แชร์ข้อความนี้

วินิจฉัยภูมิแพ้ ลงลึกระดับโมเลกุล

HIGHLIGHTS:

  • การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ด้วยวิธี ImmunoCAP® ISAC เป็นการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ ที่ลงลึกถึงระดับชนิดโมเลกุลของโปรตีน และสามารถระบุชนิดองค์ประกอบของโปรตีนในสารก่อภูมิแพ้ได้มากถึง 112 ชนิด
  • การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ด้วยวิธี ImmunoCAP® ISAC เป้นการตรวจที่ใช้เลือดปริมาณน้อย ช่วยลดปัญหาเรื่องผลการทดสอบลวง และสามารถระบุการแพ้ข้ามกลุ่มของโปรตีนได้ ทำให้การวินิจฉัยและการรักษาโรคภูมิแพ้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ด้วยวิธี ImmunoCAP® ISAC เหมาะกับผู้ป่วยที่มีการแพ้สารหลายๆ ชนิด หรือผู้ที่มีประวัติไม่สัมพันธ์กับอาการของโรค

การวินิจฉัยภูมิแพ้ด้วยวิธีใหม่ Immunocap ISAC ความน่าเชื่อถือสูง ตรวจลงลึกระดับโมเลกุลของโปรตีน 112 ชนิด

เมื่อแพทย์สงสัยว่าท่านอาจเป็นโรคภูมิแพ้  นอกเหนือจากการซักประวัติและตรวจร่างกายแล้ว  แพทย์อาจส่งตรวจพิเศษ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคและค้นหาสิ่งที่แพ้ ซึ่งผลตรวจพิเศษเหล่านี้จะช่วยในการวางแผนการรักษา และใช้ประกอบการวินิจฉัยว่าผู้ป่วยควรจะได้รับวัคซีนภูมิแพ้ชนิดใดได้อีกอ้วย

การตรวจพิเศษเพื่อค้นหาสิ่งที่แพ้ ที่ได้รับการยอมรับและมีหลักฐานว่าสัมพันธ์กับอาการของผู้ป่วย คือ การตรวจหาอิมมูโนโกลบูลินอี (IgE) ชนิดที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิด โดยทั่วไปมี 2 วิธีที่นิยมใช้ ได้แก่ การทดสอบทางผิวหนัง และการเจาะเลือด ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. การทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test, SPT)

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุด เป็นการทดสอบฏิกิริยาของอิมมูโนโกลบูลินอี (IgE) ต่อสารนั้นๆ โดยหยดสารก่อภูมิแพ้ที่ต้องการทดสอบลงบนผิวหนังแล้วสะกิดผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ผู้ป่วยที่แพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้นั้น ก็จะเกิดปฏิกิริยาขึ้นโดยเกิดรอยนูน (wheal) และแดง (flare)

2. การเจาะเลือดตรวจหาอิมมูโนโกลบูลินอี (IgE) ที่จำเพาะต่อสารก่อภูมิแพ้ (Specific IgE)

สามารถใช้ในผู้ที่ไม่สามารถทำการทดสอบทางผิวหนังได้ ไม่จำเป็นต้องงดยาแก้แพ้ ไม่เสี่ยงต่อปฏิกิริยาแพ้รุนแรง แต่มีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าและใช้เวลาวิเคราะห์ผลนานกว่า Skin Prick Test  แต่เดิมในประเทศไทย มีการใช้เทคนิคในการตรวจหา Specific IgE 2 วิธี คือ

  • Immunoblot หรือ Western blot technique
    • ข้อดี  –  เทคนิคนี้สามารถตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้หลายชนิดในคราวเดียว และราคาต่ำกว่าเทคนิค ImmunoCap
    • ข้อจำกัด – การรายงานผลเป็นค่ากึ่งปริมาณ ทำให้บางครั้งเกิดข้อจำกัดในการแปลผล
  • ImmunoCap
    • ข้อดี – รายงานค่าเป็นปริมาณ หน่วย KuA/L การนำผลที่ได้มาแปลผลและวินิจฉัยทำได้ดีกว่า Immunoblot
    • ข้อจำกัด – ตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ได้ทีละชนิด ราคาสูงกว่าเทคนิค Immunoblot

การตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ด้วยวิธี ImmunoCAP® ISAC

ปัจจุบันได้มีการนำเทคนิคใหม่เข้ามาใช้ในประเทศไทย คือ ImmunoCAP® ISAC เป็นการตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ ที่ลงลึกถึงระดับชนิดโมเลกุลของโปรตีน ด้วยวิธี Biochip Technology ซึ่งการตรวจด้วยวิธีนี้จะสามารถแยก และระบุชนิดองค์ประกอบของโปรตีนในสารก่อภูมิแพ้ (Allergen component) ได้มากถึง 112 ชนิดขององค์ประกอบโปรตีน  จากสารก่อภูมิแพ้ทั้งหมด 51 รายการ

ข้อดีของ วิธี ImmunoCAP® ISAC

  • ใช้เลือดปริมาณน้อย เพียง 2 ซีซี ในการทดสอบ
  • ลดปัญหาเรื่องผลการทดสอบลวง เนื่องจากเป็นการตรวจที่ลงลึกถึงระดับโปรตีน ช่วยให้แพทย์สามารถนำผลการทดสอบมาช่วยในการวินิจฉัยว่าสารใดคือก่อภูมิแพ้แท้จริง และสารใดคือสารก่อภูมิแพ้ลวง ทำให้การวินิจฉัยและการรักษาโรคภูมิแพ้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • สามารถวินิจฉัยการแพ้ข้ามกลุ่มของโปรตีนได้
  • รายงานผลเป็นค่าตั้งแต่ช่วง 0.3 – 100 ISU-E (ISAC Standardized Units)

ข้อจำกัดของ วิธี ImmunoCAP® ISAC

  • ราคาโดยรวมสูงกว่า ImmunoCap แต่เมื่อคำนวณตามชนิดสารก่อภูมิแพ้ ราคาจะต่ำกว่าการตรวจแบบทั่วไป  ดังนั้นในผู้ป่วยที่มีการแพ้สารหลายๆ ชนิด เช่น  แพ้สารก่อภูมิิแพ้ในอาหารและสารก่อภูมิแพ้ทางระบบหายใจร่วมกัน การตรวจด้วยวิธี ImmunoCAP® ISAC จะมีราคาถูกกว่า ImmunoCap แบบทั่วไป

วิธี ImmunoCAP® ISAC เหมาะกับใคร ?

  • ผู้ที่ประวัติแพ้สารก่อภูมิแพ้หลายชนิด
  • ผู้ที่เคยทดสอบหาสารก่อภูมิแพ้ด้วยวิธีอื่นๆ แล้วผลการทดสอบแสดงผลการแพ้สารก่อภูมิแพ้หลายชนิด วิธีนี้จะช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำมากขึ้น เพราะสามารถอธิบายการแพ้ข้ามกลุ่มโปรตีน (Cross reactivity) ได้
  • ผู้ที่มีประวัติไม่สัมพันธ์กับอาการของโรค หรือไม่สัมพันธ์กับผลการการทดสอบวิธีอื่น
  • ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้เฉียบพลันไม่ทราบสาเหตุ (Idiopathic anaphylaxis)
  • ช่วยในการให้ข้อมูล และคำอธิบายในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาโรคภูมิแพ้

บทความที่เกี่ยวข้อง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

* โปรแกรมตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ *

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi

เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.40 จาก 5 จำนวนโหวต 5 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ภัทรา ตันติเจริญวิวัฒน์ สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน