64 SLICE CT SCANNER – LIGHTSPEED VCT



พลิกโฉมวงการแพทย์ด้วยซีทีสแกน 64 สไลด์ เครื่องสแกนแสนกล

 

 

 

     การวินิจฉัยเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบนั้น แพทย์จะอาศัยลักษณะของอาการเจ็บหน้าอก  การตรวจร่างกายและปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ (CORONARY ARTERY DISEASE) เพื่อแยกผู้ป่วยออกเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง และกลุ่มเสี่ยงต่ำ หลังจากนั้นจะอาศัยการตรวจต่าง ๆ เริ่มต้นด้วยการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG), การทดสอบสมรรถภาพหัวใจโดยวิ่งสายพาน (EXERCISE STRESS TEST) , การทดสอบสมรรถภาพหัวใจร่วมกับการดูยืดตัวของหัวใจ (STRESS ECHO CARDIOGRAM) , ตลอดจนการใช้สารกัมมันตภาพรังสี ฉีดเข้าเส้นเลือดร่วมกับการวิ่งสายพาน (EXERCISE THALLIUM) แต่การตรวจดังกล่าวข้างต้นก็ไม่สามารถช่วยในการวินิจฉัย 100% และไม่สามารถเห็นภาพการตีบตันของเส้นเลือดได้  การตรวจโดย STRESS ECHO และ EXERCISE THALLIUM มีความแม่นยำสูงสุดไม่เกิน 90% และไม่สามารถเห็นบริเวณที่ตีบได้ การฉีดสีเพื่อดูเส้นเลือดหัวใจ (CORONARY ANGIOGRAM) ยังเป็นสิ่งที่วินิจฉัยได้ดีที่สุด แต่การฉีดสีตรวจเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจนั้น ค่อนข้างยุ่งยาก มีอัตราการเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน และค่าใช้จ่ายสูง  ในอดีตมีการพยายามตรวจเส้นเลือดหัวใจโดยใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ ความเร็วสูง 16 สไลด์ (16 SLICE CT) แต่ความแม่นยำมีเพียง 80% เท่านั้น เนื่องจากหัวใจมีจังหวะการเคลื่อนไหวบีบตัวและยังมีการหายใจมาเกี่ยวข้อง ด้วย

     ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเพื่อวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ในปัจจุบันจึงมีการ พัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูงขึ้น โดยสามารถสร้างภาพได้ครั้งเดียว 64 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ 360 องศา โดยใช้ความเร็วเพียง 5 ครั้งของจังหวะการเต้นของหัวใจ (5-BEAT CARDIAC TM)  ก็สามารถจับภาพเส้นเลือดหัวใจใด้แม่นยำโดยประมาณถึง 90% หรือที่เรียกว่า ..

“ซีทีสแกน 64 สไลด์ เครื่องสแกนแสนกล (64 SLICE CT SCANNER : LIGHTSPEED VCT)”

ความสามารถอัจฉริยะ

     - 5-BEAT CARDIAC TM  สามารถสร้างภาพได้ครั้งเดียว 64 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ 360 องศา ให้ภาพคมชัดในขณะที่หัวใจยังคงเต้นอยู่ตลอดเวลา โดยใช้ความเร็วเพียง 5 ครั้งของจังหวะการเต้นของหัวใจ โดยผู้ใช้บริการจะใช้เวลาในการกลั้นลมหายใจน้อยกว่า

     - TRIPLE  RULEOUT TM  สามารถช่วยการวินิจฉัยของแพทย์ในรอยของโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะของช่องอก ได้แก่ ปอด หัวใจ และเส้นเลือดหัวใจ ด้วยการสร้างภาพในครั้งเดียวกัน จึงสามารถช่วยผู้ป่วยที่มีแนวโน้มในการเป็นโรคทางด้านหัวใจ เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ หรืออุดตัน และผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการแสดงออกของโรคหัวใจให้เห็นป้องกันและทำการรักษา ต่อได้ทันเวลา

     - STROKE WORKUP TM  สามารถช่วยให้มองเห็นภาวะตีบตัน หรือแตก ของเส้นเลือดสมอง ในผู้ป่วยทีมีโอกาสจะเกิดภาวะอัมพฤกษ์หรืออัมพาต (STROKE)


 

ประสิทธิภาพเหนือชั้น
     -ไม่ต้องทำการตรวจด้วยวิธี “สวนหัวใจ” ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสูง
     - ตรวจโรคต่าง ๆ ได้ มีความแม่นยำสูง เช่น การตรวจหลอดเลือดโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ NON-INVASIVE ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย รวดเร็ว และผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนการตรวจหลอดเลือดโดยใช้เครื่องเอกซเรย์ทั่ว ไป ซึ่งต้องมีการใส่สายสวนหลอดเลือดเข้าในร่างกาย
     - วินิจฉัยภาวะเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบในคนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กราฟหัวใจผิดปกติแต่ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือตรวจก่อนการผ่าตัดใหญ่
     - หลังการตรวจผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพัก สามารถลุกขึ้นเดินและทำงานได้ตามปกติ
     - ตรวจเพื่อติดตามผลหลังการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ หรือหลังการขยายเส้นเลือดหัวใจผู้ป่วยที่มีอาการของโรคทางด้านหัวใจที่ทำการ สวนหัวใจและใส่ขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจ: STENT หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจ: PACEMAKER เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการสวนหัวใจเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ เป็นวิธีที่ง่าย มีความแม่นยำสูง มีค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเทียบกับการตรวจด้วยวิธีอื่น
     - สามารถตรวจผู้ที่มีความผิดปกติของเส้นเลือดหัวใจแต่กำเนิด (CORONARY ANOMALIES)

ข้อจำกัด
     - คนที่แพ้สารทึบรังสี แพ้อาหารทะเล
     - คนที่เป็นโรคหอบหืด
     - คนไข้ที่ไม่สามารถร่วมมือโดยการกลั้นหายใจได้

ครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย
     ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่สามารถทำการตรวจได้โดยเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ 64 สไลด์

    
- ตรวจเส้นเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ (CORONARY CT ANGIOGRAPHY) เพื่อวิเคราะห์หาเส้นเลือดที่ตีบจากการที่ไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือดแดง (CORONARY ARTERY DISEASE) หรือการที่มีก้อนแคลเซี่ยมไปเกาะผนังหลอดเลือดแดง (CALCIFICATION ARTERY DISEASE) ซึ่งสาเหตุทั้งสองทำให้เกิดเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ อุดตันได้เฉียบพลัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย (HEART ATTACK)

     - ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อสมอง (BRAIN CT)
     - ตรวจระบบเส้นเลือดแดงที่ตีบตันได้ทุกส่วนของร่างกาย เช่น
           • เส้นเลือดแดงเลี้ยงสมอง
           • เส้นเลือดแดงเลี้ยงไต
           • เส้นเลือดแดงเลี้ยงขาทั้งสองข้าง
            • เส้นเลือดแดงเลี้ยงแขทั้งสองข้าง
           • เส้นเลือดแดงหลังที่ไปเลี้ยงร่างกายด้านล่าง
            • เส้นเลือดแดงส่วนอื่น ๆ
     - ตรวจหาเนื้องอกระยะเริ่มต้นในเนื้อเยื่อปอด (LUNG LESION AND LUNG NODULE CT) ก่อนที่เนื้องอกชนิดนี้จะเปลี่ยนสภาวะเป็นมะเร็งปอด

     - ตรวจหาความผิดปกติของเนื้อเยื่อในช่องท้อง (ABDOMINAL CT)
     - ตรวจหาเนื้องอกระยะเริ่มต้นในระบบลำไส้ใหญ่ (COLONOGRAPHY CT) เพื่อหาเนื้องอกระยะก่อนที่เนื้องอกชนิดนี้จะเปลี่ยนสภาวะเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ (POLYPS)

     - การตรวจดูกระดูกส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเพื่อหาความผิดปกติของกระดูก (Bone) ส่วนต่าง ๆ
           • กระดูกสันหลัง (BONE)
           • กระดูกข้อเท้า (SPINE)
           • กระดูกเชิงกราน (ANKLE)
           • กระดูกมือ (PELVIC BONE)
           • กระดูกขาทั้งสองข้าง (METATARSAL BONE)
            • กะโหลกศรีษะ (SKULL)
            • กระดูกซี่โครง (RIBS)
            • โพรงกระดูกของช่องจมูก (SINUS)
            • กระดูกส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

ตรวจปริมาณแคลเซียมที่ผนังของหลอดเลือดหัวใจ CORONARY CALCIUM SCORE

    
ใน ปัจจุบันเราสามารถวัดปริมาณแคลเซียมของหลอดเลือดหัวใจโดยใช้เครื่อง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง โดยเฉพาะ เครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ 64 สไลด์ ซึ่งใช้เวลาตรวจรวดเร็วฉับไวและให้ความแม่นยำสูง โดยปกติแล้วแคลเซียมที่จับที่ผนังหลอดเลือดหัวใจไม่ได้เกิดเพราะอายุมากหรือ หลอดเลือดเสื่อม แต่จะเกิดเฉพาะคนไข้ที่มีโรคหลอดเลือดแดง (ATHEROSCLEROSIS) ซึ่งเกิดเนื่องจากไขมันความหนาแน่นต่ำ LDL จับที่ผนังหลอดเลือด ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีทำให้เกิดหินปูน (PLAGUE) ที่เปรียบได้กับคราบตะกรันที่จับตามท่อน้ำทำให้เกิดเส้นเลือดตีบและอุดตัน แคลเซียมจะจับอยู่ที่ PLAGUE ดังนั้นถ้าไม่มี PLAGUE จะไม่พบแคลเซียม ถ้าแคลเซียมยิ่งมากแสดงว่ายิ่งมี PLAGUE มาก เราจึงสามารถใช้ปริมาณแคลเซียมในการคาดคะเนโอกาสการเกิดของโรคหลอดเลือดทำ ให้หัวใจตีบได้ เครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ 64 สไลด์ สามารถตรวจวัดปริมาณแคลเซียมได้แม่นยำ รวดเร็ว และปลอดภัย เราจะวัดปริมาณแคลเซียมออกมาเป็น CORONARY CALCIUM SCORE 
      - ถ้าสกอร์ 0 โอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ จะน้อยกว่า 5% 
       - ถ้าสกอร์มากกว่า 400 โอกาสเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจสูงมากใน 2-5 ปี 
     อย่างไรก็ตามการตรวจวัดแคลเซียมสกอร์ ไม่ได้แสดงว่ากล้ามเนื้อขาดเลือดจากเส้นเลือดตีบ เราจำเป็นต้องตรวจอย่างอื่น เช่น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยการวิ่งสายพาน (EXERCISE STRESS TEST) หรือตรวจสวนหลอดเลือดหัวใจโดยการฉีดสีประกอบกันด้วย
     การตรวจวัดปริมาณแคลเซียมของหลอดเลือดหัวใจ จึงมีประโยชน์ในกลุ่มคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอก นอกจากนี้ในคนไข้ที่การทำงานของโรคไม่ดี แพ้สารทึบรังสี แพ้อาหารทะเลจะมีประโยชน์ การตรวจแคลเซียมที่หลอดเลือดหัวใจ ถ้าไม่พบก็ไม่น่าจะมีโรคหลอดเลือดหัวใจ