แชร์ข้อความนี้

อะไรคือ กุญแจสำคัญ ของความสุขกายและสุขใจในชีวิต?

healthy_happy

เหมือนเป็นคำถามในเชิงปรัชญา ซึ่งเอ่ยถามคน 100 คน ก็อาจได้คำตอบ 100 รูปแบบ ขึ้นกับประสบการณ์ในชีวิต การเลี้ยงดู ทัศนคติ และความเชื่อทางศาสนา แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว ได้มีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง ที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะหาคำตอบให้กับคำถามนี้ ในแบบที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด

นักวิทยาศาสตร์กลุ่มที่ว่านี้คือ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ซึ่งได้ทำงานวิจัยระดับมหากาพย์ยาวนานยืดเยื้อยิ่งกว่าสตาร์วอร์ส เพราะใช้เวลาในการศึกษาตั้งแต่ปีค.ศ.1938 และยังศึกษาอยู่จนถึงปัจจุบัน รวมเวลาทั้งสิ้น 77 ปีมาแล้ว เปลี่ยนคณะนักวิจัยไปราวสี่รุ่น

โดยงานวิจัยที่ว่านี้ เป็นการตามศึกษาชีวิตของผู้ชาย 724 คน ตั้งแต่วัยหนุ่มน้อย โดยส่วนหนึ่งเป็นนักศึกษาของฮาร์เวิร์ดเอง อีกส่วนเป็นเด็กหนุ่มจากย่านยากจนในบอสตัน (เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางสถานะทางสังคมของกลุ่มตัวอย่าง) ซึ่งหนุ่มทั้ง 724 คนที่เข้าร่วมงานวิจัย จะถูกตรวจสอบทั้งสุขภาพกายและใจตั้งแต่เริ่มโครงการ ผ่านทางการสัมภาษณ์ แบบทดสอบ การตรวจร่างกาย ไปจนถึงตรวจเลือด และทั้ง 724 คนจะถูกทีมวิจัยติดตามเป็นระยะทุก 1-2 ปี เพื่อเก็บข้อมูลทั้งทางสภาพกาย สภาพใจ และสถานะภาพทางสังคม (รวมถึงตรวจเพิ่มเติมต่างๆเช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ CT scan ไปจนถึงตรวจดีเอ็นเอ ตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย)

เวลาผ่านไปหลายทศวรรษ กลุ่มตัวอย่างต่างเติบโตจากหนุ่มน้อยเป็นหนุ่มใหญ่ มีหน้าที่การงานที่หลากหลาย ตั้งแต่โจรขี้คุก ไปจนถึงประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา (จอห์น เอฟ เคนเนดี้ เป็นหนึ่งในกลุ่มตัวอย่าง) ตามกันจนทั้งนักวิจัยและกลุ่มตัวอย่างล้มหายตายจากกันไปจำนวนหนึ่ง (จากข้อมูลล่าสุด กลุ่มตัวอย่างเหลือมีชีวิตอยู่ราว 60 คน)

ในที่สุดนักวิจัยก็ได้ข้อสรุปที่น่าสนใจเกี่ยวกับกุญแจแห่งความสุขในชีวิตมาหลายประเด็น

  • กุญแจสำคัญที่สุดของความสุขในชีวิตคือ Relationships พบว่าคนที่มีความสัมพันธ์ที่อบอุ่นกับคนในครอบครัว หรือกับเพื่อนรอบข้างตั้งแต่วัยหนุ่ม จะเป็นคนที่มีความสุขกายและสุขใจที่สุดในยามชรา
  • การแต่งงานหรือมีคู่ชีวิต เป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพกายและใจที่ดีในระยะยาว แม้ว่าความสัมพันธ์นั้นจะมีการทะเลาะเบาะแว้งกันบ้าง แต่หากยังเป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่า “มีคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างจะส่งผลให้ชีวิตผ่านอุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาได้ดีกว่าการไม่มีใครเคียงข้างเลย
  • ความเหงา ทำร้ายสุขภาพ พบว่าคนที่มีชีวิตอยู่กับความเหงาตั้งแต่วัยหนุ่ม จะเริ่มมีสุขภาพกายและประสิทธิภาพสมองถดถอยตั้งแต่วัยกลางคน และมีอายุขัยเฉลี่ยที่สั้นกว่าคนไม่เหงา
  • การมีเพื่อนเยอะหรือแต่งงาน ไม่ได้เป็นเกราะป้องกันความเหงา หลายคนที่ทนอยู่ในชีวิตแต่งงานที่ไม่มีความสุข มีความเหงามากกว่าคนโสดหรือหย่าร้าง และมีความสุขในชีวิตระยะยาวน้อยกว่า
  • การติดเหล้า เป็นปัจจัยที่ส่งผลลบต่อชีวิตที่สุด พบว่าคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำตั้งแต่วัยหนุ่ม ส่งผลถึงอัตราการหย่าร้างที่สูงขึ้น และนำไปสู่โรคซึมเศร้าในวัยชรา
  • ในวัยหนุ่ม หลายคนตอบคำถามว่า ความสุขในชีวิตขึ้นกับเงิน หรือ งานที่ใหญ่โต แต่ท้ายสุดแล้วในวัย 80 กว่า พบว่าคนที่มีความสุขที่สุดคือคนที่มีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น มีเพื่อนฝูง ญาติสนิทมิตรสหายรอบตัว เงินกลับไม่ใช่ปัจจัยที่สำคัญเท่า

แม้งานวิจัยมหากาพย์นี้จะมีข้อจำกัดเช่น ศึกษาแต่ในกลุ่มตัวอย่างผู้ชาย หรือ บริบททางสังคมอเมริกันซึ่งมีหลายอย่างต่างกับสังคมไทย แต่คำตอบที่ชัดเจนในแบบเนิร์ดๆ กับคำถามถึงความสุขแห่งชีวิตนี้ ก็น่าจะชวนให้คุณผู้อ่านกระตุกต่อมคิด และกระตุ้นให้อยากปรับระบบวิถีนำทางชีวิตเสียใหม่ให้เข้ารูปเข้ารอยกว่านี้..ไม่มากก็น้อย

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.57 จาก 5 จำนวนโหวต 44 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล สรุป: สาขาตจวิทยา สาขาตจวิทยา