แชร์ข้อความนี้

งานวิจัย แนะอาหารต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่

HIGHLIGHTS:

  • 3 ใน 10 คนที่เสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่มาจากอาหารที่กระตุ้นมะเร็ง
  • อาหารที่อุดมด้วยเส้นใยอาหาร มีหลักฐานที่แน่ชัดแล้วว่า ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ควรได้รับการตรวจลำไส้ก่อนอายุ 50 ปี เพราะจะมีความเสี่ยงสูงมากกว่าคนทั่วไป

 

มะเร็งลำไส้ใหญ่ จัดเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็น 3 อันดับแรกของโลกและในประเทศไทย หลายสิบปีที่ผ่านมามีนักวิจัยพยายามที่จะเชื่อมโยงอาหารกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีผู้วิจัยให้ความเห็นว่า 3 ใน 10 คนที่เสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่มาจากอาหารที่กระตุ้นมะเร็ง

การศึกษาต่างๆ จนถึงปี .. 2014 และข้อมูลของกองทุนวิจัยโรคมะเร็งของโลกที่ในปี .. 2011 ซึ่งสรุปถึงเรื่องอาหารที่ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ดังนี้

1. กลุ่มที่มีหลักฐานน่าเชื่อถือ (Convincing)

  • อาหารที่มีเส้นใยอาหาร (Dietary fiber) เช่น ผัก ผลไม้ สามารถลดความเสี่ยงได้ร้อยละ 10 เมื่อรับประทานใยอาหารเพิ่มขึ้น 10 กรัมต่อวัน เนื่องจากใยอาหารไปช่วยเพิ่มน้ำหนักอุจจาระ ช่วยเจือจางสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่ ลดปริมาณไขมัน และแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ เปลี่ยนใยอาหารไปเป็นกรดไขมันสายสั้น (short-chain fatty acids) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านมะเร็ง
  • ธัญพืช (Whole grains) ต่างๆ ซึ่งจัดเป็นกลุ่มอาหารที่มีใยอาหาร หากรับประทานวันละ 3 หน่วยบริโภค (servings) สามารถลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักลงได้ถึงร้อยละ 21 และลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้ถึงร้อยละ 16 ด้วยกลไกต้านอนุมูลอิสระ และมีเส้นใยธรรมชาติเจือจางสารพิษในลำไส้ใหญ่

2. กลุ่มที่มีหลักฐานแสดงถึงความเป็นไปได้ (Probable)

  • แร่ธาตุแคลเซียม มีผลลดความเสี่ยงร้อยละ 8 เมื่อรับประทานแคลเซียมเพิ่มขึ้น 300 มิลลิกรัมต่อวัน โดยรายงานศึกษาในคนกลุ่มใหญ่นาน 6 ถึง 16 ปี พบว่ากลุ่มที่รับประทานอาหารแคลเซียมสูง (นม ถั่วเหลือง งา ผักใบเขียว ปลากรอบ เป็นต้น) ลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้ถึงร้อยละ 14 กลไกการลดความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือ แคลเซียมจับกับกรดไขมันและกรดน้ำดีอิสระ ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ส่งเสริมการทำลายตัวเองของเซลล์ (เพื่อไม่ให้เปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง)
  • นมวัวหรือนมธัญพืช มีผลลดความเสี่ยงร้อยละ 9 เมื่อดื่มนมเพิ่มขึ้นวันละ 200 กรัม และได้ผลสูงสุดเมื่อดื่มนม 500-800 กรัมต่อวัน (2-3 กล่องปกติ) ลดความเสี่ยงได้ถึงร้อยละ 15
  • กระเทียม ลดความเสี่ยงได้ร้อยละ 3-4 แนะนำทาน 100 กรัม (ขีด) ต่อวัน การลดความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือ สารต้านอนุมูลอิสระในกระเทียม ลดการก่อกลายพันธุ์ ลดสภาวะความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative stress) ในเซลล์ลำไส้ได้

3. กลุ่มที่มีข้อมูลจำกัดแต่มีแนวโน้มที่ดี (Limited-suggestive)

  • ผักกลุ่มที่ไม่มีแป้ง (Non-starchy vegetables) เช่น กะหล่ำ บรอคโคลี่ แครอท มะเขือเทศ พริกหวาน ผักสลัดสามารถลดความเสี่ยงร้อยละ 2 เมื่อรับประทานผักเพิ่มขึ้น 100 กรัมต่อวัน แต่พิเศษที่ผักตระกูลกะหล่ำ บรอคโคลี่ อาจลดความเสี่ยงลงได้ถึงร้อยละ 16 กลไกที่คาดว่าช่วยลดความเสี่ยงคือ สารโฟเลต วิตามิน ใยอาหาร เกลือแร่ ฟลาโวนอยด์ และกลูโคซิโนเลตในกลุ่มผักตระกูลกะหล่ำปลี มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง
  • อาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น เห็ด ไข่ ปลา ชีส น้ำมันตับปลา  พบว่าลดความเสี่ยงได้ร้อยละ 5 เมื่อรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีเพิ่มขึ้น 100 หน่วยสากล (IU) ต่อวัน กลไกที่ช่วยลดความเสี่ยง คือ ฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งและกระตุ้นภูมิต้านทานร่างกาย

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อสมิติเวช

สอบถามเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

*ที่มา :

  • https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/289/รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข  ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 
  • Song M, Garrett WS, Chan AT. Nutrients, foods, and colorectal cancer prevention. Gastroenterol 2015; 148:1244-60.
  • World Cancer Research Fund, American Institute for Cancer Research. Continuous Update Project. Colorectal Cancer 2011 Report. Food, Nutrition, Physical Activity, and the Prevention of Colorectal Cancer.
  • https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4409470/

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 5 จาก 5 จำนวนโหวต 6 โหวด

ผู้เขียน

พญ. ศุภวงษ์ อัศดามงคล สรุป: สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์ สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงสาธารณสุขศาสตร์