แชร์ข้อความนี้

งูสวัด

sawat

งูสวัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหมือนเริมหรือไม่?

งูสวัด เป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า Varicella Zoster Virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสตัวเดียวกับที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส และ เป็นไวรัสตระกูลเดียวกับเริมแต่เป็นคนละสายพันธ์กัน งูสวัดไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหมือนไวรัสเริม โดยจะพบในผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน ซึ่งหลังจากการติดเชื้ออีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสนี้จะทำการซุกซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทสันหลัง เมื่อใดที่ร่างกายอ่อนแอลง เจ้าวายร้ายก็จะขยายเผ่าพันธุ์เพิ่มจำนวนมากขึ้น ไปตามแนวของเส้นประสาทที่มันไปซ่อนตัวอยู่ จึงเป็นเหตุให้ อาการของโรคจะเกิดเฉพาะในแนวเส้นประสาท แสดงออกทางผิวหนัง ทำให้ดูคล้ายงูรัดหรืองูเลื้อย

แนวเส้นประสาทผิวหนังที่พบบ่อยได้แก่ บริเวณเอว ก้นกบ ใบหน้า และ ต้นขา ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง หรือผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น ผู้สูงอายุ หญิงให้นมบุตร เป็นต้น หรือผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอดส์ หรือ ผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากนี้ยังพบในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ยาเคมีบำบัด หรือ สเตียรอยด์ เป็นต้น คนไข้เหล่านี้จะมีแนวโน้มที่จะเกิดโรคงูสวัดสูงกว่าผู้อื่น

อาการและวิธีรักษา

อาการที่พบบ่อยก่อนที่ตุ่มน้ำใสๆจะขึ้นในช่วง 1-3 วันแรก คือ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือ ปวดเสียวๆ แสบหรือร้อน บริเวณผิวหนังคล้ายถูกไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวก จึงมีคนไข้จำนวนไม่น้อยที่ไปพบแพทย์เฉพาะทางด้านกล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ ด้วยอาการดังกล่าว ก่อนที่จะถูกส่งต่อมายังแพทย์ผิวหนัง ในคนไข้บางรายอาจมีอาการเป็นไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย จากนั้นผื่นแดงจะเริ่มขึ้นในแนวเส้นประสาทให้เห็น แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใส โดยทยอยขึ้นใน 4 วันแรก และเรียงตัวตามแนวผิวหนังที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทที่อักเสบ จากนั้นตุ่มน้ำใสจะค่อยๆแห้งแล้วตกสะเก็ดภายใน 1-2 อาทิตย์ อาการปวดจะทุเลาลง พร้อมกับสะเก็ดก็จะค่อยๆหลุดไป ในผู้สูงอายุหรือ ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีอาการรุนแรงและยาวนานกว่าบุคคลทั่วไป

ภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวของงูสวัด

ถ้างูสวัดเกิดขึ้นบริเวณหน้า และเข้าดวงตา อาจก่อให้เกิดภาวะกระจกตาอักเสบ ม่านตาอักเสบ จนถึงประสาทตาอักเสบ และอาจทำให้สายตาพิการได้ ถ้างูสวัดเกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าใบหู อาจทำให้เกิดอัมพาตของใบหน้าครึ่งซีก คือ มีอาการหลับตาไม่สนิท มุมปากตก และไม่สามารถเลิกคิ้วได้

ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียทับซ้อนในบริเวณตุ่มน้ำใส ซึ่งมักเกิดในคนไข้ที่เผลอแกะเกา หรือสิ่งแปลกปลอมมาโปะ ทา บริเวณตุ่มใส จึงทำให้เป็นตุ่มหนอง และอาจเป็นแผลเป็นในที่สุด

กรณีผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ในผู้สูงอายุ หรือในผู้ป่วยเอดส์ตุ่มใส มักกระจายออกนอกแนวเส้นประสาท อาการมักจะรุนแรงและเป็นอยู่นาน อาจจะกระจาย เข้าสู่สมองและอวัยวะภายใน เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฟังดูน่ากลัวนะคะ แต่มีส่วนน้อยค่ะที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนดังที่กล่าวมา

ถ้างูสวัดกินรอบตัวนั้น ต้องตายอย่างแน่นอน จริงไหม ?

โดยปกติแล้วงูสวัดจะเกิดขึ้นเพียงด้านใดด้านหนึ่งของร่างกายยกเว้นกลุ่มคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่งูสวัดนั้นอาจเกิดได้มากกว่าหนึ่งจุดของแนวเส้นประสาท และมักมีอาการรุนแรง เป็นอยู่นานกว่าคนไข้งูสวัดทั่วไป และมีโอกาสเสียชีวิตได้

การรักษานั้น แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ และ ให้ยาต้านไวรัสตามความเหมาะสม ส่วนการป้องกัน ก็ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสกรณีเด็กเล็กหรือผู้ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน

ส่วนในผู้สูงอายุ ปัจจุบันนี้ก็สามารถรับวัคซีนป้องกันงูสวัดได้แล้ว จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคพบว่า ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัดลดลงได้ถึง 51% เพียงแค่ฉีดวัคซีนป้องกันสำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป*

เมื่อเราเข้าใจถึงเจ้างูสวัดกันแล้ว หมอหวังว่าเจ้าโรคนี้จะไม่ทำให้ท่านผู้อ่านต้องหวาดผวากันอีกต่อไปนะคะ

 

*อ้างอิงจาก https://www.cdc.gov/vaccines/vpd/shingles/public/zostavax/index.html


บทความที่เกี่ยวข้อง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.26 จาก 5 จำนวนโหวต 19 โหวด

ผู้เขียน

พญ. อนงค์ลักษณ์ รัตนศิริวิไล สรุป: สาขาตจวิทยา สาขาตจวิทยา