

HIGHLIGHTS:

  • สมุนไพรบางชนิด อาหารเสริมหรือยาที่มากเกินความจำเป็น ทำให้ตับต้องทำงานหนักตลอดเวลา อาจส่งผลให้ตับอักเสบได้
  • ถึงแม้จะไม่อ้วน แต่หากมีระดับน้ำตาลที่สูงก็จะทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับจนกลายเป็นโรคไขมันพอกตับได้
  • การตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาภาวะตับอักเสบ ไขมันพอกตับ พังผืดในตับ  และการฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ เป็นวิธีที่จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคตับได้

 

6 สิ่งร้าย ทำลายตับ

ตับเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่สุดของร่างกาย หน้าที่หลักของตับคือการกรองเลือดที่มาจากทางเดินอาหารก่อนส่งผ่านไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย นอกจากนี้ตับยังช่วยล้างพิษสารเคมีและดูดซึมยา  รวมถึงสร้างเกลือน้ำดี (bile salt) และน้ำดีเพื่อทำหน้าที่ละลายไขมัน  ช่วยสร้างโปรตีน วิตามิน   และสร้างสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว

ตับเป็นอวัยวะที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ หากเกิดความผิดปกติเพียงเล็กน้อย   แต่หากปล่อยให้ตับต้องเผชิญกับพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพตับอยู่ทุกวัน อาจเกิดอันตรายต่อตับ จนกระทั่งส่งผลให้เกิดตับแข็ง เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับในที่สุด

อาหารและพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อตับ

1. ยา อาหารเสริม และสมุนไพร

แม้ว่าฉลากจะระบุว่า “ธรรมชาติ” แต่สมุนไพรบางชนิดก็อาจส่งผลถึงการทำงานของตับได้ ทั้งนี้ยังรวมถึงการรับประทานอาหารเสริมหรือยาที่มากเกินความจำเป็น จนตับต้องทำงานหนักตลอดเวลา อาจส่งผลให้ตับอักเสบได้  ดังนั้นก่อนรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพร จึงควรปรึกษาแพทย์ให้แน่ใจว่าปลอดภัยและส่งผลดีต่อสุขภาพตับ

2. สารเคมีและสารพิษ

ยาฆ่าแมลง สารเคมี และสารพิษบางชนิดหากเข้าสู่ร่างกายอาจเป็นสาเหตุของตับอักเสบได้ เช่น  สารกำจัดศัตรูพืชพาราคว็อต และสารหนู ที่อาจปนเปื้อนมาในผักผลไม้ รวมถึงน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงรับประทานผักผลไม้ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง รวมถึงการล้างทำความสะอาดที่ถูกวิธี และเลือกน้ำยาทำความสะอาดที่ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

3. ไขมันส่วนเกิน

หากร่างกายมีไขมันส่วนเกินมากเกินไป อาจเกิดการสะสมที่ตับจนนำไปสู่โรค ไขมันพอกตับ ส่งผลให้ตับอักเสบเรื้อรัง จนนำไปสู่ภาวะตับแข็ง  โดยเฉพาะในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน เป็นโรคอ้วน  หรือเป็นเบาหวาน  ควรหันมาใส่ใจฟื้นฟูสุขภาพตับด้วยการหลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง รวมถึงอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น ขนมกรุบกรอบและขนมอบ ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อควบคุมน้ำหนัก

4. แอลกอฮอล์และน้ำอัดลม

เป็นที่ทราบกันว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพตับ แต่ “มากเกินไป”  คือแค่ไหน มาตรฐานการดื่มจึงกำหนดให้   ในผู้หญิง ปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ต่อวันคือ  ไวน์ 5 ออนซ์ (มากกว่าครึ่งแก้วเล็กน้อย ) เบียร์ 12 ออนซ์ หรือเหล้า 1.5 ออนซ์  ส่วนคุณผู้ชายสามารถดื่มได้เป็น 2 เท่าต่อวัน

สำหรับน้ำอัดลม  แม้การศึกษาไม่ได้พิสูจน์ว่าน้ำอัดลมเป็นสาเหตุสำคัญของตับอักเสบ แต่ก็พบว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมเป็นจำนวนมากมีแนวโน้มที่จะมีภาวะไขมันพอกตับมากขึ้น    ดังนั้นหากสามารถลดปริมาณการดื่มน้ำอัดลมลงได้ อาจทำให้สุขภาพตับดีขึ้น

5. น้ำตาล

แน่นอนว่าน้ำตาลมากเกินไปย่อมไม่ดีสำหรับฟันและน้ำหนักตัว บางการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าน้ำตาลอาจเป็นอันตรายต่อตับเช่นเดียวกับแอลกอฮอล์  การมีระดับน้ำตาลที่สูงทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับจนกลายเป็นโรคไขมันพอกตับ แม้ในผู้ที่ไม่อ้วนก็ตาม

6. เลือดและการมีเพศสัมพันธ์

การใช้เข็มซ้ำ ไม่ว่าในกรณีใด อาจส่งผลให้เกิดการติดต่อของโรคไวรัสตับอักเสบบี และ ไวรัสตับอักเสบซี ทั้งนี้ยังรวมถึงการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี  และไวรัสตับอักเสบซี       และการใช้แปรงสีฟัน กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดโกนร่วมกับผู้อื่น   หากมีการติดเชื้อแล้วอาจทำให้ป่วยเป็นตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง มะเร็งตับได้ในที่สุด

การดูแล สุขภาพตับ นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพตับที่กล่าวมาแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปี   เพื่อหาภาวะตับอักเสบ ไขมันพอกตับ  พังผืดในตับ  ก็มีความสำคัญ  หากเราสามารถตรวจพบในเบื้องต้นสามารถรักษาได้  ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนกลายเป็นมะเร็งตับ  ทั้งนี้การฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคตับได้


โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมตรวจหามะเร็งร้ายทางเดินอาหาร 2019

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2019

สูงวัย .. ผ่าตัดเบาใจ

โปรแกรมตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 5 จาก 5 จำนวนโหวต 10 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ผุสดี โรจน์พลากร สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ สาขาอายุรศาสตร์