แชร์ข้อความนี้

การขจัดไรฝุ่น

HIGHLIGHTS:

  • สถานที่ที่เราพบไรฝุ่นในชีวิตประจำวันมากที่สุด นั้นคือ ที่นอน หมอน หมอนข้าง และผ้าห่ม
  • วิธีขจัดไรฝุ่น คือ ควรซักเครื่องนอน (ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกหมอนข้างและผ้าห่มที่ซักได้) ในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60◦c โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที และแนะนำให้ปฎิบัติอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์ 
  • สำหรับเครื่องนอนที่ไม่สามารถนำไปซักได้ ให้คลุมด้วยผ้ากันไรฝุ่นที่ผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้อาการแพ้ของผู้ป่วยลดลง ซึ่งจะไม่คันจมูกและไม่จามอีกต่อไป

ไรฝุ่นและโรคภูมิแพ้  ตอน 2   (การขจัดไรฝุ่น)

หลายๆ คนคิดว่าการขจัดไรฝุ่นเป็นเรื่องยาก และไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่จริงๆแล้ว การขจัดไรฝุ่นในชีวิตประจำวันของผู้ป่วยทำได้ง่ายมาก เพราะเราเพียงหาบางสิ่งบางอย่างมากั้นตัวเราจากไรฝุ่นและมูลของมันก็จะทำให้อาการแพ้ของเราดีขึ้น  ในปัจจุบันการขจัดหรือถ้าพูดให้ถูกต้อง  คือ การลดจำนวนไรฝุ่นและปริมาณสารแพ้จากไรฝุ่นทำได้ง่ายๆ โดยมุ่งไปที่จุดที่เราพบไรฝุ่นในชีวิตประจำวันมากที่สุด นั้นคือ ที่นอน หมอน หมอนข้าง และผ้าห่ม

เนื่องจากไรฝุ่นถูกฆ่าตายได้ที่อุณหภูมิสูงกว่า 60◦c  ดังนั้นจึงควรซักเครื่องนอน (ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ปลอกหมอนข้างและผ้าห่มที่ซักได้) ในน้ำร้อนอุณหภูมิ 60◦c โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที  ทั้งนี้น้ำยาซักผ้าจะช่วยชะล้างไรฝุ่นที่ตายแล้วออกไปจากเครื่องนอนเหล่านี้ได้  ซึ่งการซักเครื่องนอนที่กล่าวมานั้นแนะนำให้ปฎิบัติอย่างน้อยทุก 2 สัปดาห์      แต่สำหรับที่นอน หมอน และหมอนข้าง รวมถึงไส้ผ้าห่มที่ไม่สามารถนำไปซักได้ ให้คลุมด้วยผ้ากันไรฝุ่นที่ผลิตขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์นี้โดยเฉพาะ

สำหรับผ้ากันไรฝุ่น ก็สามารถแบ่งได้เป็นแบบทอ และแบบไม่ทอ (woven , non-woven) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านภูมิแพ้มักแนะนำให้ใช้แบบทอแน่น (300 เส้นขึ้นไป/ ตร.นิ้ว)  เพราะเส้นใยผ้าที่สานกันแน่นจะไม่ยอมให้มูลของไรฝุ่นทะลุขึ้นมาสัมผัสกับตัวผู้ป่วยได้   หลังจากคลุมที่นอน , หมอน , ผ้าห่ม , หมอนข้าง ด้วยผ้ากันไรฝุ่นแล้ว ประกอบกับการจัดห้องนอนให้โล่ง  ไม่มีตุ๊กตาและที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ควรปูพรมในห้องนอนหรือภายในบ้าน  เพียงแค่นี้ปริมาณไรฝุ่นและมูลที่จะมาสัมผัสผู้ป่วยก็จะลดน้อยลงมาก (น้อยลงร้อยละ 90) ทำให้อาการแพ้ของผู้ป่วยลดลง และเมื่อผู้ป่วยใช้ยาพ่นจมูก  ยาแก้แพ้และน้ำเกลือล้างจมูกร่วมด้วยแล้ว การอักเสบของจมูกก็จะค่อยๆ ลดลงและในที่สุดจมูกของเราก็จะเป็นปกติ ไม่คัดแน่นจมูก ไม่คันจมูกและไม่จามอีกต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

* โปรแกรมตรวจหาสารก่อภูมิแพ้ *

สอบถามข้อมูลโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่
Line@ ได้ที่ ID : @samitivejthonburi


เพิ่มเพื่อน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม?

กรุณากรอกแบบฟอร์มด้านล่างและเราจะตอบกลับมาหาคุณภายใน 48 ชั่วโมง

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 3.32 จาก 5 จำนวนโหวต 41 โหวด

ผู้เขียน

ศ.เกียรติคุณ นพ. ปกิต วิชยานนท์ สรุป: สาขากุมารเวชศาสตร์ อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน