แชร์ข้อความนี้

การทดสอบภูมิแพ้ผิวหนัง (Skin prick test)

HIGHLIGHTS:

  • การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีการสะกิด คือ วิธีการทดสอบเบื้องต้นที่ทำให้ทราบว่าผู้ป่วย แพ้อะไร
  • การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง  จะช่วยในการวินิจฉัยของแพทย์เพื่อแยกชนิดของโรคภูมิแพ้ได้ดียิ่งขึ้น 
  • การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง แม้จะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและปลอดภัยมากที่สุด  แต่ก็ยังมีโอกาสเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการแพ้รุนแรงได้ ดังนั้นจึงควรเข้ารับการทดสอบในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน และมีแพทย์เฉพาะทางทดสอบ อ่านผลและให้การรักษา

What  –   การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง คืออะไร  ต่างกับการเจาะเลือดอย่างไร

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยวิธีการสะกิด คือ วิธีการทดสอบเบื้องต้นที่ทำให้ทราบว่าผู้ป่วย แพ้อะไร มีการศึกษาวิจัยกันมากเพื่อเทียบผลการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังกับการเจาะเลือด   พบว่าผลที่ได้มีความสอดคล้องกันหรือไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ทั้ง 2 วิธี  มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันซึ่งผู้ป่วยควรพิจารณาดังนี้

  • การทดสอบผิวภูมิแพ้ทางหนังด้วยวิธีสะกิด สามารถทำได้ง่ายใช้เวลาไม่นาน ราคาถูกกว่าการเจาะเลือด ไม่เจ็บ แต่ผู้ป่วยต้องงดยาแก้แพ้นานเป็นเวลา 7 วันก่อนทดสอบ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายมีอาการกำเริบมากขึ้นจนไม่สามารถทนได้ นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบทั่วตัวหรือในกรณีเด็กเล็กมากๆ และสตรีมีครรภ์ ไม่แนะนำให้ทำการทดสอบด้วยวิธีนี้
  • การเจาะเลือดตรวจหาสารแพ้ (Specific IgE) วิธีนี้สามารถทำได้กับผู้ป่วยทุกราย ไม่มีข้อจำกัด แม้ในหญิงตั้งครรภ์ หรือ กำลังทานยาแก้แพ้อยู่  แต่ข้อเสีย คือ  ใช้เวลารอผลค่อนข้างนานโดยประมาณ 7 – 10 วัน

Why  –  ทำไมต้องทำ

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง  จะช่วยในการวินิจฉัยของแพทย์เพื่อแยกชนิดของโรคภูมิแพ้ได้ดียิ่งขึ้น นอกเหนือจากการซักประวัติ ตรวจร่างกายเพียงอย่างเดียว  สำหรับประโยชน์ของการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังที่สำคัญคือ เมื่อเราทราบว่าแพ้อะไร เราก็จะสามารถหลีกเลี่ยงตัวต้นเหตุนั้นได้ตรงจุด ทำให้อาการแพ้ที่เป็นอยู่นั้นดีขึ้นได้เร็วกว่าการใช้ยาควบคุมอาการเพียงอย่างเดียว ในบางรายเมื่อทราบว่าแพ้อะไร แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการทำ Immunotherapy (การรักษาภูมิแพ้โดยการฉีด)

When – เมื่อไหร่ควรทำการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง

เมื่อคุณมีอาการแพ้เรื้อรัง เป็นๆ หายๆ  และสงสัยว่าอาจเกิดจากภูมิแพ้   ซึ่งอาการของโรคภูมิแพ้สามารถสังเกตได้ดังนี้

  • น้ำมูก จาม คัดจมูก
  • คันตา แสบตา น้ำตาไหล
  • ไอ เสมหะลงคอ เหนื่อย  ต้องพ่นยาขยายหลอดลมบ่อยๆ (ปีละ >3 ครั้ง)
  • ผื่นผิวหนังอักเสบ
  • แพ้อาหาร

Where – ควรทำที่ไหน

การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังแม้จะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและปลอดภัยมากที่สุด  แต่ก็ยังมีโอกาสเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดการแพ้รุนแรงได้ (1:1,000,000)  ดังนั้นจึงควรเข้ารับการทดสอบในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยแบบแพ้รุนแรง  โดยมีแพทย์เฉพาะทางทดสอบอ่านผลและให้การรักษา

How – มีขั้นตอนการทำอย่างไร

ปัจจุบันการทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังโดยวิธีสะกิด (Skin prick test) สามารถทำได้ง่าย  ใช้เวลาไม่นาน  15-20 นาที) ก็จะสามารถทราบว่าผู้ป่วยแพ้อะไร โดยมีวิธีการทำคือ

  1. เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะทำการทดสอบ (ท้องแขนหรือหลัง)
  2. หยดน้ำยาที่ต้องการทดสอบลงบนบริเวณที่ทำความสะอาด
  3. ใช้เข็ม Sterile สะกิดเบาๆ ไม่ให้มีเลือดออก
  4. ซับน้ำยาส่วนเกินออก รอผล 15 นาที

เท่านี้ก็สามารถทราบได้แล้วว่าแพ้อะไร  แต่ควรงดยาแก้แพ้ทุกชนิด 7 วัน ก่อนมาการทดสอบ เพื่อผลให้การทดสอบออกมามีความเที่ยงตรงและแม่นยำ


บทความที่เกี่ยวข้อง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมตรวจหาสารก่อภูมิแพ้

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi

เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 2.84 จาก 5 จำนวนโหวต 62 โหวด

ผู้เขียน

ศ.เกียรติคุณ นพ. ปกิต วิชยานนท์ สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน