health article
      
home / all about health / health article

การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้

Posted: 19-เม.ย.-2556
การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ก็เพื่อที่ทำการค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะแรก ๆ เพื่อที่ได้รับการรักษาให้หายขาดได้ ในการตรวจบางครั้งจะพบความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งโดยที่ยังไม่ได้เป็นมะเร็ง เช่นพบว่ามีติ่งที่อยู่ในลำไส้ที่โตผิดปกติ adenomatous polyps ซึ่งจะสามารถตัดออกไปก่อนตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นมะเร็ง



 
ในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปีทุกคนควรจะได้รับการตรวจโดยการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ถ้าหากมีความเสี่ยงสูง เช่นมีประวัติโรคมะเร็งลำไส้ในครอบครัว ก็อาจจะต้องทำการตรวจก่อนอายุ 50 ปี ในปัจจุบันมีวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้หลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีข้อดีข้อเสียของตัวเอง การจะเลือกตรวจวิธีใดขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและลักษณะของแต่ละคนด้วย

 
ประสิทธิภาพในการตรวจมะเร็งลำไส้ 
มะเร็งลำไส้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นมาจากติ่งเนื้อในลำไส้ชนิดที่ผิดปกติที่เรียกว่าprecancerous adenomatous polyps จะมีบางส่วนของติ่งเนื้อนี้ที่กลายเป็นมะเร็งและจะกระจายไปส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็นสิบปี การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ จึงสนใจในการที่จะค้นหาติ่งเนื้อ หรือลักษณะที่บ่งถึงการเป็นมะเร็งระยะยแรก การตรวจตามมาตรฐานและการตัดติ่งเนื้อที่น่าสงสัยออกจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้ถึง 90 % การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้นและลดอัตราการตายจากโรคมะเร็ง
 
ความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้
มีหลายปัจจัยที่ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้น โดยที่ปัจจัยเหล่านี้จะมาเป็นตัวบ่งชี้ในเรื่องของวิธีการตรวจ อายุที่จะเริ่มตรวจและความถี่ในการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ 
 
  • ประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว ปัจจัยนี้จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้มากขึ้น โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นกับญาติที่อยู่ในระดับสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ และน้อง นอกจากนี้ถ้ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นหลายคน ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้น หรือถ้ามีคนเป็นมะเร็งลำไส้ก่อนอายุ 60 ปี ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยคนที่มีความเสี่ยงมากขึ้นดังกล่าว ควรต้องเริ่มตรวจส่องกล้องลำไส้ตั้งแต่อายุ 40 ปี
  • คนที่เคยมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ที่รักษาหายแล้ว หรือเคยมีติ่งเนื้อมาก่อน
  • อายุ คนทั่วไปอาจมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ 5% และพบว่า 90% ของคนที่เป็นมะเร็งลำไส้อายุมากกว่า 50 ปี ยิ่งอายุมากขึ้นความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นไปด้วย
  • พฤติกรรมสุขภาพ เช่น
    • การรับประทานอาหารมัน เนื้อแดง หรืออาหารที่ไม่มีไฟเบอร์
    • คนที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย
    • สูบบุหรี่
ส่วนปัจจัยที่จะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ได้แก่
 
  • รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง อย่างน้อยวันละ 1000 มิลลิกรัม ไม่ว่าจะเป็นจากอาหาร หรือเป็นเม็ดก็ตาม
  • การรับประทานยาในกลุ่มต้านการอักเสบ เช่น Aspirin, ibuprofen แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีวิจัยที่แนะนำให้รับประทานเพื่อเป็นการป้องกันมะเร็ง
วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้
ก่อนการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ ควรได้รับคำแนะนำ และได้ปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าควรจะตรวจด้วยวิธีใด โดยทั่วไปการตรวจที่นิยมก็คือการ ส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ การทำ CT scanลำไส้ การตรวจด้วยการสวนแป้ง barium enema และการตรวจหาเลือดในอุจจาระ นอกจากนี้ในปัจจุบันยังมีการตรวจหาDNAของพันธุกรรมในการเกิดมะเร็งลำไส้อีกด้วย



 
การส่องกล้องลำไส้ Colonoscopy จะทำให้สามาถเห็นผิวของลำไส้ได้
  • ขั้นตอนในการทำ ต้องมีการเตรียมลำไส้ โดยการที่ให้ดื่มยาเพื่อให้มีการถ่ายอุจจาระ จนกระทั่งอุจจาระใสเป็นน้ำในคืนก่อนการตรวจ ในวันที่ตรวจ จะให้ยาที่ช่วยให้หลับหรือไม่รู้สึกตัว แพทย์จะสอดกล้องเข้าทางทวารหนักเพื่อตรวจลำไส้ พร้อมทั้งถ่ายภาพไว้ หากพบว่ามีติ่งเนื้อก็จะทำการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจทันที
  • เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการตรวจพบติ่งเนื้อและมะเร็งในลำไส้
  • ควาวมเสี่ยงในการตรวจ อาจทำให้เกิดการเลือดออก หรือการฉีกขาดของำไส้ โดยพบได้ 1 ใน 1000 ราย
 
 
CT colonography ("virtual colonoscopy") เป็นการใช้เครื่อง CT ตรวจหาติ่งเนื้อหรือมะเร็ง ข้อดีคือไม่ต้องเจ็บตัวไม่ต้องดมยาสลบ แต่ข้อเสียคือยังต้องเตรียมลำไส้เหมือนวิธีแรก ถ้าพบความผิดปกติยังต้องไปส่องกล้องเพื่อให้ละเอียดขึ้นหรือเพื่อตัดชิ้นเนื้ออยู่ดี

 
การเอกซเรย์สวนสารทึบแสง ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยการตรวจส่องกล้อง เพราะความแม่นยำน้อยกว่า และหากพบความผิดปกติก็ต้องกลับมาส่องกล้องอยู่ดี
 
การตรวจอุจจาระ หลายคนที่เป็นมะเร็งหรือติ่งเนื้อมักจะมีเลือดออก แต่ว่าปริมาณน้อยจนไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จะสามารถตรวจได้ด้วยสารเคมี แต่ผู้ที่รับการตรวจควรงดเนื้อแดงและวิตามิน C มาสามวันก่อนตรวจ และงดยาลดการอักเสบมา 7 วันก่อนตรวจ เพื่อเพิ่มความแม่นยำป้องกันการเกิดผลบวกลวง นอกจากนี้ ยังสามารถนำอุจจาระไปทำการตรวจหา DNA ของมะเร็งลำไส้ได้ด้วย
  • ประสิทธิภาพ ในการตรวจหาเลือดปนในอุจจาระปีละครั้งจะสามารถลดความเสี่ยงในการเสียชิวิตจากมะเร็งลำไส้ได้ประมาณ 30% 
  • พบว่าประมาณ 2-5% ที่มีผลพบว่ามีเลือดปนในอุจจาระจะเป็นมะเร็งลำไส้ ดังนั้นเมื่อตรวจพบว่ามีเลือดปนในอุจจาระ ต้องทำการตรวจส่องกล้องลำไส้เช่นกัน
การวางแผนการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้
ในคนทั่วไป แนะนำให้เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 50 ปี โดยแนะนำให้ทำการตรวจต่อไปนี้ 
  • ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ Colonoscopy ทุก 10 ปี
  • ทำการ CT ลำไส้ ทุก 5 ปี
การตรวจอุจจาระเป็นอีกทางเลือกหนึ่งและแนะนำให้ทำปีละครั้ง
สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูง อาจจะต้องตรวจในขณะที่อายุน้อยลง และตรวจถี่ขึ้น
 
คนที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้
  • ถ้ามีพ่อ แม่ พี่ น้อง เป็นมะเร็ง หรือ มีญาติที่ห่างออกไปเป็นมากกว่าสองคน ควรเริ่มตรวจส่องกล้องตั้งแต่อายุ 40 ปี หรือนับอายุของญาติที่เป็นและลบไปสิบปี เป็นอายุที่ควรเริ่มได้รับการส่องกล้อง โดยแนะนำให้ตรวจทุก 5 ปี
อาการของมะเร็งลำไส้
  • ปวดท้อง
  • การขับถ่ายผิดปกติไปจากเดิม เช่นมีท้องผูก ท้องเสีย
  • มีเลือดปนในอุจจาระ
  • รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • มีการโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
  • อุจจาระมีสีดำเนื่องจากเลือดออกในทางเดินอาหาร
หากมีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์ทางเดินอาหารเพื่อทำการตรวจหาสาเหตุ แต่ถ้าเป็นอาการที่เกิดจากมะเร็งลำไส้ ก็มักจะเป็นระยะที่ลุกลามไปแล้ว จึงควรทำการตรวจคัดกรองเพื่อหาทางป้องกันและได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะดีที่สุด
 
หลายคนอาจจะสงสัยว่าในการตรวจประจำปี บ่อยครั้งพบว่ามีการตรวจค่า CEA ซึ่งเป็นค่าบ่งชี้มะเร็งลำไส้ อันที่จริงแล้วจุดประสงค์ของการตรวจ CEA จะใช้ในการติดตามผลการรักษาในคนไข้ที่เป็นมะเร็งลำไส้ แล้วให้การรักษา เพื่อดูว่าผลการรักษาไม่มีการกลับมาของมะเร็ง โดยดูจากค่า CEA ไม่ได้แนะนำให้มาใช้ในการตรวจคัดกรอง เนื่องจากความแม่นยำไม่มาก และมีผลบวกลวงสูง คือไม่ได้เป็นมะเร็งแต่ค่าสูงกว่าปกติ ซึ่งพบได้ในโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่นเบาหวาน หรือสูบบุหรี่จัด ดังนั้นไม่แนะนำว่าจะต้องตรวจด้วยวิธีนี้
สุดท้ายคือการป้องกันมะเร็งลำไส้ คือการไม่ทานของมันของทอด อาหารปิ้งย่าง ทานอาหารที่มีไฟเบอร์สูง คือผักและผลไม้ที่มีกาก การออกกำลังกายประจำ การไม่ปล่อยให้ท้องผูก เท่านี้ก็จะป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ รวมทั้งโรคอื่น ๆ ได้อีกหลายโรคครับ 
 
 
We Care 
Dr.Carebear Samitivej   

 all about health
Copyright © 2011 Samitivej PCL. All rights reserved. terms of use | sitemap