แชร์ข้อความนี้

Q & A ตอบคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับ การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช คืออะไร

sur

Q : ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช คืออะไร

A: ขอพูดถึงการผ่าตัดผ่านกล้องโดยทั่วไปก่อนนะครับ การผ่าตัดผ่านกล้องคือการผ่าตัดโดยใช้กล้องและเครื่องมือที่มีขนาดเล็กๆ มาช่วยในการผ่าตัด โดยการสอดเครื่องมือและกล้องผ่านรูแผลเล็กๆ ขนาด 5-10 มม. บริเวณผนังหน้าท้อง 2-4 จุด แล้วทำการผ่าตัดอวัยวะในช่องท้อง โดยดูภาพบริเวณผ่าตัดผ่านจอภาพ ถ้าพูดถึงการ ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช ก็คือ การผ่าตัดผ่านกล้องรักษาโรคของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานผู้หญิง ซึ่งได้แก่ มดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ หรือปีกมดลูก และอวัยวะใกล้เคียง

Q : แล้วข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้องคืออะไร

A : การผ่าตัดผ่านกล้องเป็นการผ่าตัดผ่านรูแผลเล็กๆ เมื่อขนาดแผลเล็ก การเสียเลือด และอาการปวด หลังการผ่าตัดจะน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ๆ มาก ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวและกลับไปทำงานเป็นปกติได้เร็ว คุณเคยได้ยินผังผืดในช่องท้องไหมครับ การผ่าตัดเปิดหน้าท้องทุกชนิดเป็นสาเหตุหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดผังผืดในช่องท้อง ซึ่งผังผืดนี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง บางคนปวดเรื้อรังนานเป็นปีๆ นอกจากนั้นผังผืดอาจเป็นตัวการทำให้มีบุตรยากอีกด้วย การผ่าตัดผ่านกล้องจะทำให้เกิดผังผืดในช่องท้องน้อยมากๆ หรือไม่เกิดเลย ทำให้หลังผ่าตัดผู้ป่วยแทบจะไม่มีการปวดท้องน้อยเรื้อรังจากผังผืดหลังผ่าตัดเลย

นอกจากนั้นในการผ่าตัด เราใช้กล้องซึ่งมีกำลังขยายสูง ในบางครั้งเราใช้กล้องแบบ 3 มิติด้วยซ้ำไป ทำให้แพทย์สามารถเห็นรายละเอียดในการผ่าตัดได้มากขึ้น กว่าการผ่าตัดด้วยตาเปล่ามาก ทำให้สามารถทำการผ่าตัดได้ด้วยความแม่นยำสูงและข้อสุดท้าย สำคัญสำหรับสาวๆ และผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ คือเรื่องความสวยความงาม การผ่าตัดผ่านกล้อง จะมีแผลผ่าตัดที่เล็กมาก ทำให้เกิดแผลเป็นบริเวณหน้าท้องน้อยมากๆ หรือบางคนที่เป็นแผลเป็นยาก อาจมองไม่เห็นแผลเลย จนบางครั้งไม่มีใครรู้เลยว่าเคยทำการผ่าตัดมาก็มีครับ

Q : โรคทางนรีเวชโรคใดบ้างที่สามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้ครับ

A: โรคที่พบได้บ่อย ได้แก่ เนื้องงอกมดลูก โดยการตัดเฉพาะเนื้องอก หรือตัดมดลูกเลยๆ ถุงน้ำรังไข่ หรือซีสต์ต่างๆ ที่เจอบ่อยๆ ในวัยรุ่นหรือวัยทำงานคือพวกช็อกโกแลตซีสต์ โดยการตัดเฉพาะซีสต์ออกหรือตัดปีกมดลูกออกเลย ภาวะท่อนำไข่ผิดปกติ เช่น ท้องนอกมดลูก ผังผืดในช่องท้อง หรือผู้หญิงที่มีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ การผ่าตัดผ่านกล้องสามารถรักษาได้ ปัจจุบันการ ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช ก้าวหน้าไปมาก เรียกได้ว่า สามารถนำมาแทนที่การผ่าตัดเปิดหน้าท้องได้เกือบทุกโรคทางนรีเวชที่ต้องผ่าตัด ไม่เว้นแม้แต่โรคมะเร็งของสตรี เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นต้นครับ

Q : แล้วคุณผู้หญิงจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ครับ

A: ผู้ป่วยส่วนหนึ่งไม่มีอาการอะไร แต่ตรวจพบโรคทางนรีเวชจากการตรวจร่างกายประจำปี เช่นการตรวจภายในหรือทำอัลตราซาวด์แล้วตรวจพบ เพราะฉะนั้นการตรวจภายในประจำปีเป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ป่วยอีกส่วนหนึ่งมีอาการ เช่น ในรายที่เป็นเนื้องอกมดลูก อาจจะมีอาการประจำเดือนออกมากผิดปกติ หรือมีอาการปวดประจำเดือนมาก บางรายก้อนไปกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีอาการปัสสาวะบ่อย หรือบางรายก้อนไปกดบริเวณทวารหนักทำให้มีอาการปวดหน่วง ร้าวไปกับก้นกบหรือทำให้อุจจาระลำบาก บางรายท้องโตมากขึ้นจนคลำก้อนได้หรือบางคนอาจจะคิดว่าอ้วนลงพุง หรือแม้แต่บางคนอาจมาปรึกษาเรื่องมีบุตรยากแล้วพบก้อนเนื้อนอกมดลูกก็เป็นได้ ส่วนในรายที่เป็นถุงน้ำรังไข่ อาจจะมาด้วยเรื่องปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดเฉียบพลันเนื่องจากถุงน้ำแตกหรือถุงน้ำมีการบิดขั้ว บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรังมานานๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะฉะนั้นผู้ป่วยที่มีอาการเลือดประจำเดือนผิดปกติ ปวดประจำเดือนมากผิดปกติ หรือท้องโตผิดสังเกต ปวดท้องน้อยเฉียบพลัน หรือปวดท้องน้อยเรื้อรังมานาน โดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการทางปัสสาวะ หรืออุจจาระผิดปกติ ควรจะต้องมาตรวจร่างกายทางนรีเวชทุกราย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีโรคต่างๆ เหล่านี้

Q: พูดง่ายๆ ว่าสามารถผ่าตัดผ่านกล้องได้เกือบทุกโรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด โดยแผลที่หน้าท้องมีขนาดเล็กมาก 2-4 จุด ใช่ไหมครับ

A: ใช่ครับแต่ไม่เสมอไปครับที่จะมีแผล 2-4 จุด คุณเคยได้ยินการผ่าตัดผ่านกล้องแบบซ่อนแผลไหมครับ
คือการ ผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช แบบเดิม จะต้องเจาะรูที่ผนังหน้าท้อง 2-4 จุด แต่ปัจจุบันสามารถทำให้แผลน้อยไปกว่านั้นอีก โดยการผ่าตัดผ่านกล้องแบบซ่อนแผลหรือ single port laparoscopic surgery โดยลดจำนวนแผลลงเหลือเพียงตำแหน่งเดียวอยู่บริเวณสะดือ คือ ในรูสะดือเลย ข้อดีคือเมื่อ แผลหายจะไม่มีแผลให้เห็นเลย เนื่องจากแผลจะม้วนเข้าไปอยู่ในสะดือ

Q: ถ้าอย่างนั้นการผ่าตัดผ่านกล้องแบบซ่อนแผลสามารถทดแทนการผ่าตัดผ่านกล้องแบบหลายรูได้หรือไม่

A: เทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องแบบซ่อนแผลต้องอาศัยเครื่องมือพิเศษและความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัดปัจจุบันเรามีการพัฒนาเทคนิคนี้ไปเรื่อยๆ จนสามารถใช้แทนการผ่าตัดส่องกล้องแบบหลายรูได้เกือบทุกโรคแต่ทั้งนี้ ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยทุกรายจะสามารถผ่าตัดผ่านกล้องแบบซ่อนแผลได้ ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ที่ทำการผ่าตัดเท่านั้น

Q: เป็นไปได้หรือไม่ว่าในอนาคตเราสามารถทำการผ่าตัดโดยที่ไม่มีแผลผ่าตัดเลย

A: จริงๆ บ้านเราทำกันมา 2-3 ปีครับ เรียกว่าการผ่าตัดผ่านกล้องแบบไร้แผล ไร้แผลจริงๆ คือไม่มีแผลที่ผิวหนังเลย หรือที่เรียกว่า NOTES คือการผ่าตัดผ่านกล้องผ่านช่องธรรมชาติที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางช่องคลอด การผ่าตัดแบบนี้มีข้อดีคือ ไม่มีแผลที่หน้าท้องจริงๆ และอาการปวดหลังผ่าตัดน้อยกว่าการผ่าตัดผ่านกล้องทุกแบบ ในปัจจุบัน โรคที่เราสามารถทำผ่าตัดผ่านกล้องแบบไร้แผลได้อย่างเช่น การตัดซีสต์ ตัดปีกมดลูก และการตัดมดลูกแบบไร้แผลเช่นกันนะครับ แต่การผ่าตัดแบบนี้ยังไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกราย ต้องมีการประเมินโดยแพทย์อย่างละเอียด และแพทย์จะต้องมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากเท่านั้น

Q: การผ่าตัดผ่านกล้องมีความปลอดภัยเท่าการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่หรือไม่

A: จริงๆ แล้วการผ่าตัดทุกอย่างมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เช่น การเสียเลือดมาก การบาดเจ็บต่อวัยวะข้างเคียง เช่น การบาดเจ็บต่อกระเพาะปัสสาวะ ท่อไต หรือลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการประเมินก่อนการผ่าตัดที่ดี มีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญแล้ว ความเสี่ยงจากการผ่าตัดผ่านกล้องก็ไม่แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ครับ

รู้จักกับคุณหมอสันติ พงศ์ภัณฑารักษ์ กับการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช

นายแพทย์สันติ พงศ์ภัณฑารักษ์ มีความเชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โดยคุณหมอจบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และยังมีวุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา โดยคุณหมอมีความชำนาญด้านการผ่าตัดเกี่ยวกับโรคทางนรีเวช เช่น

ห้องผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช ที่ศูนย์ Critical Care Complex

ห้องผ่าตัดที่ศูนย์ Critical Care Complex แตกต่างจากห้องผ่าตัดทั่วไป เพราะเราใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผ่าตัด เช่น ระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องผ่าตัดมีการกรองแบคทีเรียและเชื้อโรคต่างๆ เป็นแบบ laminar flow อากาศสะอาดจะไหลผ่านทางเดียวจากด้านบนลงสู่ด้านล่าง ไม่มีอากาศภายนอกเข้ามาปนเปื้อน ทำให้ผู้ป่วยปลอดภัยมากขึ้น โอกาสที่จะติดเชื้อในแผลผ่าตัดก็มีน้อยลง

คลิกชมวิดีโอห้องผ่าตัด ที่ศูนย์ Critical Care Complex

การพักฟื้น และการดูแลหลังผ่าตัด

  • การผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช พักฟื้นกี่วัน : หลังการผ่าตัดส่องกล้องแบบ MIS ระยะเวลาการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดจะเร็วกว่า เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่มักใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ โดยถ้าผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม การผ่าตัดส่องกล้องก็จะสามารถฟื้นตัวได้ภายใน 2 สัปดาห์
  • ห้องพักผู้ป่วยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน : หลังการผ่าตัดส่องกล้อง MIS ส่วนใหญ่จะอยู่พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 1-2วัน โดยที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มีห้องพักผู้ป่วยที่มี สิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์ต่างๆ ที่คนไข้หรือผู้รับบริการสามารถใช้เทคโนโลยี ควบคุมทุกอย่างได้ เช่น ระบบไฟ ระบบผ้าม่าน ระบบแอร์ โดยไม่ต้องลุกจากเตียง ที่ห้อง Intelligent Ward คลิกเพื่อชมห้องพักผู้ป่วย
  • บริการ Samitivej PACE ติดตามคนไข้ทุกสถานะการผ่าตัด : เพราะ #เราไม่อยากให้ใครห่วง โรงพยาบาลสมิติเวชจึงมีบริการ Samitivej PACE ระบบติดตามทุกสถานการณ์ผ่าตัด ช่วยให้เราสามารถรู้สถานะคนไข้ว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนไหน เช่น กำลังอยู่ในห้องผ่าตัดหรือห้องพักฟื้น ซึ่งไม่ว่าญาติผู้ป่วยจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้าไปดูสถานะการผ่าตัดได้ทุกที่ ทุกเวลา เพียงแอดไลน์ @Samitivej

โปรแกรมที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

 

 

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.67 จาก 5 จำนวนโหวต 3 โหวด

ผู้เขียน

นพ. สันติ พงศ์ภัณฑารักษ์ สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา