แชร์ข้อความนี้

ตับวายเฉียบพลันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง

ตับวายเฉียบพลันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังเป็นภาวะอันตรายที่พบมากขึ้นในปัจจุบัน โดยมีการทำงานของตับแย่ลงอย่างรวดเร็วในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังหรือโรคตับแข็งมาก่อน ซึ่งสัมพันธ์กับปัจจัยกระตุ้น เช่น การติดเชื้อ ภาวะเลือดออกทางเดินอาหาร เป็นผลทำให้มีอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิตตามมา

ตับวายเฉียบพลันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังเกิดขึ้นภายใน 4 สัปดาห์ โดยมีอาการแสดง คือ มีภาวะตัวเหลือง ตาเหลืองเพิ่มขึ้นจากระดับบิริรูบินสูงขึ้น ท้องบวมโต มีน้ำในช่องท้อง การแข็งตัวของเลือดผิดปกติจนเป็นสาเหตุให้มีเลือดออกจากทางเดินอาหาร เช่น เลือดออกจากเส้นเลือดขอดที่หลอดอาหาร เลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือมีจ้ำเลือดตามตัว

ตับวายเฉียบพลันมีผลทำให้ของเสียคั่งในร่างกาย ส่งผลให้เกิดสมองบวม เพิ่มแรงดันในกะโหลกศีรษะ จนทำให้ความรู้สึกแย่ลง ซึมลง พูดคุยไม่รู้เรื่องจนถึงขั้นไม่รู้สึกตัวได้

ตับวายเฉียบพลันยังมีผลทำให้มีหลายอวัยวะล้มเหลวตตามมา เช่น ไตวาย โดยพบว่าในผู้ป่วยตับแข็งมีการทำงานของไตแย่ลงได้ 30-40 % ซึ่งมีการติดเชื้อเป็นตัวกระตุ้น ทำให้เกิดการไหลเวียนโลหิตแย่ลง ความดันต่ำลง มีผลต่อการทำงานของหัวใจ และระบบฮอร์โมนในร่างกาย สุดท้ายทำให้เกิดไตวายและทำให้อัตราเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 50-90 %

สาเหตุที่กระตุ้นให้การทำงานของตับแย่ลงเร็ว ได้แก่ การดื่มสุราจนทำให้ตับอักเสบ ยาที่ทำให้ตับอักเสบ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ เอ บี อี เพิ่มเติม เส้นเลือดดำในตับอุดตัน ตับอักเสบจากการขาดเลือดไปเลี้ยง และมีสาเหตุอื่นๆอีก เช่น การติดเชื้อเลือดออกจากเส้นเลือดขอดที่หลอดอาหาร การผ่าตัด เป็นต้น

ปัจจัยที่ช่วยทำนายอาการของโรค ส่วนใหญ่จะใช้การประเมินอวัยวะล้มเหลว ซึ่งดูจากออกซิเจนในร่างกาย ดูจำนวนเกร็ดเลือด ระดับบิลิรูบิน ความดันโลหิต คะแนนความรู้สึกตัว ค่าการทำงานของไตหรือปริมาณปัสสาวะ

การรักษาตับวายเฉียบพลันที่เกิดในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรัง ได้แก่ การล้างสารพิษออกจากร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์ช่วยพยุงตับ คือ molecular adsorbents recirculating system (MARS) โดยใช้แอลบูมินในกระบวนการกรองของเสียออกจากเลือดของผู้ป่วย แล้วรอจนกระทั่งได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายตับใหม่ ถ้าผู้ป่วยมีภาวะไตวายระยะเริ่มต้น สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายตับใหม่ แต่ถ้าผู้ป่วยมีภาวะไตวายอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ระยะเรื้อรัง อาจต้องได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดปลุกถ่ายไตใหม่ร่วมด้วย

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.99 จาก 5 จำนวนโหวต 94 โหวด

ผู้เขียน

รศ.นพ. ธีระ พิรัชวิสุทธิ์ สรุป: สาขาอายุรศาสตร์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร