ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคนิค NBI จากญี่ปุ่น

20% ของติ่งเนื้อที่ตรวจพบ เป็นชนิดหลบซ่อนพัฒนาเป็นมะเร็งเร็วกว่าปกติ


การป้องกันและวินิจฉัยด้วยเทคนิคส่องกล้องลำไส้ใหญ่ NBI

การป้องกันและวินิจฉัยด้วยเทคนิคส่องกล้องลำไส้ใหญ่ NBI

9 คนใน 10 คน ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดขึ้นเมื่ออายุมากกว่า 50 ปี

American Cancer Society แนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ อายุ 45 ปี แต่ถ้ามีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป เช่น มีสมาชิกในครอบครัว ที่ได้รับวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จะได้รับคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองเร็วขึ้น (ก่อนอายุ 45 ปี)

โดยมีวิธีคำนวนคือ อายุเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลบ ด้วย 10 จะเท่ากับอายุที่ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น พ่อเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อายุ 50 ปี ดังนั้นลูกควรจะตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่ออายุ 40 ปี เป็นต้น
เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันได้ด้วยการส่องกล้อง ตั้งแต่ปี 2558 สมิติเวชร่วมมือกับ SANO Hospital (โรงพยาบาลจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการส่องกล้อง) ด้วยการนำเทคนิคจากญี่ปุ่นมาใช้ เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยขึ้น 2 เท่า โดยส่งแพทย์ของสถาบันโรคตับและระบบทางเดินอาหาร ไปเรียนเทคนิค ฝึกทักษะด้านการส่องกล้อง รวมถึงแพทย์จากญี่ปุ่นเดินทางมาให้ความรู้และทำเคสศึกษาให้กับผู้รับบริการของสมิติเวช อย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2558 Click อ่านต่อ

เทคนิคจากแพทย์ญี่ปุ่น ช่วยเพิ่มความแม่นยำขึ้น 2 เท่า

1. 60.96% Adenoma Detection Rate (สถิติการส่องกล้องธันวาคม 2561)

ติ่งเนื้อที่พบในขณะตรวจลำไส้ใหญ่มี 2 แบบ คือ ติ่งเนื้อ (Hyperplastic) แบบไม่กลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ และ ติ่งเนื้อ (Adenoma) แบบที่จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ สมิติเวชมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยการเก็บตัวเลขทุกการส่องกล้อง เพื่อเทียบกับค่ามาตรฐานที่แนะนำโดย The American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE) ที่กำหนดว่า ในคนอายุ 50 ปี จะตรวจพบเจอประมาณ 25% (หรือเรียกว่า Adenoma Detection Rate) หากตรวจได้ตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยนี้ แปลว่า มีความละเอียดในการตรวจส่องกล้องมากขึ้น สามารถเจอติ่งเนื้อที่ตรวจเจอยาก เช่น ติ่งเนื้อแบบแบนราบ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการป้องกันและตัดติ่งเนื้อก่อนกลายสภาพเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
สถิติ Adenoma Detection Rate ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท แพทย์ทำได้เฉลี่ยอยู่ที่ 60.96% หรืออาจกล่าวได้ว่า แม่นยำขึ้นกว่า 2 เท่าจากมาตรฐานแนะนำโดย The American Society for Gastrointestinal Endoscopy (ASGE) (อ้างอิงจากสถิติ ธันวาคม 2561) ซึ่งตัวเลขที่ยอมรับได้คือมากกว่า 25%(เป็นตัวเลขที่บ่งชี้ถึงคุณภาพการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่ยอมรับได้)

เทคนิคการส่องกล้อง NBI (Narrow Band Imaging Technique) จากการร่วมมือกับโรงพยาบาลของประเทศญี่ปุ่น ทำให้คุณภาพการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ดีขึ้น เทคนิคการตรวจดูติ่งเนื้อด้วยแสงสีเขียว/ฟ้า ทำให้แพทย์สามารถเห็นติ่งเนื้อได้ชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นติ่งเนื้อนูน หรือแบบแบนราบ ที่ดูแทบจะไม่ออกหากดูด้วยแสงสีขาวปกติ นอกจากนี้ยังช่วยให้แพทย์วินิจฉัยประเภทติ่งเนื้อ และตัดสินใจรักษาได้ทันที เช่น หากเป็นติ่งเนื้อทั่วไป สามารถตัดทิ้งได้เลย หรือ หากเป็นติ่งเนื้อ ชนิด Adenoma ที่จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ จะตัดตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Biopsy) ไปวินิจฉัยต่อทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันผล รวมถึงบอกระยะของมะเร็งลำไส้ที่เป็น และวางแผนการรักษาต่อไป
นอกจากนี้ กรณีเป็นติ่งเนื้อที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 2 เซนติเมตร ยังใช้การส่องกล้อง ESD (Endoscopic Submucosal Dissection) ตัดติ่งเนื้อขนาดใหญ่ แทนการผ่าตัดทั่วไป ซึ่งผลหลังใช้ ESD จะทำให้คนไข้ฟื้นตัวได้เร็ว การผ่าตัดส่องกล้อง ESD เป็นเทคนิคขั้นสูงที่ต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ของทีมแพทย์ระบบทางเดินอาหาร ซึ่งสมิติเวชได้ทีมแพทย์ SANO Hospital ช่วยแชร์ประสบการณ์และศึกษาเคสร่วมกัน

2. เพิ่มคุณภาพการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

ก่อนการส่องกล้อง ผู้รับบริการจะต้องได้รับการทำความสะอาดลำไส้ให้สะอาดมากที่สุด โดยผู้รับบริการจะได้ดื่มยาระบาย และน้ำประมาณ 2 ลิตร เพื่อให้ถ่ายของเสียเตรียมลำไส้ให้สะอาดในตอนเช้าและส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ในช่วงบ่าย แทนการเตรียมลำไส้ในตอนกลางคืนและส่องกล้องในช่วงเช้า

3. เทคนิค NBI ช่วยเพิ่มโอกาสตรวจพบเจอ ติ่งเนื้อแบบแบนราบ

ติ่งเนื้อแบบแบนราบ (Serrated Adenoma) ตรวจพบเจอได้ยาก เพราะมีลักษณะคล้ายผนังภายในลำไส้ สามารถกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเวลาสั้นกว่าติ่งเนื้ออื่น ภายใน 2-6 ปี (ติ่งเนื้ออื่นๆ จะกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ภายใน 2-10 ปี) อีกทั้งเมื่อเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว ยังแพร่กระจายได้ไว และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ด้วยเทคนิค NBI จึงทำให้เห็นติ่งเนื้อแบบแบนราบได้ชัด เพิ่มโอกาสในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ให้กับคนไข้มากขึ้น เพราะเมื่อพบเร็วก็สามารถเริ่มรักษาได้เร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับมะเร็งระยะเริ่มต้น

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เทคโนโลยี NBI จากญี่ปุ่น

โปรแกรม ราคาแพคเกจ (บาท)
โปรแกรมการส่องกล้องกระเพาะอาหาร 17,200
โปรแกรมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ 2,4000
โปรแกรมการส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ใหญ่ 40,200

วันนี้-31 มีนาคม 2563 เท่านั้น

    • รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท สำหรับ ส่องกล้องกระเพาะอาหาร
    • รับส่วนลดเพิ่ม 3,000 บาท สำหรับ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่
    • รับส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท สำหรับ ส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ใหญ่

หมายเหตุ :

  • ทุกโปรแกรมเป็นแบบใช้ยานอนหลับ
  • โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าตรวจหาเชื้อ Pylori และการตรวจชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหาร
  • โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าแพทย์แต่ไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล
  • โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าห้องส่องกล้องและค่าห้องพักฟื้นสังเกตอาการหลังส่องกล้อง
  • โปรแกรมดังกล่าวไม่รวมค่าตรวจร่างกายก่อนการส่องกล้องและยาระบาย
  • กรณีส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ที่มีการตัดชิ้นขนาดไม่เกิน 1ซม.มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท / ชิ้น (ไม่รวมค่าอุปกรณ์การตัดชิ้นเนื้อเพิ่ม) และ กรณีที่ขนาดชิ้นเนื้อไม่เกิน 2 ซม.คิดค่าใช้จ่ายตามจริง
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ราคาดังกล่าวขอสงวนสิทธิ์สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันโรคตับและทางเดินอาหาร อาคารโรงพยาบาลญี่ปุ่น สมิติเวช สุขุมวิท โทร.02-022-2222


เสียงจากผู้เข้ารับการตรวจผ่านกล้อง

การส่องกล้องลำไส้
คุณพ่อสมุทร นุชนารท มาพบคุณหมอปิตุลักษณ์ อัศวกุล ด้วยอาการท้องอืดๆ แน่นๆ คุณหมอจึงแนะนำให้ทำการส่องกล้องทั้งในส่วนบนและส่วนล่าง เนื่องจากคุณพ่ออายุ 80 ปีแล้วยังไม่เคยส่องกล้องมาก่อน แต่คุณพ่อไม่ยอมทำเพราะกลัว คุณหมอจึงรักษาเบื้องต้นด้วยการให้ยาและติดตามอาการ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรกก็ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังไม่หาย คุณหมอจำเป็นต้องหาสาเหตุให้ได้จนสุดท้ายก็เกลี้ยกล่อมให้คุณพ่อทำการส่องกล้องได้สำเร็จ ดูเหมือนทุกอย่างจะง่าย แต่ …. อ่านต่อ

หยุดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วยการตรวจยีนมะเร็ง

หยุดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วยการตรวจยีนมะเร็ง
บทบาทของแพทย์สำหรับการแพทย์สมัยใหม่ที่ยึดหลัก Precision Medicine (การแพทย์เฉพาะเจาะจง) นอกจากดูแลเรื่องการรักษาโรคแล้ว ต้องป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำด้วย เช่น โรคมะเร็งที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรมในปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถตรวจคัดกรองยีนมะเร็งได้แล้ว ความสามารถของเทคโนโลยีในการถอดรหัสพันธุกรรมทั่วร่างกายสูงสุด 95% ร่วมกับประมวลผลแผนผังพันธุกรรมของครอบครัว โดยสามารถตรวจยีนก่อมะเร็งสำคัญที่พบบ่อยได้ถึง 50 ยีน ครอบคลุมโรคมะเร็งที่พบมากเป็น 3 อันดับแรกในผู้ชายและผู้หญิง อ่านต่อ


การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย (Laparoscopic Colectomy)

การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง แผลเล็ก เจ็บน้อย (Laparoscopic Colectomy)
แต่เดิมการผ่าตัด มะเร็งลำไส้ใหญ่ จำเป็นต้องผ่าเปิดหน้าท้องเพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็งและตัดลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็งออก ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีความกังวล ทั้งเรื่องการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ การพักฟื้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดและอาการหลังผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันได้มีการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง โดยใช้วิธีเจาะหน้าท้องเพียงแผลเล็กๆ เพื่อสอดเครื่องมือติดกล้องที่มีกำลังขยายสูงเข้าไปดูและทำการผ่าตัดลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็ง รวมถึงต่อมน้ำเหลืองและเส้นเลือดที่อยู่ใกล้ๆ ออก มีผลข้างเคียงน้อย ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว และค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องที่ต้องใช้เวลายาวนานและค่าใช้จ่ายระหว่างการพักฟื้นที่มากกว่า

Click อ่านต่อ

รู้จักการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง

การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง (Laparoscopic Colectomy) คือการผ่าตัดด้วยวิธีสอดเครื่องมือขนาดเล็ก ติดกล้องที่มีกำลังขยายสูงเข้าไปดูและทำการผ่าตัดลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็ง รวมถึงต่อมน้ำเหลืองและเส้นเลือดที่อยู่ใกล้ ๆออก

เนื่องจากลำไส้มีลักษณะเป็นท่อแนวยาว การผ่าตัดจึงจำเป็นต้องตัดลำไส้ใหญ่ให้ส่วนหัวและส่วนท้ายห่างจากมะเร็งพอสมควร โดยทั่วไปประมาณ 5-7 เซนติเมตร ทั้งนี้ส่วนรอบๆ มะเร็งยังมีเส้นเลือดที่คอยหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง รวมถึงท่อน้ำเหลืองที่ทอดตัวไปตามแนวเส้นเลือด ซึ่งหากมะเร็งมีการแพร่กระจายจะไปตามท่อน้ำเหลืองเหล่านี้ ดังนั้นการผ่าตัดจึงจำเป็นต้องตัดเส้นเลือดและท่อน้ำเหลืองไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการรักษาที่ได้เป็นมาตรฐานและได้ผลดี

ข้อดีของการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง

มีหลักฐานการวิจัยพบว่าการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการเปิดหน้าท้องและการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง เนื่องจากเป็นการผ่าตัดเพื่อเอาลำไส้ส่วนที่เป็นมะเร็งออกเช่นเดียวกัน สำหรับการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญผ่านกล้องมีข้อดี ดังนี้

  • แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก เพียง 0.5 -1 เซนติเมตร จำนวน 5 แผล และแผลส่วนที่เอาลำไส้ออก 1 แผล ขนาด 4-6 เซนติเมตร ขณะที่การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องมีเพียงแผลเดียว แต่มีขนาดถึง 15-20 เซนติเมตร
  • เจ็บน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง เนื่องจากแผลผ่าตัดเล็กกว่า
  • ลดความเสี่ยงแผลแยก แผลติดเชื้อ การดูแลแผลที่มีขนาดเล็ก ง่าย และปลอดภัยกว่า
  • ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้อง ผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นเดินได้ภายใน 1-2 วัน หากเทียบกับมะเร็งลำไส้ใหญ่แบบเปิดหน้าท้องที่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่า 1 สัปดาห์
  • ค่าใช้จ่ายในการพักฟื้นไม่สูง เนื่องจากผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ระยะเวลาที่ต้องนอนในโรงพยาบาลจึงน้อยลง
  • การผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้องสามารถมองเห็นส่วนที่เป็นมะเร็งได้ชัดเจนกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ในกรณีที่การผ่าตัดยุ่งยากและซับซ้อน เช่น มะเร็งในลำไส้ตรง

การรักษาด้วยการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ผ่านกล้องสามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกวัย ทั้งนี้ยังให้ผลดีกับผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ฟื้นตัวจากการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องได้ยาก และเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการผ่าตัดได้ง่าย รวมถึงการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน เช่น มีมะเร็งในลำไส้ใหญ่หลายจุด ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม การผ่าตัดผ่านกล้องสามารถตัดลำไส้เป็นช่วงๆ หรือหากพบมะเร็งใกล้เคียงกันก็สามารถตัดช่วงลำไส้ยาวขึ้น และนำลำไส้มาต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ



การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการแพทย์สมัยใหม่ Precision Medicine

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการแพทย์สมัยใหม่ Precision Medicine
แน่นอนว่า หากถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทุกคนย่อมตื่นตระหนกและเกิดความวิตกกังวลขึ้นทันที แต่ในปัจจุบันด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า สามารถยืดอายุการมีชีวิตให้ผู้ป่วยยาวนานขึ้น หรือแม้กระทั่งรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการใช้ยาให้หายขาดได้

ยารักษา มะเร็งลำไส้ใหญ่

การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างมีประสิทธิภาพด้วยยาในปัจจุบัน โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะ 4 ซึ่งเป็นระยะที่เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะข้างเคียงหรืออวัยวะอื่นๆ ตามร่างกาย โดยยาที่ใช้รักษาแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
  • ยาเคมีบำบัด เป็นการใช้ยาที่ไปฆ่าเชื้อมะเร็งโดยตรง ซึ่งการใช้ยาเคมีบำบัดหลายครั้งพบว่าเซลล์ที่ดีในร่างกายถูกยาทำลายลงด้วย ทำให้เกิดผลข้างเคียงค่อนข้างมาก เช่น ผมร่วง คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย
  • ยาเฉพาะเจาะจง (Targeted Therapy) นิยมรักษาควบคู่กับการใช้ยาเคมีบำบัด โดย Targeted Therapy เป็นยาเฉพาะเจาะจงสำหรับมะเร็ง ซึ่งมะเร็งแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การใช้ยาที่เฉพาะเจาะจงกับเซลล์มะเร็งทำให้ไม่เกิดผลเสียกับเซลล์ส่วนอื่นๆ ในร่างกาย ส่งผลให้การรักษามีประสิทธิภาพมากกว่าการใช้ยาเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว เช่น มะเร็งลำไส้ระยะ 4 กรณีให้ยาเคมีบำบัดอย่างเดียว พบว่ามีอัตราการอยู่รอดโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ปี ในขณะที่ใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยา Targeted Therapy จะมีอัตราการอยู่รอดโดยเฉลี่ยประมาณ 3 ปี ซึ่งถือว่าได้ผลดีกว่าให้ยาเคมีอย่างเดียว

ปัจจุบัน Targeted Therapy มีบทบาทในการรักษามะเร็งอย่างมาก ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาสูงเมื่อเทียบกับการให้เคมีบำบัดที่ได้ผลประมาณ 30-50% ในขณะที่การใช้ยา Targeted Therapy ร่วมกับยาเคมีบำบัดสามารถได้ผลสูงถึง 60-80% ข้อดีของยา Targeted Therapy คือ รักษาได้ตรงจุด ผลข้างเคียงน้อย

  • ยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เป็นการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการใช้ภูมิคุ้มกัน ซึ่งต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อมะเร็งอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้แปลผลให้ผู้ป่วยว่าอยู่ในข่ายที่จะใช้ยาภูมิคุ้มกันบำบัดได้หรือไม่
    เนื่องจากเซลมะเร็งที่เติบโตขึ้นในร่างกายได้ เพราะมีกลไกที่การซ่อนตัวไม่ให้เม็ดเลือดขาวจับได้ว่าเกิดเซลล์แปลกปลอมขึ้นในร่างกาย เม็ดเลือดขาวจึงไม่สามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ ยาภูมิคุ้มกันบำบัดเป็นยาฉีดเข้าไปในเส้นเลือดดำ ที่จะไปทำให้เม็ดเลือดขาวสามารถมองเห็นเซลมะเร็งได้ดีและชัดเจนขึ้น โดยเข้าไปจัดการกับจุดที่มะเร็งซ่อนตัวอยู่ เมื่อเม็ดเลือดขาวเห็นตัวมะเร็งได้ชัดขึ้น ก็สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด

ผลการรักษา มะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยยา

ประเทศไทยมีอัตราผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสามของมะเร็งที่พบว่ามีผู้ป่วยมากที่สุด หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นก็มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ สำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะ 4 หากได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและอายุยืนยาวกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาเคมีบำบัด
การรักษาจะใช้ยาเคมีบำบัด , ยา Targeted หรือภูมิคุ้มกันบำบัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วย ได้รับประโยชน์จากการรักษาที่สูงสุด
ดังนั้นหากถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาถึงวิธีการรักษาตามขั้นตอน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาการใช้ยาที่เหมาะสมแต่ละบุคคล ผู้ป่วยก็มีโอกาสหายขาดได้ หรือในกรณีที่พบมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะ 4 และผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธีก็สามารถยืดอัตราการอยู่รอดขึ้น ซึ่งผู้ป่วยบางรายมีชีวิตรอดโดยโรคสงบนานกว่า 5 ปี
การตรวจพบโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้นย่อมรักษาให้หายขาดได้ง่ายกว่า โดยเข้ารับการตรวจร่างกายประจำทุกปี สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยการส่องกล้อง และผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวมีประวัติการเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรทำการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยไม่ต้องรอให้มีอาการหรือมีอายุถึง 50 ปี

 

โปรแกรมส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เทคโนโลยี NBI จากญี่ปุ่น

โปรแกรม ราคาแพคเกจ (บาท)
โปรแกรมการส่องกล้องกระเพาะอาหาร 17,200
โปรแกรมการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ 2,4000
โปรแกรมการส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ใหญ่ 40,200

วันนี้-31 มีนาคม 2563 เท่านั้น

    • รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท สำหรับ ส่องกล้องกระเพาะอาหาร
    • รับส่วนลดเพิ่ม 3,000 บาท สำหรับ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่
    • รับส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท สำหรับ ส่องกล้องกระเพาะอาหาร และ ลำไส้ใหญ่

หมายเหตุ :

  • ทุกโปรแกรมเป็นแบบใช้ยานอนหลับ
  • โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าตรวจหาเชื้อ Pylori และการตรวจชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหาร
  • โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าแพทย์แต่ไม่รวมค่าบริการโรงพยาบาล
  • โปรแกรมดังกล่าวรวมค่าห้องส่องกล้องและค่าห้องพักฟื้นสังเกตอาการหลังส่องกล้อง
  • โปรแกรมดังกล่าวไม่รวมค่าตรวจร่างกายก่อนการส่องกล้องและยาระบาย
  • กรณีส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ที่มีการตัดชิ้นขนาดไม่เกิน 1ซม.มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท / ชิ้น (ไม่รวมค่าอุปกรณ์การตัดชิ้นเนื้อเพิ่ม) และ กรณีที่ขนาดชิ้นเนื้อไม่เกิน 2 ซม.คิดค่าใช้จ่ายตามจริง
  • โรงพยาบาลขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ราคาดังกล่าวขอสงวนสิทธิ์สำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น
  • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถาบันโรคตับและทางเดินอาหาร อาคารโรงพยาบาลญี่ปุ่น สมิติเวช สุขุมวิท โทร.02-022-2222

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.36 จาก 5 จำนวนโหวต 25 โหวด

บทความสุขภาพ

เนื้อแดง มะเร็ง
WHO ฟันธง เนื้อแดง อาหารแปรรูป เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

 นพ. ปฏิพัทธ์ ดุรงค์พงศ์เกษม

โพสเมื่อ 22 กรกฎาคม 2562
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกัน รักษา และเอาชนะได้

 นพ. ปฏิพัทธ์ ดุรงค์พงศ์เกษม

โพสเมื่อ 17 พฤษภาคม 2562
ท้องผูกเรื้อรัง มะเร็ง
ท้องผูก…บอกเราเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

 นพ. อนุพงศ์ ตั้งอรุณสันติ

โพสเมื่อ 16 เมษายน 2562
กรรมพันธุ์มะเร็งลำไส้ มรดกที่ลูกๆ ไม่อยากได้

 ผศ.ดร.นพ. โอบจุฬ ตราชู

โพสเมื่อ 24 มีนาคม 2562
5 สุดยอดอาหารอร่อย แต่เสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่

 พญ. จิตแข เทพชาตรี

โพสเมื่อ 4 มีนาคม 2562
ดีท็อกลำไส้
5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการดีท็อกซ์ลำไส้

 พญ. ผุสดี โรจน์พลากร

โพสเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2562
มะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ภัยใกล้ตัว

 นพ. ปฏิพัทธ์ ดุรงค์พงศ์เกษม

โพสเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2562
อุจจาระบอก(โรค)อะไรได้บ้าง

 นพ. ปฏิพัทธ์ ดุรงค์พงศ์เกษม

โพสเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2562
6 เคล็ดลับ กินต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่

 นพ. ไพศิษฐ์ ตระกูลก้องสมุท

โพสเมื่อ 20 มกราคม 2562
งานวิจัย แนะอาหารต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่

 พญ. ศุภวงษ์ อัศดามงคล

โพสเมื่อ 20 มกราคม 2562
สารก่อมะเร็ง
5 สารพิษ ปลุกมะเร็งลำไส้ใหญ่

 พญ. ศุภวงษ์ อัศดามงคล

โพสเมื่อ 18 มกราคม 2562
กิน อยู่ ปลอดภัย ห่างไกลมะเร็งลำไส้ใหญ่
โพสเมื่อ 4 เมษายน 2559
ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ?

 พญ. ปิตุลักษณ์ อัศวกุล

โพสเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2557

แพทย์ของเรา