แชร์ข้อความนี้

นิ่วในถุงน้ำดี โรคนี้รักษาได้

HIGHLIGHTS:

  • โรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดี มักพบในผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และส่วนมากผู้ป่วยมักเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ตัว
  • โรคนิ่วในถุงน้ำดีเป็นโรคหนึ่งในระบบทางเดินอาหารที่สามารถเกิดขึ้นได้ และอาจมีอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับคำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้อง
  • วิธีการรักษาโรคจากนิ่วในถุงน้ำดีที่เป็นหนึ่งในมาตรฐานการรักษาที่ทั่วโลกยอมรับ คือ วิธีผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ให้ผลดี คือ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว หายเร็ว

ถุงน้ำดีคืออะไร ?

ถุงน้ำดี (Gallbladder) เป็นอวัยวะที่ช่องท้อง มีลักษณะเป็นถุงขนาดเล็ก มีความจุประมาณ 35-50 มิลลิลิตร  ถุงน้ำดีมีหน้าที่หลักในการเก็บสำรองน้ำดีที่สร้างจากตับ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร (โดยเฉพาะอาหารประเภทไขมัน) ถุงน้ำดีจะมีโครงสร้างที่ติดต่อกับตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ผลิตน้ำดีและลำไส้เล็กตอนต้น ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการปล่อยน้ำดีออกสู่ทางเดินอาหาร

โรคของถุงน้ำดีที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง และมีอาการอย่างไร ?

ถุงน้ำดีอักเสบ

ถุงน้ำดีอักเสบ (Cholecystitis) คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของถุงน้ำดี หากเกิดขึ้นทันทีและมีอาการปวดรุนแรงตรงใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวา แต่รักษาหายได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ จะเรียกว่า “โรคถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน” แต่ถ้ามีการอักเสบเกิดขึ้นบ่อยครั้งเป็นๆ หายๆ และแต่ละครั้งผู้ป่วยมีอาการปวดไม่รุนแรงมาก จะเรียกว่า “โรคถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง” และอาการของโรคถุงน้ำดีอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้

  1. อาการถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน – เป็นแบบที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดอย่างรุนแรงตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวา โดยเฉพาะเวลาหายใจเข้าลึก ๆ จะทำให้ปวดมากขึ้น มีอาการไข้สูงและหนาวสั่นจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แน่นท้อง ท้องเฟ้อ และหากมีภาวะแทรกซ้อนนิ่วอุดตันท่อน้ำดีหลักอาจมีภาวะดีซ่าน อุจจาระมีสีซีด หน้าท้องแข็ง เจ็บทุกส่วนของช่องท้องจากการเกิดเยื่อบุช่องท้องอักเสบ
  2. อาการถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง – ผู้ป่วยมักมีอาการไม่แน่นอนและไม่ชัดเจนเท่าอาการจากถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน จึงทำให้แยกจากภาวะปวดท้องจากสาเหตุอื่นๆ ได้ยาก โดยส่วนมากผู้ป่วยจะมีอาการปวดตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงด้านขวา โดยอาการปวดนั้นจะไม่รุนแรง แต่จะปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งภาวะนี้มักเกิดร่วมกับอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย และมักจะเป็นหลังจากที่รับประทานอาหารมันๆ หรือหลังอาหารมื้อหนัก

นิ่วในถุงน้ำดี

นิ่วในถุงน้ำดี (GallStone) เป็นโรคในระบบทางเดินน้ำดีที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากการตกตะกอนของหินปูนหรือคอเลสเตอรอลในน้ำดี ทำให้เกิดนิ่ว สำหรับอาการของนิ่วในถุงน้ำดี จะไม่พบอาการผิดปกติแสดงให้เห็น โดยส่วนมากแพทย์มักตรวจพบตอนตรวจรักษาโรคอื่น แต่ในบางคนอาจมีอาการท้องเฟ้อ เรอ คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายอาการของอาหารไม่ย่อย ซึ่งมักเป็นหลังกินอาหารมันๆ โดยส่วนมากการตรวจร่างกายมักไม่พบสิ่งผิดปกติ  ไม่มีไข้ บางครั้งอาจตรวจพบอาการกดเจ็บเล็กน้อยบริเวณใต้ลิ้นปี่และได้ชายโครงขวา

ติ่งเนื้อในถุงน้ำดี

เป็นโรคที่เกิดในเนื้อเยื่อบุด้านในผนังถุงน้ำดี  มีลักษณะเป็นติ่งเนื้อหรือก้อนที่ยื่นจากผนังด้านในของถุงน้ำดีเข้ามาในโพรงถุงน้ำดี ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น  ติ่งเนื้อที่มีส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นไขมันคอเลสเตอรอล ติ่งเนื้อชนิดนี้เป็นติ่งเนื้อที่พบได้มากที่สุดของติ่งเนื้อถุงน้ำดีทั้งหมด รองลงมาคือ ติ่งเนื้อที่เกิดจากมีการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์กล้ามเนื้อในเนื้อเยื่อผนังถุงน้ำดี

สำหรับอาการของโรค โดยทั่วไปติ่งเนื้อถุงน้ำดีจะไม่มีอาการแสดง แต่มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ของภาพตับหรือภาพช่องท้องเพื่อการวินิจฉัยโรคต่างๆ ของตับหรือโรคในช่องท้อง แต่ในผู้ป่วยติ่งเนื้อถุงน้ำดีบางรายอาจมีอาการได้ โดยอาการที่พบจะเป็นอาการทั่วไปของโรคทั่วไปในระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ      แน่นท้อง และอาจพบอาการปวดท้องด้านขวาตอนบนได้

อาการส่วนใหญ่ของโรคถุงน้ำดี มักเป็นอาการแสดงที่ไม่รุนแรงมากนัก แต่หากไม่ได้รับคำแนะนำในการตรวจรักษา การเฝ้าระวัง อาจเกิดภาวะแทรกที่รักษาได้ยาก ค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้น นอนโรงพยาบาลนาน และอาจอันตรายถึงชีวิตได้

หากตรวจพบโรคที่เกี่ยวกับถุงน้ำดีจะมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง ?

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาด้วยยา หรือการสลายนิ่วโดยไม่ต้องผ่าตัด ดังนั้นการผ่าตัดยังคงเป็นมาตรฐานการรักษา เนื่องจากรักษาได้หายขาด ไม่ต้องเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลบ่อย ซึ่งวิธีการรักษาโรคจากนิ่วในถุงน้ำดี หนึ่งในมาตรฐานการรักษาที่ทั่วโลกยอมรับ คือ วิธีผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) ซึ่งการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ให้ผลดี ได้แก่ …

  • แผลเล็ก      เพียง 0.5 – 1 เซนติเมตร
  • เจ็บน้อย      เนื่องจากวิธีนี้ใช้การเจาะแผลเล็กที่หน้าท้อง  ไม่ใช่การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเหมือนวิธีการเดิม
  • ฟื้นตัวไว     ใช้เวลาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียง 2-3 วัน
  • หายเร็ว       สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติภายใน 7 วัน

การตรวจหานิ่วในถุงน้ำดีสามารถทำได้โดยการอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง เมื่อพบแล้วควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการวางแผนการรักษา ช่วงที่ไม่ได้รับการผ่าตัดถุงน้ำดีผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำในการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ควบคุมระดับไขมันในโลหิต ควบคุมน้ำหนัก ตรวจสุขภาพและพบแพทย์ตามนัดหมาย

หลายคนสงสัยว่า หากไม่มีถุงน้ำดีเนื่องจากการผ่าตัด จะใช้ชีวิตได้ปกติหรือไม่ ?

การผ่าตัดถุงน้ำดี ทำให้ร่างกายอาจย่อยและดูดซึมอาหารประเภทไขมันได้ไม่ดี ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากอาจทำให้มีอาการท้องอืดหรือถ่ายเหลวได้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ภาวะที่เป็นอันตราย อาการจะดีขึ้นเมื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไขมันสูง

จะสังเกตได้ว่าหลังการผ่าตัดถุงน้ำดี การควบคุมพฤติกรรมไม่แตกต่างจากผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีแล้วไม่ผ่าตัด  ปัจจุบันการแพทย์มีเทคโนโลยี เครื่องมือ ยา ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้การตรวจรักษานิ่วในถุงน้ำดีมความปลอดภัยสูง เจ็บน้อย ฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi

เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 5 จาก 5 จำนวนโหวต 13 โหวด

ผู้เขียน

นพ. ศาสตรา ทัพศาสตร์ สรุป: สาขาศัลยศาสตร์