แชร์ข้อความนี้

บาดเจ็บจากกีฬา รักษาให้ตรงจุด

HIGHLIGHTS:

  • หากการบาดเจ็บเกิดซ้ำๆ ต่อเนื่อง จนรบกวนชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
  • เมื่อบาดเจ็บ ควรหลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อหรือข้อต่อบริเวณที่เจ็บ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำๆ
  • ปัจจุบันมีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วกว่าการรักษาผ่าตัดแบบเปิด

 

การบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเกิดได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย อาการบาดเจ็บมีตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งร่างกายสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ ไปถึงขั้นบาดเจ็บรุนแรง รวมถึงการบาดเจ็บซ้ำๆ แม้ไม่รุนแรง แต่เกิดอย่างต่อเนื่อง เนื้อเยื่อเดิมๆ ถูกกระทำจนกลายเป็นบาดเจ็บเรื้อรังในที่สุด

เล่นอย่างไร ไม่ให้เจ็บ

  • ผู้เล่นหรือนักกีฬาต้องทราบความสามารถของตัวเอง ควรหยุดพักเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้า หรือเริ่มมีอาการเจ็บตามข้อต่อหรือกล้ามเนื้อต่างๆ
  • ไม่ควรฝืนหรือลงแรงกระแทกซ้ำๆ บริเวณข้อต่อหรือกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บอยู่ก่อน
  • ไม่ลืมที่จะอบอุ่นร่างกายทุกครั้งก่อนและหลังออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา

หากเกิดการบาดเจ็บ ต้องการปฐมพยาบาลอย่างไร

โดยทั่วไปจะกระทำภายใน 24 – 48 ชั่วโมง โดยใช้หลัก “RICE”

  • R = Rest พัก ส่วนที่ได้รับบาดเจ็บ
  • I = Ice ประคบด้วยความเย็น บริเวณที่บาดเจ็บ ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2 – 3 ครั้ง
  • C = Compression พันกระชับบริเวณที่บาดเจ็บด้วยม้วนผ้ายืด
  • E = Elevation ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูง เพื่อช่วยลดอาการบวม

หากบาดเจ็บไม่รุนแรงควรหายภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการบาดเจ็บนั้นไม่หายในเวลาที่เหมาะสม ปวดบวมมากขึ้น มีอาการผิดรูป หรือมีการฉีกขาดอย่างชัดเจน ต้องรีบพบแพทย์ทันที

เจ็บแค่ไหนต้องรีบรักษา

หากเกิดอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ร่างกายมักซ่อมแซมตัวเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากการบาดเจ็บนั้นเกิดซ้ำๆ ในบริเวณเดิมๆ จนมีอาการเจ็บอย่างต่อเนื่อง หรือเกิดจากอุบัติเหตุรุนแรงจนร่างกายซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง เล่นกีฬาได้ไม่เต็มที่ หรือรุนแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ และรบกวนการชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และรับการรักษาอย่างถูกต้อง

การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด

  • หยุดพัก หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อบริเวณที่บาดเจ็บ นอกจากช่วยลดอาการเจ็บปวดแล้ว ยังสามารถช่วยลดการบาดเจ็บซ้ำๆ ได้ด้วย
  • การใช้ยา เพื่อลดอาการปวดหรืออักเสบ
  • กายภาพบำบัด โดยใช้เครื่องมือช่วยลดอาการปวด เช่น ความร้อน ความเย็น คลื่นเสียง การประคบ และการทำกายภาพด้วยการยืดหรือการดัด เพื่อช่วยลดภาวะข้อติด
  • การฝังเข็ม เป็นการคลายจุดเจ็บในกล้ามเนื้อ ซึ่งจะปักเข็มลงไปตามจุดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน ลดอาการปวด
  • Shock wave therapy (SWT) การรักษาด้วยการใช้คลื่นกระแทกที่มีขนาดและความลึกที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ
  • การฉีดสารกระตุ้นทางธรรมชาติ เช่น เกล็ดเลือดแบบเข้มข้น (Platelet rich plasma-PRP) ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ได้รับการบาดเจ็บ
  • การใช้กายอุปกรณ์ เพื่อช่วยป้องกันแรงที่จะมากระทำต่อเนื้อเยื่อนั้นๆ เช่น การใส่สนับเข่า การใส่สนับไหล่ หรือสนับศอก
  • Hyperbaric Oxygen (HBO) Therapy เป็นการรักษาด้วยออกซิเจนความกดบรรยากาศสูง ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูได้เร็วและมีประสิทธิภาพ เหมาะกับนักกีฬาที่ทำการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

การรักษาด้วยการผ่าตัด

  1. การผ่าตัดแบบเปิด (Open surgery) โดยการผ่าเปิดเนื้อเยื่อเพื่อเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ข้อเสียคือ แผลจะมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจมีการรบกวนต่อกล้ามเนื้อข้างเคียงส่วนอื่นๆ ส่งผลให้การฟื้นตัวของบริเวณรอบๆ ช้ากว่าปกติ
  2. การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Minimally Invasive Surgery) หรือ Arthroscopic Surgery ปัจจุบันเครื่องมือในการผ่าตัดผ่านกล้องมีความทันสมัย ช่วยลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อข้างเคียง ผู้บาดเจ็บจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการรักษาโดยการผ่าตัดแบบเปิด

ข้อดีของการผ่าตัดแบบส่องกล้อง

  • ปัจจุบันการผ่าตัดผ่านกล้องได้พัฒนาจนสามารถผ่าตัดได้ทุกข้อต่อ ไม่ว่าจะเป็นข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อสะโพก ข้อมือ ข้อศอก และข้อเท้า รมถึงการผ่าตัดผ่านกล้องบริเวณนอกข้อ เช่น เส้นเอ็น หรือถุงน้ำตามข้อต่อต่างๆ ได้ด้วย
  • แผลมีขนาดเล็ก การบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อมีน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว
  • สามารถใช้กล้องขยายเนื้อเยื่อโดยตรง ทำให้ศัลยแพทย์เห็นภาพข้อต่อที่บาดเจ็บได้อย่างละเอียด แม้แต่อวัยวะในช่องแคบๆ เช่น ด้านข้างของข้อเข่า ข้อไหล่ และข้อศอก

การฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง

  • ระยะแรก อาจใส่ตัวดามหรืออุปกรณ์ช่วยพยุง เพื่อลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อที่ได้รับการผ่าตัด
  • ระยะฟื้นฟูสมรรถภาพของข้อต่างๆ เช่น การฝึกกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อ ซึ่งต้องทำภายใต้การดูแลของทีมศัลยแพทย์และแพทย์กายภาพบำบัด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสม
  • การฟื้นฟูเพื่อกลับไปสู่การเล่นกีฬาอีกครั้ง โดยแพทย์จะพิจารณาดูว่าเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ได้รับการผ่าตัดนั้น มีความแข็งแรงและมีการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม รวมถึงกล้ามเนื้อรอบๆ มีขนาดและความแข็งแรงที่เพียงพอ สามารถทรงตัว และขยับร่างกายได้อย่างปกติ สามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันและพร้อมกลับไปสู่การเล่นกีฬาได้

หลายคนคิดว่าการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงมักละเลยไม่ยอมพบแพทย์ บางครั้งการบาดเจ็บนั้นอาจหายเองได้ แต่หลายครั้งก็เป็นผลให้การบาดเจ็บเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงขั้นต้องผ่าตัด หรือจากการผ่าตัดแบบง่ายต้องกลายเป็นการผ่าตัดที่ยุ่งยากและซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นการยอมรับอาการบาดเจ็บของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และสามารถกลับมาทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬาที่ชื่นชอบได้อีกนานๆ


บทความที่เกี่ยวข้อง

ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.62 จาก 5 จำนวนโหวต 42 โหวด

ผู้เขียน

รศ.นพ. ชลวิช จันทร์ลลิต สรุป: สาขาออร์โธปิดิกส์ สาขาออร์โธปิดิกส์