แชร์ข้อความนี้

เมื่อครรภ์ไม่เป็นมิตร…แต่เป็นพิษ

shutterstock_320 (1)

การจะมีลูกสักคน สำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องง่ายดาย แต่สำหรับบางคนนั้นช่างยากเย็นเข็ญใจ แต่ถ้าคุณแม่และคุณหมอมีความเข้าใจกันก็จะสามารถฝ่าฟันให้ถึงฝันได้เสมอ “คุณลินดา จินดาหลา” คุณแม่วัย 35 สละเวลามาแชร์ประสบการณ์ของการฟันฝ่าอุปสรรคตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์

คุณลินดาเล่าว่า ตั้งครรภ์ด้วยการทำอิ๊กซี่ แต่จากการตรวจเช็คประวัติและร่างกายแล้วมีความเป็นไปได้ที่ครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น คลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษเพราะมีการตกเลือดตั้งแต่อายุครรภ์ได้ 2 เดือน คุณหมอจึงแนะนำให้ไปฝากครรภ์กับแพทย์เฉพาะทาง ตอน 3 เดือนก็ไปฝากครรภ์กับคุณหมอบุญศรี จันทร์รัชชกูล ซึ่งคุณหมอที่ทำอิ๊กซี่แนะนำมาค่ะ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะคุณหมออธิบายอย่างชัดเจน ก็ฝากครรภ์กันไปตามปกติ

แต่สัญญาณเตือนแรกก็มา เมื่ออายุครรภ์ได้ 4 เดือน มีการตรวจวัดปากมดลูก ผลปรากฏว่าปากมดลูกสั้น ทำให้เสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด “ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่า อืม…เรามีความเสี่ยงเหมือนกันนะแต่ไม่ได้กังวลอะไรมาก เพราะคุณหมออธิบายอย่างละเอียด ชัดเจนพร้อมวิธีการรักษา แล้วก็แก้ไขปัญหาด้วยการใส่ห่วงครอบปากมดลูก (Cervical Pessary) ตอน 4 เดือนครึ่ง” พอย่างเข้าเดือนที่ 5 มี การตรวจอัลตราซาวด์ใหญ่ เพื่อดูความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆ ของทารก

สัญญาณเริ่มดังขึ้นอีก เมื่อคุณหมอตรวจดูเส้นเลือดที่มาเลี้ยงมดลูกพบว่าเล็กมาก ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะเกิดครรภ์เป็นพิษได้มากขึ้น เพราะลูกโตขึ้น แต่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกลับเล็ก เด็กที่อยู่ข้างในก็จะตัวเล็ก ไม่เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น แต่คุณหมอบอกว่าจะสามารถผ่านพ้นไปได้ ด้วยความที่คุณหมออธิบายอย่างละเอียด พร้อมทั้งแนะนำแนวทางในการรักษาอย่างชัดเจน จึงทำให้เราเข้าใจและสบายใจขึ้นว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เราก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปค่ะ

แล้วสัญญาณก็ดังถี่ขึ้น เมื่ออายุครรภ์ 25 สัปดาห์ คุณลินดาบอกว่า มดลูกบีบตัวถี่มาก ท้องแข็งผิดปกติจนต้อง Admit อยู่โรงพยาบาลนานถึง 10 วัน ซึ่งคุณหมอรักษาโดยการฉีดยา แล้วก็ลดลงมาเป็นยาทาน แต่ผลข้างเคียงของยาจะทำให้หัวใจเต้นเร็วถ้าใช้ยาไปนานๆ อาจทำให้ลูกมีภาวะหัวใจโต เพราะหัวใจเค้าเต้นเร็วตามแม่ไปด้วย ก็ต้องระวังกันเป็นอย่างมากค่ะ หลังจากอาการดีขึ้น คุณหมอก็ให้กลับบ้านแต่ให้ลดกิจกรรมต่างๆ ลงให้หมด เข้าห้องนํ้าได้วันละ 1 ครั้ง อาบนํ้าได้วันละ 1 ครั้ง เรียกว่าเดินให้น้อยที่สุด แต่ผ่านไปได้ 2 สัปดาห์ก็เป็นอีก กลับมาให้คุณหมอรักษาเหมือนเดิม แต่กลับบ้านคราวนี้ คุณหมอให้นอนนิ่งๆ แล้วก็ปัสสาวะข้างเตียงเลยค่ะ เพราะการเดินจะกระตุ้นการบีบตัวของมดลูก จึงต้องนอนเฉยๆ ลุกให้น้อยที่สุด คุณลินดาคิดว่า อาการบีบตัวของมดลูกดีขึ้น คราวนี้คงหมดปัญหา แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

สัญญาณกลับดังมากขึ้นๆ จากการตรวจเช็คนํ้าตาล ตอน 29 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ตั้งแต่ตอนที่มดลูกบีบตัว คุณหมอมีการตรวจเช็คน้องตลอดว่าแข็งแรงดี อวัยวะต่างๆ ดี คุณหมอบอกว่าถ้ามีความจำเป็นจริงๆ มดลูกบีบตัวมาก จะดึงให้น้องอยู่ประมาณ 32-34 สัปดาห์ ก็จะคลอดได้แต่พอมาเป็นเบาหวานด้วยก็ต้องให้น้องอยู่ให้นานขึ้น ไม่อย่างนั้นการทำงานของปอดเด็กจะมีปัญหาซึ่งไม่สามารถตรวจเช็คจากการอัลตราซาวด์ได้ คุณลินดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วบอกว่าคงมีแค่นี้แล้วนะ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อระเบิดเวลาลูกใหญ่ดัง…ตูม! เมื่อครรภ์เป็นพิษอย่างจริงจัง พออายุครรภ์ได้ 30 สัปดาห์ ความดันเริ่มมา ซึ่งก่อนหน้านี้คุณหมอพูดมาตลอดว่า ยาที่เรากิน อาการที่เราเป็นจะทำให้ความดันขึ้น น้องอาจหัวใจโตได้แต่ก็ดีมาตลอดปกติมาตลอด พอ 32 สัปดาห์ความดันเริ่มมากขึ้น ที่สำคัญน้องเริ่มไม่ค่อยโตแล้ว ซึ่งปกติจะต้องโตเร็ว คุณหมอจึงให้เจาะเลือดตรวจออกซิเจนที่ไปที่ลูก ปรากฏว่าสูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ทำให้น้องได้ออกซิเจนตํ่า ถึงตอนนี้ต้องมาโรงพยาบาลสัปดาห์ละครั้ง เพื่อดูว่าลูกดิ้นดีไหม มีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นหรือเปล่า คุณหมอบอกว่ารอดูอีกซัก 2 สัปดาห์ว่าน้องจะโตกว่านี้ไหม ปรากฏว่าไม่ ก็เลยต้องคลอดภายใน 36-37 สัปดาห์ ซึ่งเรานัดคลอดวันที่ 5 พ.ค. แต่วันที่ 1 อาการเริ่มไม่ค่อยดี ปวดร้าว แย่ลงไม่ สบายใจ ก็เลยเข้ามาอยู่ที่โรงพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 1 มาอยู่ใกล้ๆ คุณหมอดีกว่าค่ะ

แล้ววันที่ 5 น้องก็ออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย ด้วยนํ้าหนัก 2,500 กรัม ตอนแรกคิดว่าลูกจะไม่ถึง 2,000 กรัมด้วยซํ้า แต่ได้ถึง 2,500 กรัม ดีใจมากที่ลูกค่อนข้างแข็งแรง ไม่ต้องอยู่ตู้อบนาน ต้องบอกเลยค่ะว่าคุณหมอเก่งมากๆ เก่งจริงๆ ไม่อย่างนั้นเราคงคลอดได้ไม่สำเร็จจากภาวะต่างๆ ที่เราต้องเจอ ไม่คิดเลยว่าลูกจะแข็งแรงขนาดนี้ ได้ผลดีเกินความคาดหมายเลยค่ะ ทางครอบครัวประทับใจคุณหมอบุญศรีเป็นอย่างมากที่ให้การดูแลรักษาอย่างใส่ใจ ลงลึกทุกรายละเอียด พร้อมกับให้คำอธิบายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้รู้สึกคลายกังวลได้มาก ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านเข้ามาก็รู้สึกมั่นใจและพร้อมที่จะรับมือ เพราะอุ่นใจที่มีคุณหมอเก่งๆ คอยดูแลเราอยู่ค่ะ อยากจะขอบคุณ คุณหมอบุญศรี จันทร์รัชชกูลและโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท อีกครั้ง ที่ให้การดูแลเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

จากใจแพทย์

คุณลินดาเป็นคนที่มีบุตรยาก และได้ตั้งครรภ์จากการทำ IVF ซึ่งตัวของคุณลินดาเองมีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว คือ มีเนื้องอกที่มดลูกขนาด 5 cm. และใหญ่ขึ้นระหว่างตั้งครรภ์เป็น 10 cm. นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกตีบ ซึ่งมีโอกาสทำให้ทารกมีขนาดเล็ก เติบโตช้า และครรภ์เป็นพิษได้มากกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีภาวะปากมดลูกสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด มีภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งอาจจะทำให้ปอดของเด็กทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ

ในผู้ป่วยรายนี้เราสามารถตรวจพบปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้ก่อนที่จะมีอาการจึงสามารถป้องกันได้ ในเรื่องของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกตีบ เราให้ยาแอสไพรินเพื่อป้องกันครรภ์เป็นพิษเรื่องปากมดลูกสั้น และการคลอดก่อนกำหนด เราให้ยาโปรเจสเทอโรน และใส่ห่วงครอบปากมดลูก (Cervical Pessary) เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด สำหรับเรื่องเบาหวานก็ควบคุมเรื่องอาหารการกิน ร่วมกับการให้ยาควบคุม จนทำให้การตั้งครรภ์สามารถดำเนินไปได้ถึง 36 สัปดาห์กว่าๆ เกือบ 37 สัปดาห์ โดยคุณแม่ก็มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด จึงได้ทำการผ่าตัดคลอด เนื่องจากทารกเป็นท่าก้นซึ่งน้องคลอดออกมาไม่มีภาวะแทรกซ้อนอะไร

จากเคสนี้จะเห็นได้ว่า ถึงแม้คุณแม่จะมีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างร่วมกัน แต่ถ้าสามารถตรวจพบปัจจัยเสี่ยงได้เร็วรู้ก่อน แล้วให้การป้องกันและการรักษาที่ดี ก็จะทำให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ คลอดได้ปลอดภัยทั้งแม่และลูกโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญอีกอย่างคือจิตใจของคุณแม่ด้วย ต้องบอกเลยว่าคุณลินดาเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง อดทนและให้ความร่วมมือกับหมอดีมาก ห้ามอะไร บอกอะไร ทำได้ทุกอย่าง การตั้งครรภ์และการคลอดจึงไม่มีภาวะแทรกซ้อนและได้ทารกที่มีสุขภาพแข็งแรง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.14 จาก 5 จำนวนโหวต 14 โหวด

ผู้เขียน

รศ.ดร.นพ. บุญศรี จันทร์รัชชกูล สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา อนุสาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์