แชร์ข้อความนี้

พฤติกรรม…ทำร้ายหลัง

HIGHLIGHTS:

  • น้ำหนักมากไปทำร้ายกระดูกสันหลัง
  • สิงห์อมควันทำให้ปวดหลัง
  • ดื่มกาแฟเกินพิกัด จัดว่าเสี่ยงอาการปวดหลัง

“ปวดหลัง” ปัจจุบันเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยไม่เว้นแม้แต่ในวัยหนุ่มสาว อาการปวดหลังมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ส่วนใหญ่มาจากกระบวนการเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง ด้วยอายุที่มากขึ้นหมอนรองกระดูกจะเกิดการเสื่อม ปริมาณน้ำที่อยู่ในหมอนรองกระดูกลดลง ทำให้ความยืดหยุ่นและการทำงานของหมอนรองกระดูกไม่ดี จึงทำให้ปวดหลัง นอกจากเรื่องอายุที่มากขึ้นแล้ว ยังมีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการปวดหลัง ที่เราอาจจะไม่เคยรู้หรือทั้งๆ ที่รู้แล้วยังทำอยู่ก็มี

น้ำหนักมากไปทำร้ายกระดูกสันหลัง

น้ำหนักตัวมากเกินไปส่งผลชัดเจนต่อการทำให้ปวดหลัง เพราะกระดูกสันหลังเป็นแกนกลางของร่างกาย ต้องคอยแบกรับน้ำหนักอย่างเต็มที่ ในทุกท่วงท่าของร่างกายล้วนแล้วแต่ต้องใช้กระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเป็นการยืน นั่ง เดิน ยกเว้นตอนนอนเท่านั้นที่หลังจะได้พัก เพราะฉะนั้นยิ่งน้ำหนักมากเท่าไหร่ กระดูกสันหลังยิ่งต้องรับน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้น อาการปวดหลังก็เพิ่มขึ้นตามมา

น้ำหนักเท่าไหร่เรียกว่าเกินมาตรฐาน ต้องดูตามค่าดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI สูตรการคำนวณหาค่า BMI ก็คือ = น้ำหนัก (เป็นกิโลกรัม) หารส่วนสูง (เป็นเมตร) ยกกำลังสอง

สมมุติว่าคุณหนัก 80 กก. สูง 175 ซม (1.75 เมตร) = 80 / (1.75 x 1.75) ค่า BMI = 26.14 นั่นเอง แล้วแบบนี้เกินมาตรฐานหรือไม่ไปดูกัน

เกณฑ์ประเมินค่าดัชนีมวลกาย (ค่านี้กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก)

  • ค่าที่ได้น้อยกว่า 18.5 คุณผอมเกินไป
  • ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 18.5-24.9 คุณอยู่เกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักตัวปกติ
  • ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 25-29.9 คุณน้ำหนักเกิน แต่ยังไม่เรียกว่าอ้วน
  • ค่าที่ได้อยู่ระหว่าง 30-39.9 คุณอ้วนแล้ว!
  • ค่าที่ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 40 คุณอ้วนเกินไปอันตรายมาก!!!

เป็นสูตรที่คิดง่ายๆ ลองนำไปคำนวณกับตัวเองดูนะครับ อย่างน้อยจะได้เป็นเครื่องเตือนสติให้รู้ตัวว่า คุณกำลังจะอ้วนเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้าอ้วนเกินไปเมื่อไหร่รับรองได้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องกระดูกสันหลังเท่านั้น แต่เหล่าบรรดาโรคร้ายคงพากันกวักมือเรียกคุณให้ควั่กแน่นอน ก็อยู่ที่คุณแล้วว่าจะเดินเข้าไปหา หรือจะรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อทำให้เหล่าบรรดาโรคร้ายได้ไกลตัว

สิงห์อมควันทำให้ปวดหลัง

คงมีหลายคนโดยเฉพาะสิงห์อมควัน อาจคิดว่าบุหรี่จะทำให้ปวดหลังได้อย่างไร แท้จริงแล้วเจ้าบุหรี่วายร้าย สามารถทำร้ายร่างกายของเราได้ทุกส่วน เพราะระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายต้องอาศัยเลือดและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยง หากคุณเป็นคนสูบบุหรี่ สารนิโคตินในบุหรี่จะทำให้ระบบหลอดเลือดมีปัญหา ไม่สามารถนำพาออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปเลี้ยงอวัยวะได้เต็มที่ รวมทั้งหลอดเลือดเล็กๆ ที่ต้องไปเลี้ยงกระดูกสันหลังของเรา เป็นการเร่งให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกเสื่อมก่อนเวลาอันควร ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเป็นโรคปวดหลังได้ง่ายขึ้น

กาแฟเกินพิกัด จัดว่าเสี่ยง

ความจริงแล้วการดื่มกาแฟไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับอาการปวดหลัง แต่มีงานวิจัยหลายงานบอกว่า การดื่มกาแฟเกินพิกัด จะเพิ่มการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้เกิดอาการปวดหลังก็เป็นได้

หากถามว่าดื่มกาแฟแค่ไหนเรียกว่าเกินพิกัดนั้นคงจะไม่มีตัวเลขที่ตายตัว เอาเป็นว่าถ้าดื่มวันละ 1-2 แก้ว พอให้ร่างกายได้กระปรี่กระเป่า แบบนี้ก็คงจะไม่เป็นอันตรายอะไร แต่ถ้ามากเกินไปต้องระมัดระวังกันหน่อยนะครับ อ่อ!! แล้วอย่าลืมว่าสารคาเฟอีนไม่ได้มีอยู่เฉพาะในกาแฟเท่านั้น ยังมีอยู่ชา น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ ถ้าหากคุณเป็นคนที่ดื่มหลายอย่างรวมกันต่อวัน ควรต้องหมั่นดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้นครับ

อาการปวดหลังจากการใช้งานในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่เริ่มมาจากการปวดกล้ามเนื้อหลัง หากรักษาให้ถูกวิธี ปรับพฤติกรรมให้ดี ส่วนใหญ่แล้วการทำกายภาพบำบัดสามารถทำให้อาการดีขึ้น เพราะฉะนั้นใครอ้วนควรลดน้ำหนักด่วน ใครสูบบุหรี่ควรเลิกสูบตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดี และเป็นการยืดอายุการใช้งานให้กระดูกสันหลังของเราเสื่อมช้าลงด้วยครับ

รู้จักร่างกายเราได้ดีเท่ากับตัวของเราเอง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.33 จาก 5 จำนวนโหวต 15 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ประวิทย์ สุขเจริญชัยกุล สรุป: สาขาออร์โธปิดิกส์ สาขาออร์โธปิดิกส์