โรคความดันโลหิตสูง (Hypotension) เป็นภาวะทางการแพทย์อย่างหนึ่ง โดยจะตรวจพบความดันโลหิตอยู่ในระดับที่สูงกว่าปกติ
เรื้อรังอยู่เป็นเวลานาน ทั้งนี้องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ในปี 1999 ว่า ผู้ใดก็ตามที่มีความดันโลหิตวัดได้ มากกว่า 140/90 มม
ปรอทถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง
และการที่ความดันโลหิตสูงอยู่เป็นเวลานาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดในสมองตีบ
โรคหัวใจ โรคไตวาย เส้นเลือดแดงใหญ่โป่งพอง อัมพาด ฯลฯ โรคความดันโลหิตสูง
เป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน และส่วนใหญ่ที่มีความดันโลหิตสูง
มักจะไม่รู้ตัวว่าเป็น
 


-อายุ
-เวลา
-จิตใจและอารมณ์
-เพศ เพศชายะเป็นเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้บ่อยกว่าเพศหญิง
-พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
-สภาพภูมิศาสตร์ ผู้ที่อยู่ในสัมคมเมืองจะพบภาวะความดันโลหติสูงมากกว่าในสังคมชนบท
-เชื้อชาติ
ปริมาณเกลือที่รับประทาน
 
มากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่ทางการแพทย์เชื่อว่าน่าจะเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก
คือ กรรมพันธุ์ และสิ่งแวดล้อม ในการดำรงชีวิตและการปฏิบัติตัวประจำวันของแต่ละคน

ร้อยละ 3 ที่ทราบสาเหตุ อาจเกิดจากโรคไต เช่น โรคไตวายเรื้อรัง หรือ ไตอักเสบเฉียบพลัน โรคเนื้องอกของต่อมหมวกไตบางชนิด
โรคครรภ์เป็นพิษ หรือ เกิดจากการใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ (Steroid) ยาคุมกำเนิด


ระดับความรุนแรง
ระดับที่ 1 ความดันโลหิตสูง ระยะเริ่มแรม
    ค่าความดันโลหิต ระหว่าง 140-159 / 90-99 มม. ปรอท
ระดับที่ 2 ความดันโลหิตสูง ระยะปานกลาง
    ค่าความดันโลหิต ระหว่าง 160-179 / 100-109 มม. ปรอท
ระดับที่ 3 ความดันโลหิตสูง ระยะรุนแรง
    ค่าความดันโลหิต มากกว่า 180 / 110 มม. ปรอท


จากข้อมูลทางการแพทย์ระบุไว้ว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง และไมได้รับการรักษา จะเสียชีวิตจากหัวใจวายถึง 60-75% เส้นเลือดในสมองอุดตันหรือแตก     20-30 %  ไตวายเรื้อรัง 5-10%
  ประชากร ชาวอเมริกันที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป มากถึง 74.5 ล้านคน มีความดันโลหิตสูง (ข้อมูลจาก  NHANES 2003-22006)
  ผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน 1 ใน 3 คน มีความดันโลหิตสูง
  ผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 90-95% ไม่สามารถหาสาเหตุ หรือที่มาของการเป็นโรคได้ แต่โรคนี้สามารถตรวจพบและควบคุมง่าย