แชร์ข้อความนี้

การวางแผนหลังคลอด

plan

เรามีคำแนะนำสำหรับคุณแม่ในการปฏิบัติตัวหลังคลอด และสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

1 วันหลังคลอดตามธรรมชาติ

  • กิจวัตรประจำวัน
    ถ้ารู้สึกมึนศีรษะ พยายามอย่าขยับหรือเปลี่ยนอิริยาบถ เช่น ลุกขึ้น นั่งลง เร็วเกินไป อาจจะต้องมีคนช่วยเวลาไปเข้าห้องน้ำ แต่ถ้าคุณแม่รู้สึกสบายดี ไม่มีหน้ามืดเป็นลม ก็สามารถใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ
  • พักผ่อน
    พยายามพักผ่อนให้มากที่สุด ถ้าลูกหลับ ให้รีบนอนหลับด้วยกัน
  • อาหาร
    รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย รสอ่อน เน้นโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ ดื่มน้ำมากๆ
  • ห้องน้ำ
    พยายามปัสสาวะภายใน 6 ชั่วโมงหลังจากคลอด เพื่อช่วยให้ท่อปัสสาวะหดตัวและป้องกันไม่ให้เป็นริดสีดวงหลังจากคลอด แต่อาจจะยังไม่มีอุจจาระในช่วงแรกๆ
  • น้ำคาวปลา
    น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสด และมีปริมาณมาก คุณแม่อาจจะต้องใช้ผ้าอนามัยและเปลี่ยนบ่อยๆ
  • มดลูกและฝีเย็บ
    หลังจากคลอดแล้ว มดลูกจะหดตัวลงเป็นปกติ ทำให้ท้องแข็งและอาจปวดในช่องท้องได้ โดยเฉพาะเมื่อให้นมลูก ส่วนการทำความสะอาดฝีเย็บนั้น คุณสามารถทำความสะอาดตามธรรมดาหลังจากเข้าห้องน้ำ ซับให้แห้งก่อนใส่ผ้าอนามัย ถ้าเจ็บ หรือบวม ให้ใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดความไม่สบายตัวได้
  • น้ำนมแม่
    ส่วนใหญ่แล้ว วันแรกคุณแม่จะยังไม่มีน้ำนม ขณะที่คุณแม่บางคนมีน้ำนมเหลืองมากถึง 25 ซีซี ปริมาณน้ำนมนี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อให้นมลูกอย่างสม่ำเสมอ ในวันแรก ลูกจะนอนเป็นส่วนใหญ่ การให้นมลูกจะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม ดังนั้นคุณแม่จะยังคงมีน้ำนมไปเรื่อยๆ เท่าที่มีการกระตุ้น
  • การให้นมในวันแรกหลังคลอด
    เริ่มให้ลูกดูดนมแม่ให้เร็วที่สุด และกระตุ้นทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำนม พยายามให้ลูกอยู่ในห้องเดียวกันกับคุณแม่ เพื่อให้นมลูกได้สะดวกที่สุด

วันที่ 2 หลังคลอดตามธรรมชาติ

  • กิจวัตรประจำวัน
    ใช้ชีวิตตามปกติได้เลย
  • การพักผ่อน
    พยายามพักผ่อนให้มากที่สุด นอนหลับพร้อมลูก
  • อาหาร
    รับประทานให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นผักและผลไม้ ดื่มน้ำมากๆ หรือ จินเจอร์เอล นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้ ซุป
  • ห้องน้ำ
    ปัสสาวะตามปกติ อาจรู้สึกเจ็บฝีเย็บบ้างเมื่อลำไส้มีการขยับตัว แต่ควรดื่มน้ำให้มาก รับประทานผักผลไม้ และปัสสาวะเพื่อช่วยให้ระบบต่างๆ กลับเป็นปกติ
  • น้ำคาวปลา
    น้ำคาวปลาจะยังคงมีสีแดงและมีปริมาณมาก ต้องใส่ผ้าอนามัยเพื่อซับ และเปลี่ยนบ่อยๆ
  • มดลูกและฝีเย็บ
    คุณจะรู้สึกเจ็บหรือปวดท้องจากการที่มดลูกหดตัวน้อยลง อาจรับประทานพาราเซตามอลช่วยบรรเทาอาการปวดได้ ทำความสะอาดฝีเย็บตามปกติเหมือนวันแรกหลังคลอด คุณแม่บางท่านอาจใช้หลอดไฟเพื่อเร่งให้ฝีเย็บแห้งเร็วขึ้นได้
  • น้ำนมแม่
    ปริมาณน้ำนมเหลืองจะเพิ่มขึ้นในวันที่ 2 นี้ ให้อุ้มลูกให้ติดกับช่วงท้องของแม่ให้คางอยู่ใกล้เต้านม พยายามให้ปากของลูกครอบลานนม
  • การให้นมลูกในวันที่ 2 หลังคลอด
    พยายามให้บ่อยๆ เร็วๆ และอย่างถูกวิธี เพื่อจะทำให้คุณแม่มีน้ำนมพอเลี้ยงลูก และป้องกันไม่ให้คุณแม่เจ็บหัวนม อุ้มลูกแนบเนื้อแม่จะทำให้ลูกตื่น และพร้อมจะดูดนม

วันที่ 3 หลังคลอดตามธรรมชาติ

  • กิจวัตรประจำวัน
    คุณแม่ทำกิจวัตรต่างๆ ได้ตามปกติ แต่อย่าเพิ่งยกของหนักในช่วง 2-3 เดือนแรก การออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำจะดีต่อสุขภาพคุณแม่ แต่อย่าว่ายน้ำหรือแช่น้ำจนกว่าแผลจะหายสนิท
  • การพักผ่อน
    พยายามหาเวลาพักหรืองีบหลับตอนบ่าย คุณแม่อาจนอนหลับพร้อมลูกได้เลยเพราะลูกจะตื่นมาดูดนมในตอนกลางคืน 3-4 ครั้ง
  • อาหาร
    หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดหรือของหมักดอง แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีน แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มที่มอลท์ หรือน้ำสะอาด น้ำผลไม่ หรือชาสมุนไพรเพื่อเพิ่มความสดชื่น ลดความอ่อนเพลีย
  • ห้องน้ำ
    ปัสสาวะตามปกติ หากท้องผูกอาจใช้ยาระบายช่วยได้
  • น้ำคาวปลา
    น้ำคาวปลาจะยังคงมีสีแดงสด แต่จะลดปริมาณลง (สีและปริมาณของน้ำคาวปลาจะค่อยๆ จางลง มีน้อยลงในวันต่อๆ มา และจะหยุดไปในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3) คุณแม่จะยังคงต้องใช้ผ้าอนามัยอยู่ และควรเปลี่ยนบ่อยๆ
  • มดลูกและฝีเย็บ
    มดลูกจะมีขนาดเล็กลงมาก คุณแม่อาจจะท้องอืด แต่แผลฝีเย็บจะดีขึ้นมาก
  • น้ำนมแม่
    สีของน้ำนมแม่จะเป็นสีขาวและมีปริมาณเพิ่มขึ้น หากรู้สึกตึงๆ คัดเต้านม ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆ เพื่อป้องกันนมคัด อาจช่วยปั๊มเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำนมได้
  • การให้นมลูกในวันที่ 3
    การให้นมแม่จนหมดเกลี้ยงจะช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำนมมากขึ้น ลูกจะได้รับไขมันจากนมแม่อย่างเต็มที่ ทำให้นอนหลับได้นานขึ้น ทุกครั้งที่ให้นมลูก ควรให้ลูกดูดจากทั้งสองเต้า โดยให้ดูดทีละข้างจนเต้านมเริ่มหายแข็งซึ่งจะใช้เวลาข้างละประมาณ 20-30 นาที

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 1.67 จาก 5 จำนวนโหวต 6 โหวด

ผู้เขียน

พญ. เยาวลักษณ์ รพีพัฒนา สรุป: สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา