แชร์ข้อความนี้

ปวดหลังเพราะ กระดูกทับเส้น หรือเปล่า

HIGHLIGHTS:

  • ภาวะที่ช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบลงและเกิดการกดรัดเส้นประสาทที่อยู่ภายในโพรงกระดูกสันหลัง ซึ่งชื่อที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยก็คือ “โรคกระดูกทับเส้น”
  • ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อม จึงมักเป็นในคนสูงอายุ หรือบางรายอาจเกิดหลังได้รับอุบัติเหตุผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้
  • อาการปวดร้าวลงขาเป็นอาการตามเส้นประสาทที่โดนกดทับโดยอาจปวดร้าวไปถึงตาตุ่มด้านใน หลังเท้า หรือข้างเท้าด้านนอก อาจจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วยโดยมักไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
  • การทำกายภาพบำบัด เป็นการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทั้งกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ในการปวดหลังได้

 

โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ ( Spinal stenosis )

ภาวะที่ช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบลงและเกิดการกดรัดเส้นประสาทที่อยู่ภายในโพรงกระดูกสันหลัง ซึ่งชื่อที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยก็คือ “โรคกระดูกทับเส้น”นั่นเอง ต้นเหตุจากโครงสร้างรอบๆโพรงกระดูกมีขนาดเพิ่มขึ้น อาทิเช่น กระดูกงอกออก การหนาตัวของข้อต่อ เส้นเอ็นที่หนาตัวขึ้น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนหรือโป่งพองออก หรือ ข้อกระดูกสันหลังเคลื่อน ทั้งหมดนี้มีผลทำให้โพรงกระดูกสันหลังแคบลงครับ

สาเหตุ

สามารถจำแนกเป็นสองกลุ่มใหญ่

  • เป็นโดยกำเนิด โดยในกลุ่มนี้มีทั้งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หรือ พบได้ในกลุ่มคนเตี้ยแคระ (Achondroplastic dwarfs) ผู้ป่วยจะมีโครงสร้างของโพรงกระดูกสันหลังแคบกว่าคนปกติตั้งแต่กำเนิด และมักมีอาการแสดงของโรคเร็วกว่าคนปกติทั่วไป
  • ได้รับมาภายหลัง เกือบทั้งหมดของผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลจะอยู่ในกลุ่มนี้ครับ และส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อม จึงมักเป็นในคนสูงอายุ หรือบางรายอาจเกิดหลังได้รับอุบัติเหตุก็ได้ครับ

อาการ

อาการของผู้ป่วยมักจะค่อยเป็นค่อยไป และเป็นมายาวนาน ตั้งแต่หลายเดือนจนถึงหลายปี แต่ละรายอาจจะมีอาการไม่เหมือนกันตามแต่ระยะ ตำแหน่ง และความรุนแรงของโรค

  • ปวดหลัง อาการปวดหลังมักจะสัมพันธ์กับท่าทาง เช่น ปวดขณะเปลี่ยนจากนอนมานั่ง หรือนั่งมายืน ปวดเวลาก้มเงย ปวดเวลานั่งนานๆ ซึ่งเกิดจากกระดูกสันหลังเริ่มไม่มั่นคง
  • เดินระยะสั้นลง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตื้อหรือหนักๆบริเวณสะโพกลงไปขาทั้งสองข้างค่อนไปทางด้านหลัง เกิดขึ้นหลังจากเดินไปได้ระยะทางหนึ่ง อาการจะบรรเทาขึ้นหากได้นั่งพัก หรือยืนก้มตัวไปข้างหน้า เวลาที่ใช้ลดอาการมักไม่นาน สักพักถึงจะเดินต่อไปได้
  • อาการปวดร้าวลงขา เป็นอาการตามเส้นประสาทที่โดนกดทับ โดยอาจปวดร้าวไปถึงตาตุ่มด้านใน หลังเท้า หรือข้างเท้าด้านนอก อาจจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงร่วมด้วย โดยมักไม่เท่ากันทั้งสองข้าง
  • ในรายที่มีการกดทับรุนแรง อาจพบความผิดปกติของระบบขับถ่ายปัสสาวะได้ เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือ เบ่งปัสสาวะไม่ออก

การวินิจฉัย

  • แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายโรคทางกระดูกสันหลังทั่วๆไป
  • ภาพถ่ายรังสีกระดูกสันหลัง (X-ray)
  • การส่งตรวจด้วยคลื่นสะท้อนสนามแม่เหล็ก (MRI)
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) ในรายที่ต้องการวินิจฉัยแยกโรคอื่น

การรักษา

การรักษามีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ไม่มีความเจ็บปวด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประกอบไปด้วย

 การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

ในรายที่ความรุนแรงของโรคไม่มาก ส่วนใหญ่รักษาให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ป่วยควรได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนอย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ เช่น

  • การนอนพักและลดกิจกรรม ส่วนมากแล้วจะให้ผู้ป่วยนอนพักประมาณ 2-7 วัน เมื่อผู้ป่วยอาการลดลงจึงค่อยๆเพิ่มกิจกรรมทีละน้อย ไม่ควรนอนพักเกินกว่านี้โดยเฉพาะผู้สูงอายุ จะทำให้อาการเป็นมากขึ้น
  • การรักษาด้วยยา ยาที่ใช่บ่อยๆเช่น ยาแก้ปวดที่ไม่มีสเตอรอยด์ (NSAIDs) ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาแก้ปวดปลายประสาท
  • การฉีดสเตอรอยด์ในช่องโพรงไขสันหลัง ให้ผลดีมากในผู็ป่วยที่มีอาการปวดร้าวตามปลายประสาท และผู้ที่ปวดเฉียบพลัน
  • การทำกายภาพบำบัด เป็นการบริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทั้งกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้องสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ในการปวดหลังได้

การรักษาแบบผ่าตัด

ในรายที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่แล้วไม่ได้ผลหรือยังมีอาการมาก หรือมีข้อบ่งชี้อื่นเช่น อาการผิดปกติของระบบสาทเป็นเพิ่มขึ้น มีความผิดปกติของระบบขับถ่ายปัสสาวะ โดยการผ่าตัดจะประกอบไปด้วย

  • การขยายโพรงกระดูกสันหลัง โดยนำโครงสร้างของกระดูกสันหลังที่ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทออก
  • การเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง เพื่อทำให้เกิดความมั่นคงของกระดูกสันหลัง โดยอาจใช้โลหะดามกระดูกร่วมด้วย
  • การปรับแนวกระดูกสันหลัง ในรายที่มีการเคลื่อนของกระดูกสันหลังออกจากตำแหน่งเดิม

โดยวิธีการผ่าตัดสามารถทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของโรค เช่น การผ่าตัดแบบแผลเปิด การผ่าตัดแผลเล็ก หรือ การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง ซึ่งแพทย์จะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย การผ่าตัดให้ผลการรักษาที่ดีมาก แต่อย่างไรก็ดีมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ผู้ป่วยควรได้รับทราบข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจรับการรักษาหากผู้ป่วยมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถมารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ครับ

 

ให้คะแนนบทความนี้

คะแนน: 4.40 จาก 5 จำนวนโหวต 5 โหวด

ผู้เขียน

นพ. รวิจักร์ จันทรโกเมนทร์ สรุป: สาขาออร์โธปิดิกส์ กระดูกสันหลัง