แชร์ข้อความนี้

สาระน่ารู้กับการผ่าตัดเสริมเต้านม

ผ่าตัดเสริมนม

หน้าอกหน้าใจของสาวๆเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่สำคัญมากเพราะเป็นสัญลักษณ์ของสตรีเพศ การที่ผู้หญิงมีหน้าอกที่สวยงามสมส่วนก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับการใช้ชีวิตประจำวัน การผ่าตัดเสริมเต้านม จึงเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน ด้วยความนิยมนี้จึงทำให้เกิดธุรกิจความงามขึ้นมากมายทั้งที่มีผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้จริงๆ มีใบรับรองอย่างถูกต้องและที่ไม่มีใบรับรอง หลายคนหลงไปทำมาแล้ว และก็เกิดผลเสียตามมาที่ยากจนเกินแก้ดังที่เราเห็นในข่าวมากมายบทความนี้เราจึงขอนำคุณสาว ๆ ทุกคน มาเรียนรู้เรื่อง การผ่าตัดเสริมเต้านมกัน มีอะไรที่น่าเรียนรู้กันบ้างมาดูกัน

การผ่าตัดเสริมเต้านมจากอดีตสู่ปัจจุบัน

“หมอคิดว่าด้วยวิธีการก็ยังไม่แตกต่างจากเมื่อก่อนมากนักนะ คือก็ยังต้องทำการผ่าตัดอยู่ แต่เทคนิคในการผ่าตัด ความชำนาญของแพทย์อาจจะมีการพัฒนาขึ้นตามลำดับ ด้วยวิทยาการและความรู้ใหม่ช่วยทำให้การเรียนรู้ของแพทย์ง่ายขึ้น เทคนิคในการผ่าตัดเสริมเต้านมก็มีการพัฒนามากขึ้น แต่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นเรื่องของวัสดุที่ใช้เสริมเต้านมนั่นคือ ซิลิโคน ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาซิลิโคนมาถึงยุคที่ 5 ซึ่งเราจะพบการเปลี่ยนแปลงของผิวซิลิโคนที่มีความแข็งแรงมากขึ้น ทนต่อการรั่วซึมมากขึ้น อายุการใช้งานนานขึ้น วัสดุเนื้อในซิลิโคนมีคุณภาพมีการเกาะตัวที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตอบโจทย์ปัญหากการรั่วซึมของซิลิโคนได้ดีกว่าสมัยก่อน แม้ว่าปัจจุบันจะมีการพัฒนาวิธีการเสริมเต้านมด้วยวิธีอื่นอย่างเช่น การฉีดไขมันตนเอง แทนการเสริมซิลิโคนก็ตาม แต่คุณหมอหลาย ๆ ท่านก็ไม่แนะนำ เพราะการฉีดไขมันแม้จะไม่มีอันตราย แต่อาจจะสร้างความสับสนในการตรวจหามะเร็งเต้านมได้ ในตอนนี้อาจจะยังไม่มีการชี้ชัดว่า การฉีดไขมันจะมีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านมก็ตาม แต่โดยธรรมชาติของไขมันเมื่อฉีดเข้าไปทิ้งไว้สักช่วงหนึ่งจะกลายเป็นก้อนผลึกที่ฝังอยู่ด้านใน เวลาคุณผู้หญิงไปตรวจหามะเร็งเต้านมประจำปี อาจจะทำให้คุณหมอสับสนได้ว่าก้อนผลึกที่เจอเป็นก้อนไขมันหรือก้อนเนื้อร้ายที่เป็นมะเร็ง ซึ่งอาจจะทำให้วุ่นวายถึงขนาดต้องมีการผ่าตัดเนื้อไปตรวจกันเลยทีเดียว นี่จึงทำให้การใช้ซิลิโคนในการเสริมเต้านมจึงเป็นวิธีมาตรฐานอยู่ในปัจจุบัน”

การผ่าตัดเสริมเต้านมใช้วัสดุอะไรบ้าง

วัสดุที่นิยมใช้ในการการผ่าตัดเสริมเต้านม มีอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ

  1. ซิลิโคนเหลว (Silicone Gel Implants) วัสดุประเภทนี้จะมีความคงตัวสูง แม้ว่าเราจะลองนำมาผ่า เนื้อซิลิโคนที่อยู่ด้านในก็จะไม่มีการไหลไปไหน จัดว่าเป็นวัสดุที่ทนทาน ซิลิโคนมีหลายลักษณะทั้งผิวเรียบและขรุขระ แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดและเสริมซิลิโคนเข้าไปที่หน้าผ่านได้ 3 ทาง คือ สอดผ่านใต้รักแร้ ผ่านทางปานนม และที่ฐานหน้าอก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ว่าจะสอดซิลิโคนเข้าไปทางใด ข้อดีของการใช้ซิโคนในการการผ่าตัดเสริมเต้านม ก็คือหน้าอกดูเป็นธรรมชาติ ยับย่นยาก เมื่อทำแล้วคนไข้ก็สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ตามปกติ ใช้ระยะเวลาฟักฟื้นหลังผ่าตัดไม่นาน มีความคงทนสามารถอยู่ได้นาน และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายน้อย
  2. ถุงน้ำเกลือ (Saline Implants) วัสดุประเภทนี้จะมีซิลิโคนอยู่ชั้นนอก ชั้นในจะเป็นน้ำเกลือ แพทย์จะใช้วิธีการผ่าและเสริมถุงน้ำเกลือเข้าไปที่หน้าอก ซึ่งสามารถทำได้หลายแบบ คืออาจใช้วิธีสอดถุงเข้าไปแล้วค่อยเติมน้ำเกลือผ่านหลอดสุญญากาศตามจำนวนที่กำหนดไว้ หรือจะใส่ตัวถุงน้ำเกลือที่มีน้ำเกลืออยู่แล้วเข้าไปเลยก็ได้ข้อดีของการใช้ถุงน้ำเกลือในการการผ่าตัดเสริมเต้านมหากมีการรั่วซึมของถุงก็ไม่เป็นอันตราย และแพทย์สามารถหาจุดรั่วซึมได้ง่ายสามารถเพิ่มขนาดหน้าอกได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหม่ ส่วนข้อเสียก็คือ ดูไม่เป็นธรรมชาตินัก เกิดรอยยับย่นง่าย วัสดุมีโอกาสฉีกขาดง่าย ทำให้เกิดการรั่วซึมง่ายเช่นกัน

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมเต้านมควรเตรียมตัวอย่างไร

  1. งดแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  2. หยุดรับประทานยาในกลุ่มแอสไพริน ยาแก้ปวดทุกประเภท รวมถึงวิตามินกลุ่มที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  3. หากคนไข้มีโรคประจำตัวหรือมีประวัติการแพ้ยา ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบโดยละเอียด
  4. ก่อนจะเข้ารับการการผ่าตัดเสริมเต้านมคนไข้ควรงดอาหารและน้ำเป็นเวลา 6 ชั่วโมง และอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเรียบร้อย

สิ่งสำคัญที่คุณหมอฝากไว้ก็คือหลังเข้ารับการผ่าตัดควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แล้วคุณจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลังการทำการผ่าตัดเสริมเต้านมของคุณ

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.27 จาก 5 จำนวนโหวต 37 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ธีรภัทร์ ใจประสาท สรุป: สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง สาขาศัลยศาสตร์ตกแต่ง