แชร์ข้อความนี้

การรักษาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง


ดังที่กล่าวในฉบับก่อนว่าไวรัสบีเป็นสาเหตุที่สำคัญและพบบ่อยของภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับในคนไทย ในฉบับนี้จะมาดูเรื่องการรักษาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง การรักษาไวรัสบีในปัจจุบันสามารถยังยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบี ทำให้สามารถลดการอักเสบของตับ ชะลอ หรือยับยั้งการดำเนินโรคไปเป็นตับแข็ง หรือมะเร็งตับ นอกจากนี้การรักษายังสามารถลดภาวะผังผืดในตับทำให้ตับแข็งดีขึ้นได้ด้วย

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ผู้ป่วยไวรัสบีเรื้อรังทุกคนต้องการการรักษา จะพิจารณาการรักษาเฉพาะผู้ป่วยที่ยังมีการแบ่งตัวของไวรัสบี ร่วมกับมีการอักเสบของตับ หรือมีโรคตับอยู่ ในบางช่วงของโรคอาจจะตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดี ดังนั้นแพทย์จะพิจารณารักษาในผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้

“การรักษาด้วยยาต้านไวรัสบี แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าสามารถหยุดยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ ตามแนวทางการรักษาปัจจุบันในผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับประทานยาระยะยาว หรืออาจจะตลอดชีวิต ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเอง” ในเวลาที่เหมาะสม และเฝ้าติดตามผู้ป่วยที่ยังไม่ต้องการการรักษาเพื่อจะพิจารณารักษาเมื่อมีข้อบ่งชี้และมีการเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับ

ปัจจุบันการรักษาไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังมีอยู่ 2 แบบ

  1. ใช้ยากระตุ้นภูมิต้านทานของผู้ป่วยให้ไปต่อสู้และควบคุมการแบ่งตัวของไวรัสตับบี
  2. ใช้ยาไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบี

ยาฉีดเพ็กไกเลดเตด อินเตอร์เฟียรอน (pegylated interferon)

ยาตัวนี้มีฤทธิ์ไปกระตุ้นภูมิต้านทานของผู้ป่วยให้ต่อสู้ควบคุมไวรัสบีเป็นหลัก แต่ก็มีฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบีบ้าง การรักษาด้วยยาฉีดเพ็กไกเลดเตด อินเตอร์เฟียรอน จะรักษานาน 48 สัปดาห์ สามารถได้ผลตอบสนองระยะยาว 6 เดือน หลังหยุดการรักษาประมาณร้อยละ 33-40 หลังหยุดฉีดยาแล้วภูมิต้านทานของผู้ป่วยที่ถูกกระตุ้นไว้อยู่คงออกฤทธิ์ต่อสู้กับไวรัสต่อจึงสามารถมีการตอบสนองเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 14 หลังหยุดการรักษาไปแล้ว 1 ปี ผลตอบสนองจากการรักษาด้วยยาฉีดอินเตอร์เฟียรอนมักอยู่นาน โอกาสการกลับเป็นซ้ำน้อยกว่ายากินต้านไวรัส

การรักษาด้วยยาฉีดอินเตอร์เฟียรอน จะมีผลข้างเคียง ที่พบได้บ่อย เช่นไข้ ปวดเมื่อยตามตัว เพลีย เบื่ออาหาร ผมร่วง แม้จะมีผลข้างเคียงมาก แต่มากกว่าร้อยละ 85 ของผู้ป่วยสามารถทนผลข้างเคียงได้ และสามารถรักการรักษาจนครบ 48 สัปดาห์

การรักษาด้วยยากินต้านไวรัส

ปัจจุบันมียากิน 5 ชนิดในประเทศไทย ยากินต้านไวรัสบีจะมีฤทธิ์ไปยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสบี ทำให้ลดการอักเสบของตับ และชะลอหรือลดโอกาสการเกิดตับแข็งมะเร็งตับ และชะลอหรือลดโอกาสการเกิดตับแข็ง มะเร็งตับ ยากลุ่มนี้จะรับประทานเพียงวันละครั้ง ผลข้างเคียงน้อยมาก ความสำคัญของการรักษาด้วยยาต้านไวรัสบีคือต้องรับประทานยาสม่ำเสมอ ไม่ขาดยา และมักต้องรักษาระยะยาว

หลังหยุดยาจะมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้บ่อยกว่ายาฉีด ในการรักษาระยะยางจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังการดื้อยาของไวรัสบี ซึ่งยาแต่ละตัวมีโอกาสดื้อยาต่างกัน บางตัวมีโอกาสดื้อยาบ่อย บางตัวโอกาสดื้อยาน้อยมาก การรักษาด้วยยาด้านไวรัสบี แพทย์จะเป็นผู้เพิจารณาว่าสามารถหยุดยาเมื่อมีข้อบ่งชี้ตามแนวทางการรักษาปัจจุบัน ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องรับประทานยาระยะยาวหรืออาจจะตลอดชีวิต ดังนั้นผู้ป่วยไม่ควรหยุดยาเอง

ปัจจุบันแพทย์จะพิจารณาว่าจะรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีใดหรือด้วยยาอะไร โดยลักษณะของผู้ป่วย ระยะของโรคตับ และปัจจัยของตัวไวรัสบี เพื่อพิจารณายาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยคนนั้น ก่อนการเริ่มรักษาแพทย์จึงต้องจำเป็นทำการตรวจประเมินปัจจัยต่างๆ ก่อน

ที่สำคัญผู้ป่วยทั้งที่ได้รับการรักษาหรือไม่ได้รับการรักษาควรติดตามการดูแลรักษากับแพทย์อย่างสม่ำเสมอเพื่อประเมินผลตอบสนองต่อการรักษา ภาวะแทรกซ้อนและการดำเนินของโรคตับ รวมทั้งเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับในผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยง

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.88 จาก 5 จำนวนโหวต 17 โหวด

ผู้เขียน

รศ.นพ. ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร